หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เศรษฐีเลี่ยงภาษีที่ดินฯ แบบเท่ๆ และถูกกฎหมาย

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: sopon_pornchokch ที่ 11 พ.ย. 20, 15:49 น

เศรษฐีเลี่ยงภาษีที่ดินฯ แบบเท่ๆ และถูกกฎหมาย


กระทู้: เศรษฐีเลี่ยงภาษีที่ดินฯ แบบเท่ๆ และถูกกฎหมาย
เริ่มกระทู้โดย: sopon_pornchokch ที่ 11 พ.ย. 20, 15:49 น
            ว่ากันว่า “ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น” ดูอย่าง พรบ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ออกมาเมื่อปี 2562 จะเห็นได้ชัดว่ามีช่องโหวในการให้เศรษฐีเลี่ยงภาษีได้โดยง่าย เพียงให้ภาครัฐใช้ประโยชน์ชั่วคราวก็ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว

            มาดูในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 162 ง 26 มิถุนายน 2562 หน้า 15 มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้:

ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาทรัพย์สินของเอกชน
เฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 (8) แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงกำหนดหลักเกณฑ์ให้ทรัพย์สินของเอกชนเฉพาะส่วนที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษี ดังต่อไปนี้
            ข้อ 1 ทรัพย์สินที่ได้ยินยอมให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องเป็นทรัพย์สินที่ประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน
            ข้อ 2 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเจ้าของทรัพย์สินร่วมกันจัดทำข้อตกลงให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์เป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย โดยต้องตกลงยินยอมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ตลอดทั้งปีภาษี
            ข้อ 3 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดประกาศความยินยอมให้ใช้ทรัพย์สินเพื่อสาธารณะ ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น และในที่ซึ่งทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติตามประกาศฉบับนี้ตั้งอยู่
            ข้อ 4 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2562
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

            สมมติเรามีที่ดินเปล่าแปลงหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ดินขนาดใหญ่โดยเฉพาะหากอยู่ใจกลางเมือง ต้องเสียภาษีมาก แต่เราก็ยังไม่อยากจะขายออกไป อยากรอให้ลูกหลานโตแล้วค่อยขายหรือให้เช่าทำประโยชน์เพื่อการเก็บกินใดๆ ก็ตาม ในระหว่างนี้ หากเราทำการการเกษตร ก็เสียภาษีน้อย โดยเฉพาะใน 3 ปีแรก ได้รับการยกเว้นภาษี  แต่มีลู่ทางหลบเลี่ยงภาษีขั้นเทพแบบเท่ๆ ด้วยการให้ราชการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์

            วิธีการ “ให้ทางราชการจัดให้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์” ก็เช่น ทำเป็นสนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล ให้เยาวชนในท้องถิ่นได้มาเล่น โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง  เจ้าของที่ดินเพียงให้ใช้ที่ดินในรอบปีภาษีหนึ่งๆ เท่านั้น หรืออาจให้สำนักงานเขตใช้เป็นที่จอดรถของทางราชการ เพราะส่วนมากที่จอดรถของทางราชการไม่ค่อยพอจอดอยู่แล้ว หรือทำเป็นสวนพักผ่อน ฯลฯ ก็สามารถทำได้เลย

            สมมติว่าเรามีที่ดินแปลง ขนาด 6 ไร่ใจกลางเมือง (นึกถึง “สวนชูวิทย์” เป็นตัวอย่าง เราก็อาจสร้างสวนพักผ่อนหย่อนใจให้คนมาใช้สอยในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนก็ปิดเพื่อแสดงสิทธิของเรา  อันนี้ก็ถือได้ว่าได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมแล้ว  เราก็ไม่ต้องเสียภาษีใดๆ เลย  สมมติกรณีที่ดินของเสี่ยชูวิทย์ ขณะนี้อาจมีราคาตารางวาละ 3  ล้านบาท หรือไร่ละ 1,200 ล้านบาท  ที่ดิน 6 ไร่ ก็รวมเป็นเงิน 7,200 ล้านบาท

            ถ้าเสี่ยชูวิทย์ต้องเสียภาษีในฐานะที่ดินเปล่าสัก 1% ก็เป็นเงินสูงถึง 72 ล้านบาทเข้าไปแล้ว  เสี่ยชูวิทย์จะยอมเสียภาษีไปทำไม  ออกเงินมาทำสวนเพื่อลดทอนกระแสลบของตนเองในช่วง “รื้อบาร์เบียร์” แล้วยังได้บำเพ็ญประโยชน์ ไม่ต้องเสียภาษีอีกต่างหาก  ถ้าเสี่ยชูวิทย์ไม่ต้องเสียภาษีสัก 10 ปีๆ ละ 72 ล้านบาท ก็ประหยัดเงินไปตั้ง 720 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

            ประเด็นสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ สำนักงานเขตคลองเตยอาจมอบโล่ในฐานะผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมได้อีกทางหนึ่ง เพราะตามมาตรฐานกฎหมายที่บิดเบือนเข้าข้างคนรวยๆ นั้น การเลี่ยงกฎหมายนี้ถือเป็นการทำดีเพื่อสังคม มาตรฐานความดีในสังคมแห่งการบิดเบือนจึงเป็นเช่นนี้เอง  แต่ถ้ามองในแง่ว่าประเทศไทยเป็นเหมือนอารยประเทศ เสี่ยชูวิทย์คงต้องเสียภาษีอานไปเลย ประเทศชาติก็จะได้เงินภาษีมาพัฒนาประเทศอีกมากมาย คนไทยก็จะอยู่ดีกินดีกว่านี้อย่างแน่นอน

            แต่ถ้าไม่อยากเสียภาษี ก็ต้องนำที่ดินไปพัฒนาหรือขายทิ้งไปเลย เอาเงินเก็บไว้  ถ้าเจ้าของที่ดินว่างเปล่าใจกลางเมืองถูกบีบให้ขาย ราคาที่ดินใจกลางเมืองก็ไม่ถีบตัวสูงขึ้นเช่นทุกวันนี้ ประชาชนก็จะสามารถมีบ้านได้ง่ายขึ้น เมืองไม่ต้องขยายออกไปรอบนอกเพราะเจ้าของที่ดินใจกลางเมือง “อม” ที่ดินไว้ไม่ขายเพราะกฎหมายอนุญาตให้เลี่ยงภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชอบธรรมและถือเป็นความดีอีกต่างหาก

            มาตรฐานความดีในสังคม “ตอแหลแลนด์” ก็เป็นเยี่ยงนี้เอง