หน้า : พิมพ์หน้านี้ - สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => สุขภาพ-ความงาม => ข้อความที่เริ่มโดย: babalazabzab ที่ 10 พ.ย. 20, 16:36 น

สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต


กระทู้: สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต
เริ่มกระทู้โดย: babalazabzab ที่ 10 พ.ย. 20, 16:36 น
(https://sv1.picz.in.th/images/2020/11/10/bAP7OQ.jpg)

            อัมพฤกษ์ อัมพาต จัดว่าเป็นโรคที่น่ากลัวในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะวัยนี้เป็นวัยที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคทางสมองมากกว่าวัยอื่น หากเป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการแขนขาอ่อนแรง ขยับตัวไม่ได้ เสี่ยงต่อการเป็นผู้ป่วยติดเตียง และยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้น ๆ แม้โรคนี้จะเป็นโรคที่ดูน่ากลัวแต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ และควรทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อให้ตัวเรา และคนในครอบครัวห่างไกลจากโรคร้ายนี้ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ช่วยได้คือ หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเอง ว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่  ได้แก่ หน้าเบี้ยว แขนขาชาหรืออ่อนแรง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก การมองเห็นผิดปกติ  เวียนศีรษะ เดินเซ ซึมลง หรือปวดศีรษะรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ถ้ามีอาการใดอาการหนึ่งแล้วอย่ารีรอ ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที นอกจากอาการเหล่านี้แล้วคุณก็ไม่ควรทำตนเองให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการป้องกันด้วยวิธีต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

           การป้องกัน อัมพฤกษ์-อัมพาต (โรคหลอดเลือดสมอง)

1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
2.รักษาน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
3.ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4.งดดื่มสุรา
5.งดและเลิกสูบบุหรี่
6.บริโภคอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม
7.ตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ
8.หากเป็นผู้ป่วยโรคที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหลอดสมอง เช่น โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคอ้วน เป็นต้น ต้องรับประทานยาและพบหมอตามนัด
9.เรียนรู้สัญญาณเตือนของการเกิด อัมพฤกษ์-อัมพาต  (https://www.nakornthon.com/Article/Detail/TMS-เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า-ช่วยฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต) (โรคหลอดเลือดสมอง)
10.หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

          นอกจากนี้ควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้ ควบคุมนํ้าหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ควรควบคุมให้น้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตเป็นปกติ แหละที่สำคัญหมั่นตรวจสุขภาพ และพบแพทย์เป็นประจำเพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะคะ