หน้า : พิมพ์หน้านี้ - วัคซีน การลงทุนที่คุ้มค่า

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ท่องเที่ยว => ข้อความที่เริ่มโดย: yain9669 ที่ 5 พ.ค. 20, 14:31 น

วัคซีน การลงทุนที่คุ้มค่า


กระทู้: วัคซีน การลงทุนที่คุ้มค่า
เริ่มกระทู้โดย: yain9669 ที่ 5 พ.ค. 20, 14:31 น
"วัคซีน" การลงทุป ที่คุ้มค่า คนยุคใหม่เป็นคนที่โชดดีค่ะ เพราะในหลายสิบปีก่อน ยังไม่มีโครงการให้เด็กทุกคนฉีดวัคซีนโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย และข้อมูลเกี่ยวกับวัดชีน รวมทั้งชนิดของวัคชีนมีน้อย 918kiss  (http://"https://scrcrown.com/")
ดังนั้นคนรุ่นปู่ย่าหรือพ่อแม่ของพวกเราบางคนจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคร้ายแรง ต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบบี โรคหัด หัดเยอรมัน ปัจจุบันนี้ เด็กทุกคนที่เกิดในโรงพยาบาล จะได้รับการฉีดวัดชีนฟรี ตามตารางซึ่งอยู่ใน "สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก" เป็นสมุดสีชมพูที่ คุณแม่จะได้รับตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปฝากครรภ์ ซึ่งจะบันทึกประวัติตั้งแต่แรก ตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด และแนะแนวทางในการฉีดวัคซีนไว้ คุณแม่ก็เพียง แต่พาลูกไปฉีดวัคซีนตามวันนัด อย่าลืมตรวจสอบสมุดอยู่เสมอ เพราะวัคซีน บางอย่างจะฉีดกระตุ้นเข็มท้ายๆก็เมื่อเด็กอายุ 4-6 ปีเข้าไปแล้ว วัคซีนที่อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวง
 
สาธารณสุข มีดังนี้ 1. วัคซีนบีซีจี (BCG) หรือวัดชีนวัณโรค วัคซีนนี้ไม่ได้ฉีดเพื่อ ป้องกันการติดเชื้อวัณโรค แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่ติควัณโรคมีอาการรุนแรง ดังนั้นแม้จะฉีดแล้ว โอกาสที่จะเป็นวัณโรคก็ยังมีอยู่ เด็กที่ถูกฉีดวัดชีนนี้ ส่วนมากจะมีแผลเป็นที่ตันแขนเป็นสัญลักษณ์ 2. วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ฉีด 3 เข็ม แรกเกิด, 1-2 เดือน และ 6-12 เดือน 3. วัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) เป็นวัคซีนรวม 1 เข็มปองกันได้ 3 โรค โดยช่วงอายุประมาณ 4-6 ปี จะกระตุ้นเข็มสุดท้าย จากนั้น (หลัง 6 ปี) ไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนไอกรนอีก เพราะจะมีความเสี่ยงต่อ การเป็นโรคทางระบบประสาท ให้เปลี่ยนเป็นวัคซีนรวม คอตีบ บาดทะยักแทน (dT) โดยฉีดกระตุ้นทุก 10 ปืี 4. วัคซีนโปลิโอชนิดหยอด (OPV) หยอดที่ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4-6ปี จะกระตุ้นให้ลำไส้สร้างภูมิคุ้มกัน วัดชีนนี้หยอดได้ในเด็กปกติ เท่านั้น ถ้ามีโรคประจำตัวบางอย่างอาจต้องเปลี่ยนเป็นชนิดฉีด เช่นเด็กที่ เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง 5. วัคซีนรวมหัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR) 6. วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี E) ซึ่งเพิ่งรวมเป็นวัคซีนที่อยู่ใน แผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มฉีดเมื่อเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป 2 เข็มแรกห่างกัน 14 สัปดาห์ และอีก 1 เข็มในอีก 1 ปีต่อมา
ส่วนวัดขืนที่ไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวง สาธารณสุข ถ้าต้องการฉีดเพิ่มเติม ให้ขอคำแนะนำและปรึกษาแพทย์ ได้แก่ 1. วัคซีนฮิบ (Haemophilus influenzae type b vaccine) เชื้อ Haemophilus infuenzae เป็นแบคทีเรียที่ถ้าเด็กเล็กๆติดเชื้อนี้จะทำ ให้เกิดโรครุนแรง เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ วัดชีนป้องกันโรคนี้ เริ่มฉีดให้เด็กได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ถึง 2 ปี (อายุเกิน 2 ปี ไม่จำเป็นต้องฉีด วัคซีนฮิบ ยกเว้นในบางกรณี เช่น มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์) 2. วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella) เด็กเล็กๆเมื่อเป็นอีสุกอีใสจะ ขึ้นตุ่มไม่ค่อยมาก อากาไม่รุนแรง แต่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ถ้าเป็นอาการจะ รุนแรง ตุ่มเต็มตัวและอาจเป็นแผลเป็น ซึ่งการฉีดวัดชีนจะได้ประโยชน์คือ ถ้าฉีดแล้วโอกาสที่จะเป็นอีสุกอีใสก็ยังมีแต่น้อยมาก และอาการก็จะไม่มาก เท่ากับคนที่ไม่ได้ฉีด ความจริงแล้วเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดในช่วงอายุ 10-12 ปี หากยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใส (คนที่เคย เป็นอีสุกอีใสแล้วจะไม่เป็นซ้ำ) 3. วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) เมื่อติดไวรัสตับ อักเสบเอ จะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย อาจมีอาการรุนแรง มากได้ วัดชีนป้องกันโรคนี้เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป แต่โดยทั่วไป แนะนำให้ฉีดเมื่ออายุ