หน้า : พิมพ์หน้านี้ - รักษาหรือทำลาย : เมื่อการแพทย์แผนโบราณของเอเชีย ร่วมกระตุ้นการลักลอบค้าเสือ!

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: paeparita ที่ 19 ก.ค. 19, 09:21 น

รักษาหรือทำลาย : เมื่อการแพทย์แผนโบราณของเอเชีย ร่วมกระตุ้นการลักลอบค้าเสือ!


กระทู้: รักษาหรือทำลาย : เมื่อการแพทย์แผนโบราณของเอเชีย ร่วมกระตุ้นการลักลอบค้าเสือ!
เริ่มกระทู้โดย: paeparita ที่ 19 ก.ค. 19, 09:21 น
   องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ทำการเปิดเผยข้อมูลผลวิจัยที่อ้างอิงถึงวงจรการค้าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ในตระกูลเสือและสิงโต (Big Cats) ที่กำลังถูกล่าจากป่าอย่างผิดกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่นิยมนำอวัยวะและกระดูกมาใช้ทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่ “เชื่อกันว่า” สามารถรักษาโรคไขข้อ เสริมสร้างความแข็งแรง และเพิ่มสมรรถนะทางเพศได้                                 เช่น ยาแผนโบราณ และเครื่องดื่มชูกำลังสูตรท้องถิ่นที่ไม่พบสรรพคุณทางยาใดๆ นับเป็นครั้งแรกที่มีการตีแผ่ให้เห็นถึงแง่มุมอันตรายของมนุษย์และความเสี่ยงที่เสือและสิงโตเหล่านี้ต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้
   ผลงานวิจัย Trading cruelty – how captive big cat farming fuels the traditional Asian medicine industry เปิดชี้ให้เห็นถึงเบื้องหลังของการเพาะพันธุ์สิงโตในทวีฟแอฟริกา และการเพาะพันธุ์เสือในทวีปเอเชียที่มุ่งสนองตอบอุปสงค์ความต้องการของตลาด โดยนำเสนอหลักฐานอันน่าสะเทือนใจที่แสดงให้เห็นถึงความทุกข์ทรมานที่เหล่าสรรพสัตว์ต้องเจอ จากแรกเริ่มสู่จุดจบอย่างเดียวดาย ต้องเผชิญทั้งการถูกขังในกรงเล็กๆ เหมือนฟาร์มในระบบอุตสาหกรรม เช่น การสร้างกรงขนาดเล็กเรียงเป็นแถวเพื่อขังเสือและสิงโตหลายร้อยตัว                             ในทวีปเอเชีย การพบว่าลูกสิงโตมักเดินวนเวียนร้องเสียงโหยหวนไปรอบๆ กรง หรือแม้กระทั่งลูกสิงโต ที่อยู่อย่างไร้ความรู้สึกและมีร่างกายพิการ เพราะผลพวงจากการผสมพันธุ์แบบเลือดชิดในทวีปแอฟริกาใต้
  ผลการวิจัยยังนำเสนออีกด้านของห่วงโซ่อุปทาน โดยบอกเล่าถึงแง่มุมทัศนคติของมนุษย์ที่แสดงถึงความกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ พบว่า
• 4 ใน 5 (89%) ของผู้ที่ใช้ยาแผนโบราณของเอเชียในประเทศเวียดนาม เชื่อถือในสรรพคุณที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์  ของผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเสือและสิงโต และ 1 ใน 4 ยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสัตว์ป่า อย่างพลาสเตอร์กระดูกเสือ ’ และเหล้ากระดูกเสือ
• 9 ใน 10 (84%) ของกลุ่มชาวเวียดนามที่บริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นิยมผลิตภัณฑ์จากเสือที่จับได้จากป่ามากกว่าเพาะพันธุ์จากฟาร์ม
• กว่า 2 ใน 5 (40%) ของผู้ที่เข้ารับการสำรวจในประเทศจีน มักใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีส่วนผสมของเสือ
• ผู้บริโภคชาวจีนกว่าครึ่ง (55%) สนใจผลิตภัณฑ์จากเสือที่จับได้จากป่ามากกว่าจากฟาร์ม โดย 72%อ้างว่าผลิตภัณฑ์ที่มาจากป่ามีคุณสมบัติที่ดีกว่ามาจากฟาร์ม
  เหล่านี้นับเป็นหนึ่งในข้อบ่งชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจฟาร์มเสือ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวกระตุ้นการล่าสัตว์และทารุณสัตว์แบบผิดกฎหมายเพียงเพื่อตอบสนองการใช้เป็นส่วนผสมในยาแผนโบราณของเอเชีย โดยเฉพาะเสือสายพันธุ์ต่างๆ และสิงโตที่นับเป็นสัตว์ป่าสงวนที่ทั่วโลกร่วมกันอนุรักษ์
  ข้อเท็จจริงที่ว่าลูกสิงโตบางตัวในฟาร์มที่ทวีปแอฟริกาใต้ถูกพรากจากแม่ของมันในป่า และอีกหลายตัวที่เกิดจากการเพาะพันธุ์แบบเลือดชิดในฟาร์ม วงจรชีวิตของพวกมันเริ่มต้นจากการถูกเลี้ยงดูในฟาร์ม เมื่อโตขึ้นจะถูกใช้เพื่อความบันเทิงในกิจกรรม “จูงสิงโตเดินเล่น” จากนั้นพวกมันจะถูกส่งไปเป็นเหยื่อของมนุษย์นักล่าในเกมส์ล่าสัตว์ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกล่าเพื่อเอาหนังและหัวเป็นรางวัล ส่วนกระดูกจะถูกส่งออกอย่างถูกกฎหมายผ่านโควต้าการส่งออกที่มีเฉพาะในทวีปแอฟริกาใต้ ก่อนจะเดินทางข้ามทวีปสู่ตลาดการค้าในเอเชียอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำไปใช้ทำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกระดูกสัตว์ เช่น การทำยาแผนโบราณ หรือเหล้ากระดูกเสือ เครื่องดื่มที่หลายคนหลงเชื่อว่าช่วยในการบำรุงกำลังและรักษาโรคไขข้อ
  ในประเทศจีนมีการทำฟาร์มเพาะพันธุ์เสือขนาดใหญ่ โดยสร้างกรงเล็กๆ เรียงรายเป็นแถวเพื่อกักขังเสือ ที่น่าสงสาร ซึ่งพวกเขาให้เพียงอาหารและน้ำ เพียงเพื่อเลี้ยงพวกมันให้มีชีวิตรอดไปวันๆ เท่านั้น ส่งผลให้หลายตัวต้องหิวโซและผอมแห้งอย่างขาดสารอาหาร รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงอีกมากมายทั่วเอเชียที่นิยมโชว์การแสดงเสือและให้บริการถ่ายรูปร่วมกับเสือ และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเสือวางจำหน่ายอีกด้วย
  ในขณะที่การวิจัยทัศนคติของผู้บริโภคแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง แต่ก็ยังแฝงถึงแนวโน้มเชิงบวกเช่นกัน โดยแสดงให้เห็นว่าระหว่าง 60 – 70% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวเวียดนามและชาวจีนกล่าวว่าพวกเขาจะหยุดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ในตระกูลเสือ หากพวกเขารู้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับความถูกต้อง การอนุรักษ์ สวัสดิภาพหรือกฎหมาย นอกจากนี้ผู้บริโภคสัตว์ตระกูลเสือและสิงโต 68% ก็เต็มใจที่จะลองใช้สมุนไพรทางเลือกหากมีราคาถูก
   ขณะเดียวกันองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกกำลังทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนในการป้องกันการทำทารุณกรรมสัตว์ทั่วโลก ซึ่งในปีที่ผ่านมาเราตรวจพบว่ามีการล่าเสือจากัวร์ในอเมริกาใต้เพื่อส่งมาทำเป็นยาแผนโบราณในเอเชีย จึงเร่งประสานขอความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรต่างๆ รวมถึงได้ร่วมรณรงค์ให้มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติเพื่อลดความต้องการในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ตระกูลเสือและสิงโตไปเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีมนุษยธรรมและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้สมุนไพรทางเลือกอื่นๆ ที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก
   ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกได้ที่  www.worldanimalprotection.or.th หรือร่วมลงชื่อสนับสนุนเพื่อยุติการผสมพันธุ์เสือในกรงที่ไม่ใช่จุดประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ได้ที่  http://bit.ly/2L8Faia