หน้า : พิมพ์หน้านี้ - บทบาทของวอดก้า เหล้ารัสเซีย และเพิ่ม script สำหรับ IE 10 – 11 ค่ะ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => บันเทิง => ข้อความที่เริ่มโดย: bng5602 ที่ 30 มี.ค. 19, 02:05 น

บทบาทของวอดก้า เหล้ารัสเซีย


กระทู้: บทบาทของวอดก้า เหล้ารัสเซีย
เริ่มกระทู้โดย: bng5602 ที่ 30 มี.ค. 19, 02:05 น
บทบาทของวอดก้า เหล้ารัสเซีย

จุดประสงค์ของการเขียนบทความไม่ได้มาชวนดื่มเครื่องดื่ม สูตรค็อกเทล (https://pepperrr.net/th/articles/64620) จริง ๆ แล้วต้องการให้ผู้ดื่มทั้งหลายได้พึงระวังและมีสติในการดื่มมากกว่า โดยเฉพาะการขับรถที่ต้องละเว้นโดยเด็ดขาด ด้วยวลีที่ว่า “เมาไม่ขับ” ถ้าปฏิบัติได้ก็จะเป็นการดีทั้งตัวเอง และส่วนรวม ตลอดจนสุขภาพอีกด้วย บทความนี้เพียงต้องการให้ผู้อ่านมีความสนุกกับเครื่องดื่มของรัสเซียที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า วอดก้า (https://pepperrr.net/th/articles/64620) เนื่องจากเป็นเหล้าที่กลายเป็นอินเตอร์ไปแล้ว โดยเฉพาะวอดก้าแบรนด์ Smirnoff ที่มีบทบาทอย่างมากในโลกของสุรารัสเซีย

วอดก้านั้นแท้จริงแล้วผลิตขึ้นมาจากน้ำบริสุทธิ์ ผสมกับเอธานอลเพียงสองอย่างเท่านั้น จากการที่เภสัชกรต้องการผสมยา แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นวอดก้า แต่เป็นวอดก้าที่แตกต่างไปจากที่เรารู้จักอยู่สักหน่อยเนื่องจากจะมีสีเข้ม และแอลกอฮอล์ก็จะไม่มาก ผู้รู้บอกว่าวอดก้านั้นสามารถผลิตจากอะไรก็ได้ที่เป็นแป้งและน้ำตาล เช่น มันฝรั่ง ข้าวสาลี หัวหอม บีทรูท แม้กระทั่วเบคอน แต่ถ้าได้ข้าวสาลี หรือข้าวไรท์ก็จะดีมาก ๆ

การผลิตวอดก้าเริ่มขบวนการด้วยการนำวัตถุดิบหลักมาหมักแล้วนำมากลั่นเพื่อให้แอลกอฮอล์มีความเข้มข้นขึ้น โดยปกติต้องกลั่นประมาณ 3-4 ครั้ง เนื่องจากถ้ากลั่นมากครั้งก็จะทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์สูงขึ้น แล้วนำมากรองด้วยฟิลเตอร์ วิธีนี้เป็นการเพิ่มให้รสชาติวอดก้าดีขึ้นและมีกลิ่นที่หอมกว่า จากนั้นให้นำน้ำบริสุทธิ์มาผสม และบรรจุลงขวดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน กลิ่น รส และปริมาณแอลกอฮอล์จะต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์

คำว่าวอดก้าถูกบัญญัติไว้ในพจนานุกรมของรัสเซียในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 พร้อมกันนั้นก็ยังปรากกในวรรณคดีอังกฤษก่อนนั้นอีกด้วย แต่ในโปรแลนด็ยังมีประวัติการผลิตที่เก่าแก่กว่าอีก คือตั้งแต่ยุคกลาง หรือประมาณศตวรรษที่ 5-15 และเริ่มมีแบรนด์วอดก้าที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 16 ต่อมาการผลิตได้ถูกจำกัดผูกขาดโดยพวกขุนนางในราชสำนัก และเริ่มมีการส่งออกไปทั่วยุโรป

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นยุคคอมมิวส์นิสต์ มีการปันส่วนวอดก้า และการกำหนดโควตา ส่งผลให้การผลิตไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร ผู้ผลิตจึงต้องย้ายถิ่นที่อยู่ไปยังฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ในยุคปี ค.ศ. 1920-1933 วอดก้าเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะปริมาณแอลกอฮอล์ที่สุงกว่าเหล้าอื่น ๆ และเริ่มมีการทำตลาดในอเมริกาเป็นครั้งแรกด้วยวอดก้าแบรนด์ Smirnoff ในปี ค.ศ. 1954

การปฏิวัติเมื่อปี ค.ศ.1989ในโปแลนด์ทำให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลาย จึงเป็นจุดกำเนิดของวอดก้าแบรนด์ใหม่ ๆ ขึ้นในโลกของนักดื่มมากมาย การล้มสลายของลัทธิดังกล่าวทำให้การคมนาคมสะดวกขึ้นถ้าต้องเดินทางไปยังโปแลนด์ ยูเครน และรัสเซีย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้นำแบรนด์วอกก้าต่าง ๆ ที่เคยถูกครอบงำโดยระบอบคอมมิวนิสต์มาเปิดเผยต่อสาธารระชน หนึ่งในนั้นก็ได้แก่วอดก้าแบรนด์ Smirnoff ซึ่งเป็นแบรนด์พรีเมียมของรัสเซียทีมีรสชาติ และปริมาณแอลกอฮอล์ที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุด

Smirnoff จัดว่าเป็นแบรนด์ของวอดก้าเกรด A มีส่วนผสมของมันฝรั่ง และเมล็ดข้าว เป็นน้ำสุราที่มีสีขาวบริสุทธิ์ด้วยการกลั่นซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งกว่าจะใสบริสุทธิ์ ไร้สี ไร้กลิ่น และไม่มีรสชาติ แต่มีปริมาณดีกรีอยู่ประมาณ 37-40% เป็นวอดก้าที่ถูกคิดค้นจากคนในตระกูล Smirnoff ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในรัสเซียตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 แต่เมื่อเกิดการปฏิบัติครั้งสำคัญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ทำให้ต้องย้ายครอบครัวไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ตั้งโรงกลั่นเหล้าวอดก้าขึ้นมา ในช่วงแรก ๆ วอดก้าไม่เป็นที่นิยมของคนอเมริกันเท่าไหร่ แต่หลังจากได้รู้จักก็นิยมดื่มกันมากขึ้น และขยายไปทั่วโลก วอดก้านี้มีอยู่ด้วยกัน 3 แบรนด์ได้แก่ Smirnoff Red Lable สำหรับขายทั่วไป, Smirnoff Blue Lable ผลิตในอเมริกาแต่ส่งไปขายในรัสเซีย, และสุดท้าย Smirnoff Black Label ผลิตในมอสโค และขายในรัสเซีย

วอดก้าโดยแท้จริงแล้วมีสายพันธุ์ดั่งเดิมมาจากรัสเซีย เป็นสูตรผสมของคนรัสเซียโดยแท้ แต่ในทุกวันนี้มีโรงงานอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสินค้าที่ส่งออกที่มียอดขายดีติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะแบรนด์ Smirnoff ทั้ง 3 ชนิด...