หน้า : พิมพ์หน้านี้ - บลจ.กรุงไทย แนะลงทุนเวียดนาม

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: takatsuki55 ที่ 4 ก.ค. 22, 11:29 น

บลจ.กรุงไทย แนะลงทุนเวียดนาม


กระทู้: บลจ.กรุงไทย แนะลงทุนเวียดนาม
เริ่มกระทู้โดย: takatsuki55 ที่ 4 ก.ค. 22, 11:29 น
(https://i.imgur.com/iMyuN1F.jpg)

บลจ.กรุงไทย แนะลงทุนเวียดนาม
สร้างโอกาสเติบโตอย่างมีศักยภาพ ด้วยความแข็งแกร่งระดับอาเซียน

บลจ.กรุงไทย เปิดตัวกองทุน KT-VIETNAM-A และ KT-VIETNAM-SSF รับเทรนด์การฟื้นตัวครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์มองตลาดทุนเวียดนามซื้อขายอยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจ คาดมีแนวโน้มการฟื้นตัวสูง จากปัจจัยเรื่องราคาและเศรษฐกิจที่ได้รับผลบวกจากการเปิดประเทศของจีน ขณะที่ผลกระทบจากสงครามรัสเซียมีค่อนข้างต่ำ พร้อมเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) 4 - 12 กรกฎาคม 2565 นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์การลงทุนทั่วโลกที่มีความผันผวน นักลงทุนควรพิจารณาการลงทุนด้วยความรอบคอบและควรมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดที่มีความผันผวนต่ำ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และมีสินทรัพย์ที่ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งภายใต้ภาวะความผันผวนเช่นนี้ ตลาดหุ้นเวียดนามนับว่าเป็นตลาดที่ตอบโจทย์การลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับมีระดับราคาที่น่าสนใจ

"ตลาดหุ้นเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดอาเซียนที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ซึ่งหลักๆ มาจากการที่เวียดนามมีประชากรประมาณ 98 ล้านคน และส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน (ที่มา: populationpyramid.net) จึงทำให้ได้เปรียบจากโครงสร้างประชากร ประกอบกับการที่ตลาดหุ้นเวียดนามได้ปรับฐานจากความกังวลในระยะสั้นของนักลงทุน จากที่หน่วยงานภาครัฐได้เข้าตรวจสอบและจับกุมธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลให้เข้มแข็งและโปร่งใสขึ้น เหตุการณ์นี้จึงทำให้เกิดแรงเทขายออกมาอย่างรุนแรง แต่เมื่อพิจารณาโดยพื้นฐานจะพบว่าในปัจจุบันอยู่ในระดับราคาที่น่าลงทุนซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว รวมถึงผลกระทบจากสงครามรัสเซียก็มีค่อนข้างจำกัดเพราะเวียดนามมีสัดส่วนการค้ากับรัสเซียค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ หากจีนเปิดประเทศเต็มที่อีกครั้ง ก็จะทำให้เวียดนามมีโอกาสได้รับประโยชน์สูงจากหลากหลายอุตสาหกรรม" นางชวินดา กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุน จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม โดยเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่  4-12 กรกฎาคม 2565 ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทมเวียดนาม อิควิตี้ (ชนิดสะสมทรัพย์) (KT-VIETNAM-A) และกองทุนเปิดเคแทม เวียดนาม อิควิตี้ (ชนิดเพื่อการออม) (KT-VIETNAM-SSF) สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยทั้งสองกองทุนเป็นการลงทุนแบบเชิงรุก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด เน้นลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศเวียดนาม ผ่านการลงทุนในตราสารทุน หน่วย CIS กองทุน ETF ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียดนามและต่างประเทศ เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีกระบวนการลงทุนแบบผสานรูปแบบการลงทุนทั้ง Top-down และ Bottom-up Approach ด้วยการคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง มุ่งหวังการเติบโตจากมูลค่าของเงินลงทุนในระยะยาว ทั้งยังมีการประเมินมูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้วิธีการประเมินในรูปแบบต่างๆ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/3ygQFdc สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ปัจจัยความเสี่ยงของกองทุนที่สำคัญ : ความเสี่ยงทางตลาด ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

คำเตือน ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนเพื่อการออม และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน / ทั้งนี้ หากลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด อาจจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสียเงินเพิ่ม / รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

……………………………….………………