หน้า : พิมพ์หน้านี้ - บริษัททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใส่ใจ "ความยั่งยืน" มากขึ้น

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: vividqest ที่ 20 มิ.ย. 22, 09:24 น

บริษัททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใส่ใจ "ความยั่งยืน" มากขึ้น


กระทู้: บริษัททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใส่ใจ "ความยั่งยืน" มากขึ้น
เริ่มกระทู้โดย: vividqest ที่ 20 มิ.ย. 22, 09:24 น
(https://mma.prnewswire.com/media/1840264/JCI_Linear_Chart.jpg)
(https://mma.prnewswire.com/media/1840265/JCI_Bar_Chart_01.jpg)
(https://mma.prnewswire.com/media/1840263/image_812666_25174781.jpg)

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน 246 คน ใน 4 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า 70% ระบุว่าความยั่งยืนมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันในส่วนของการดึงดูดลูกค้า
ผู้ตอบแบบสำรวจ 91% ให้ความสำคัญกับการลงทุนในสถานที่ทำงานและอาคารประหยัดพลังงานในช่วงสามปีข้างหน้า
อุปสรรคสำคัญ 5 ประการในตอนนี้ประกอบด้วยการจัดการหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การขาดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การขาดพันธมิตรภายนอกองค์กร ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความยากลำบากในการขยายขนาด
จอห์นสัน คอนโทรลส์ (Johnson Controls) (NYSE: JCI) ผู้นำระดับโลกด้านอาคารอัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสุขภาพ และยั่งยืน ได้เผยแพร่ผลการศึกษาระดับโลกเพื่อประเมินความก้าวหน้าของบริษัทต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตอนนี้ความยั่งยืนได้กลายเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทั่วโลก

การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนสะท้อนให้เห็นอย่างต่อเนื่องทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำธุรกิจ 246 คน ในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย พบว่า 70% ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากการสำรวจออนไลน์และการสัมภาษณ์โดยฟอร์เรสเตอร์ คอนซัลติง (Forrester Consulting) โดยพัฒนาร่วมกับและได้รับมอบหมายจากจอห์นสัน คอนโทรลส์

"ผลสำรวจแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้นำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองว่าความยั่งยืนมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับธุรกิจในตอนนี้ ในบรรดาโครงการความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบนั้น สถานที่ทำงานและอาคารประหยัดพลังงานถูกมองว่ามีความสำคัญมากที่สุด โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 91% ให้ความสำคัญกับการลงทุนในส่วนนี้ในช่วงสามปีข้างหน้า" คุณชาร์ลส์ ลิม (Charles Lim) หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท จอห์นสัน คอนโทรลส์ กล่าว "ผู้ตอบแบบสำรวจมากกว่า 3 ใน 4 ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนทั่วอาคารลง 26% หรือมากกว่านั้น และผู้ตอบแบบสำรวจ 11% ตั้งเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์หรือปล่อยคาร์บอนเป็นลบ"

แม้ว่าองค์กรทั้งหลายจะตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้แนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืน แต่หลายบริษัทยังไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนในการเตรียมตัวเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยปัจจุบันมีอุปสรรคสำคัญอยู่ 5 ประการ ได้แก่ การจัดการหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การขาดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การขาดพันธมิตรภายนอกองค์กร ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความยากลำบากในการขยายขนาด

ผลสำรวจยังค้นพบด้วยว่า ผู้ตอบแบบสำรวจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเพียง 18% ที่ใช้ซอฟต์แวร์จัดทำรายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อช่วยวัดผลความก้าวหน้า ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจ 41% เชื่อว่าองค์กรของตนเองขาดแคลนความรู้ความเชี่ยวชาญภายในองค์กร ส่งผลให้ไม่สามารถติดตามการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ในการเร่งเครื่องเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนนั้น บริษัทต่าง ๆ ต้องจัดลำดับความสำคัญโดยพิจารณาจากความต้องการของหลายฝ่าย และต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโรดแมปด้านความยั่งยืนที่โปร่งใส ตลอดจนใช้มาตรวัดและเครื่องมือเพื่อติดตามความก้าวหน้า" คุณเหมย เผิง โห (Mei Peng Hor) ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานความยั่งยืนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท จอห์นสัน คอนโทรลส์ กล่าว "ลูกค้าจำนวนมากขึ้นต่างมองหาหนทางในการทำให้กระบวนการนี้ง่ายขึ้น และกำลังส่งผ่านเป้าหมายด้านความยั่งยืนและความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวให้แก่พันธมิตรภายนอกองค์กรที่มีศักยภาพ ความสามารถในการขยายขนาด และระบบนิเวศที่เพียบพร้อม ยกตัวอย่างเช่น บริการโอเพนบลู เน็ตซีโร่ บิลดิงส์ (OpenBlue Net Zero Buildings) ของเรา ซึ่งช่วยให้มหาวิทยาลัยฮาวายลดการใช้พลังงานได้ถึง 80% ในวิทยาเขต 4 แห่ง และประหยัดเงินได้ถึง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยโซลูชันพลังงานหมุนเวียนและการปรับปรุงการใช้พลังงาน"

ผลสำรวจทั่วโลกพบว่า อเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ดำเนินการเชิงรุกมากที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน ขณะที่ภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งรีบบรรลุเป้าหมายมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ โดยรายงานสถานะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอาเซียน (ASEAN State of Climate Change Report) ระบุว่า "ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเป้าหมายกับการปฏิบัติจริง" เมื่อพิจารณาจากเป้าหมายการลดคาร์บอนปี 2573 กับแนวโน้มการปล่อยคาร์บอนจนถึงตอนนี้

ดูผลสำรวจการลดคาร์บอนทั่วโลกฉบับเต็มได้ที่ www.johnsoncontrols.com/forresterstudy

เรียนรู้เพิ่มเติมว่าจอห์นสัน คอนโทรลส์ ช่วยให้การบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์กลายเป็นเรื่องง่ายได้อย่างไรที่ www.johnsoncontrols.com/en_sg/openblue/net-zero-buildings

เกี่ยวกับจอห์นสัน คอนโทรลส์

จอห์นสัน คอนโทรลส์ (NYSE:JCI) มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ผู้คนอยู่อาศัย ทำงาน เรียนรู้ และเล่นสนุก ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านอาคารอัจฉริยะ เป็นมิตรต่อสุขภาพ และยั่งยืน พันธกิจของเราคือการนำเสนอประสิทธิภาพของอาคารในรูปแบบใหม่ เพื่อผู้คน สถานที่ และโลกใบนี้

ด้วยประวัติอันน่าภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมมานานกว่า 135 ปี ทำให้จอห์นสัน คอนโทรลส์ สามารถนำเสนอพิมพ์เขียวแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สุขภาพ โรงเรียน ดาต้าเซ็นเตอร์ สนามบิน สนามกีฬา การผลิต และอื่น ๆ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลโอเพนบลู (OpenBlue) ปัจจุบัน บริษัทมีผู้เชี่ยวชาญ 100,000 คน ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ที่พร้อมนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ และบริการด้านอาคารที่ครอบคลุมที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมมาจากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรม ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.johnsoncontrols.sg หรือติดตามเราได้ทางลิงก์อินของจอห์นสัน คอนโทรลส์ เอเชียแปซิฟิก https://www.linkedin.com/showcase/johnson-controls-asia-pacific/

รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1840264/JCI_Linear_Chart.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1840265/JCI_Bar_Chart_01.jpg
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/1840263/image_812666_25174781.jpg