หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เจ้าสัวธนินท์ นักธุรกิจช่วยเหลือสังคม ช่วงวิกฤติโควิด-19

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: kampsoth ที่ 4 ม.ค. 22, 17:38 น

เจ้าสัวธนินท์ นักธุรกิจช่วยเหลือสังคม ช่วงวิกฤติโควิด-19


กระทู้: เจ้าสัวธนินท์ นักธุรกิจช่วยเหลือสังคม ช่วงวิกฤติโควิด-19
เริ่มกระทู้โดย: kampsoth ที่ 4 ม.ค. 22, 17:38 น
ในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หนัก ๆ หลายระลอก ซึ่งตั้งแต่เกิดการระบาดมาจนถึงปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์ของเราต้องรับศึกหนักมาตลอด และประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อ และการหยุดงาน เป็นต้น แต่ก็ยังโชคดีที่ในสังคมไทยยังมีการแบ่งปัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่ อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี ที่ได้ไฟเขียวจากประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ กับนโยบายให้ทุกบริษัทในเครือฯ ต้องให้การช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ตามความถนัดหรือตามกำลังความสามารถของแต่ละบริษัท จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน

(https://www.img.in.th/images/74f6eb5c313e06566e784e49090bde4c.jpg)

โดยแต่ละบริษัทในเครือฯ ก็ได้ขานรับและดำเนินการทันทีอย่างเต็มกำลังความสามารถและต่อเนื่องในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งประชาชนและสังคมรับรู้ ส่งผลให้การสำรวจ “บุคคลของสังคมแห่งปี 2564 ในใจประชาชน” ภาคนักธุรกิจ มีชื่อของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้คะแนนสูงสุด ร้อยละ 50.6 ประเภทผู้นำทางธุรกิจของประเทศ ที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจในหลายมิติ

หากย้อนไปดูตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาดใหม่ ๆ จนถึงปัจจุบันจะพบว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ออกมาช่วยเหลือสังคมมากมาย นับเฉพาะที่เด่น ๆ ชัด ๆ ในนามเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังไม่ต้องลงไปถึงระดับบริษัทในเครือฯ ก็เช่น การสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพื่อผลิตและแจกจ่ายฟรีให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และขยายไปยังกลุ่มเปราะบาง โดยปัจจุบันแจกจ่ายไปแล้วประมาณ 30 ล้านชิ้น

การสร้างโรงพยาบาลสนาม ซีพี-WHA-จุฬารัตน์ ซึ่งเป็นการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร 3 องค์กร เป็นโรงพยาบาลสนามมาตรฐานระดับภูมิภาค รองรับผู้ป่วยโควิด-19 สีเหลือง สีส้ม มีระบบการแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน และมีระบบการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เทียบเท่าโรงพยาบาลหลัก โดยมีทีมอายุรแพทย์ 15 คน พยาบาลและทีมสหวิชาชีพ 50 คน รวมทั้งห้องยาและเวชภัณฑ์ ห้องแล็บ ห้องเอกซเรย์ พร้อมทีมสนับสนุนดูแลผู้ป่วย ตลอด 24 ชั่วโมง และได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาใช้ อาทิ 1. ติดตั้งท่อระบบระบายอากาศที่หัวเตียงผู้ป่วยเพื่อดูดไอระเหย ช่วยระบายอากาศได้สะดวกในครั้งเดียว และมีการฆ่าเชื้อด้วยยูวีอีกครั้ง ป้องกันการแพร่เชื้อโควิดในพื้นที่ 2. วางระบบอากาศภายในโซนดูแลผู้ป่วยในระบบ Negative pressure เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปสู่บริเวณอื่น 3. ติดตั้งระบบท่อกรองน้ำ RO สำหรับอุปกรณ์การแพทย์ และผู้ป่วย 4. ติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์ ออกซิเจนในทุกเตียง 5. ติดตั้งเครื่องให้ออกซิเจนด้วยอัตราการไหลสูง (High Flow O2 FLOW) และเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังคงเปิดดำเนินการอยู่ โดยโรงพยาบาลจุฬารัตน์ทั้ง 14 แห่งเป็นผู้คัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ส่งต่อมารับการรักษา

(https://www.img.in.th/images/7686088934e877d27c380ef13d01940e.jpg)

โรงพยาบาลสนาม เลิดสิน-กรมการแพทย์-ซีพี-พฤกษา ที่เกิดจากความร่วมมือกันของโรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท รวมไปถึงภาคเอกชนอื่น ๆ ในการรักษาผู้ป่วยโควิค-19 สีเหลืองและสีแดง และยังรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ส่งต่อมาจากศูนย์นิมิตบุตรที่กรมการแพทย์ปิดตัวไปเมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2564

โครงการครัวปันอิ่มที่แจกข้าวกล่อง 2 ล้านกล่องฟรี เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 และยังช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยที่ต้องปิดร้าน ขายอาหารไม่ได้ช่วงล็อคดาวน์ รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรจากราคาสินค้าตกต่ำด้วย เช่น มังคุดที่ขายไม่ได้ราคา ทางซีพีได้รับผลิตผลจากเกษตรกรมาแจกจ่ายให้ประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19, โครงการแจกถุงยังชีพ เช่น อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย และเครื่องใช้จำเป็นประคองสถานการณ์โควิดในชุมชนให้กับ 44 ชุมชน ในกรุงเทพฯ

ล่าสุดกับโครงการซีพีปันปลูก แจกยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรให้กับชุมชน สถานพยาบาล และองค์กรต่างๆ กว่า 30 ล้านแคปซูล ซึ่งปัจจุบันยังคงดำเนินการแจกจ่ายอยู่

(https://www.img.in.th/images/d1470b1377095807d28d34048c2cc77c.jpg)

นอกจากนี้ยังมีการจัดทำศูนย์พักคอย ม.ราม ร่วมกับโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, การสนับสนุนอาหารแก่บุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม รวมแล้วกว่า 200 ล้านบาท, การสนับสนุนจุดฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล 3 จุด ได้แก่ True Digital Park, โลตัสส์มีนบุรี และโลตัสส์พระราม, การบริจาคเงินและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และการส่งอาหารให้กับสถานพยาบาล ผู้กักตัว และประชาชน เป็นต้น

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ประเทศไทยสามารถรอดพ้นวิกฤติไปได้ ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของสังคมไทย เราเห็นคุณค่าของการทำความดี การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมเป็นเรื่องสำคัญ ทุกวิกฤติเราจึงได้เห็นคนดี ๆ ที่พยายามผลักดัน ช่วยเหลือสังคม ตามกำลังความสามารถของตน รวมถึงนักธุรกิจที่มีน้ำใจช่วยเหลือเจือจุนส่วนรวมในโอกาสต่าง ๆ เป็นโชคดีของคนไทยที่เรามีน้ำใจต่อกัน สังคมเรายังต้องการคนเหล่านี้ ซึ่งเราต้องสนับสนุน ชื่นชม และให้กำลังใจกัน