หน้า : พิมพ์หน้านี้ - การเปิดประเทศ ที่มาพร้อมกับการสิ้นสุดมาตรการเยียวยา ความท้าทายของธุรกิจในสนามบิน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: melonn9 ที่ 5 ธ.ค. 21, 10:19 น

การเปิดประเทศ ที่มาพร้อมกับการสิ้นสุดมาตรการเยียวยา ความท้าทายของธุรกิจในสนามบิน


กระทู้: การเปิดประเทศ ที่มาพร้อมกับการสิ้นสุดมาตรการเยียวยา ความท้าทายของธุรกิจในสนามบิน
เริ่มกระทู้โดย: melonn9 ที่ 5 ธ.ค. 21, 10:19 น
การ เปิดประเทศ ที่มาพร้อมกับการสิ้นสุด มาตรการเยียวยา ความท้าทายครั้งใหม่ของ ธุรกิจในสนามบิน

ประเทศไทยเผชิญภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากโรค Covid – 19 มาไม่น้อยกว่า 1 ปี ผลกระทบเกิดขึ้นกับหลากหลายธุรกิจ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงที่โดนหนักจริงๆคงจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการ เปิดประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจโรงแรม และ การท่องเที่ยว รวมถึงทางอ้อมพวกธุรกิจห้าง ร้านค้า ธุรกิจกลางคืน ผ่าน มาตราการการเยียวยาทุกธุรกิจมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมา แต่จากที่ภาครัฐฯบอก ประเทศไทยของเราอีกไม่กี่วันก็จะ เปิดประเทศ แล้ว หลายๆที่ก็จะได้กลับมาหารายได้ ได้ตามปกติสักที โดยวันนี้จะมาชวนคุยถึงธุรกิจประเภทนึงที่น่าจะฟื้นตัวอย่างมากจากการเปิดประเทศ นั่นคือ ธุรกิจในสนามบิน

(https://f.ptcdn.info/600/075/000/r3afuf50usbPbOuYNoJ4-o.png)

พูดถึง ธุรกิจในสนามบิน ก็มองถึง ธุรกิจให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร ดิวตี้ฟรี ที่ทำให้เรานึกถึงพื้นที่ในสนามบิน ซึ่งสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับการบิน และคงต้องนึกถึง ทอท. หรือการท่าฯ ผู้ที่เป็นผู้ให้สัญญาเช่าพื้นที่ต่างๆ ภายในสนามบินเป็นหลัก  ซึ่งที่ผ่านมา ทอท. ได้ช่วยเยียวยาธุรกิจต่างๆที่อยู่ในสนามบิน

อาทิ การยืดระยะเวลาการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากสัมปทาน สัญญาค่าเช่าส่วนต่างๆ ออกไป การให้เงินกู้ Soft loan สนับสนุนธุรกิจท่องเที่ยว การลดค่าเช่า ให้สายการบิน ร้านค้าต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ โดยการเยียวยาครั้งนี้ผู้ประกอบการที่อยู่ภายในสนามบินก็ได้รับการเยียวยาเหมือนกันหมด แตกต่างกันไปก็แค่รายละเอียดของสัญญาเพียงเท่านั้น

              ที่ผ่านมาในปี 2020 ปีที่เกิดวิกฤต Covid–19 พอดี ซึ่งก่อนเกิดวิกฤต ได้มีการประมูลสัมปทาน ดิวตี้ฟรี ในสนามบินสุวรรณภูมิสัญญาใหม่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูล 2 ราย และ คิงพาวเวอร์ เป็นผู้ที่ชนะการประมูล สัมปทานดิวตี้ฟรี ภายใต้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ ทอท. ที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นสัญญาใหม่ก็มาเจอโควิด แน่นอนการที่คิงเพาเวอร์จะการันตีการส่งผลประโยชน์ให้กับ ทอท. ด้วยจำนวนที่สูงมากขนาดนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะอีกมุมหนึ่งของสัญญา ทอท. เองก็ต้องมีการการันตีจำนวนผู้โดยสารที่จะเข้าใช้บริการที่สนามบิน ไม่อย่างนั้น คิงเพาเวอร์ จะไม่สามารถที่จะคำนวณค่าตอบแทนเป็นรายหัวออกมาได้  แต่ตัวเลขของจำนวนผู้โดยสารก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ ทอท. ได้ให้สัญญาเอาไว้ (และ ทอท.ไม่ยกเลิกสัญญา เพราะสถานการณ์ Covid-19 แบบนี้ใครจะกล้าเข้าร่วมประมูล) เลยต้องพยายามช่วยเพื่อให้ธุรกิจที่ตอนนี้เป็น No-Win situation ให้รอดไปจนผ่านวิกฤตให้ได้ โดยมาตรการเยียวยาตรงนี้หาอ่านได้ที่นี่ ...
AOT แจงช่วย ‘คิง เพาเวอร์’ ตามนโยบาย ย้ำยึดผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นและประเทศเป็นหลัก – THE STANDARD
https://thestandard.co/aot-king-power-2/ (https://thestandard.co/aot-king-power-2/)

AOT เลื่อนนับสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี-พื้นที่เชิงพาณิชย์ “กลุ่มคิง เพาเวอร์” เริ่ม เม.ย.65 - ThaiPublica
https://thaipublica.org/2020/07/aot-help-covid-19-3/ (https://thaipublica.org/2020/07/aot-help-covid-19-3/)

ซึ่งหาก เปิดประเทศ ได้จริง จะปรับสัญญา ดิวตี้ฟรี ของ คิง พาวเวอร์ ให้เป็นตามเดิมในเดือนมีนาคม 2565  โดยค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำโดยรวม จะแปรผันตามจำนวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริงทันที และค่าตอบแทนขั้นต่ำนี้จะถูกปรับขึ้นทันทีในปีถัดไปตามอัตราการขยายตัวของผู้โดยสารและเงินเฟ้อ โดยไม่ต้องรอให้ผู้โดยสารกลับมาในระดับก่อนวิกฤตดังเช่นผู้ประกอบการรายอื่น และยังคงอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำ ตามสัญญาเดิม (ที่เสนอตอนประมูล ตอนที่ยังไม่เจอวิกฤต Covid -19)  ทุกประการ

 จะเห็นได้ว่าหากมีการเปิดประเทศจริง จะ “สิ้นสุดมาตรการเยียวยา” ให้กับธุรกิจดิวตีฟรีพอดี และสัญญาแทบจะกลับไปเป็นอย่างเดิม (สัญญาที่เสนอตอนประมูล ตอนที่ยังไม่เจอวิกฤต Covid -19)
แต่ก่อนที่จะสิ้นสุดมาตรการเยียวยา หนทางที่จะไปถึงเป้าหมายจุดนั้นได้ก็ค่อนข้างท้าทายความสามารถของผู้ประกอบการอยู่มาก สืบเนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาด ที่อาจจะเกิดการระบาดขึ้นมาใหม่จนทำให้เศรษฐกิจชะงักลงอีกครั้ง รวมไปถึงวิธีการบริหารจัดการจากทางภาครัฐ ถึงแม้ว่าประกาศเปิดประเทศแล้วแต่ปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการยังคงไม่สามารถวางใจได้

ยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่ “สายการบิน” การบินต่าง ๆ คืนสลอตการบินฤดูหนาว หรือ winter schedule 2564-2565 (ระหว่าง 31 ตุลาคม 2564-26 มีนาคม 2565) จำนวนมากนั้นก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอะไรหลายๆ
"แอร์ไลน์" แห่คืนสลอตบิน ชี้ 5 เดือนจากนี้ธุรกิจยังไม่เชื่อมั่น (prachachat.net)
https://www.prachachat.net/tourism/news-785125

รวมถึงข่าวที่ ไทยแอร์เอเชีย จ่อปลดพนักงาน 350 คน จาก 5,000 คน เพื่อให้สอดคล้องกับฝูงบินที่มีมีขนาดเล็กลง ก็ทำให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังไม่ฟื้นจากอาการบาดเจ็บเท่าที่ควร
 https://www.sanook.com/news/8476202/ (https://www.sanook.com/news/8476202/)

              ถึงแม้ว่าจะมีการ เปิดประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้อย่างฉับพลัน เศรษฐกิจบอบช้ำ ผู้ประกอบการสะบักสะบอมกับการต่อสู้ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะได้รับมาตรการเยียวยาแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอที่ผ่าน ทอท.เยียวยาแล้ว แต่ก็ยังไม่น่าจะพอ

รัฐฯ จะต้องลงมาสนับสนุนเพิ่มเติม และมิใช่เพียงแค่ ธุรกิจสายการบิน หรือการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินเท่านั้น รัฐจะต้องสนับสนุนให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า องค์ประกอบอื่นๆ กลับมีความแข็งแกร่ง  เพื่อกอบกู้สถานการณ์กลับมาให้ไวที่สุด อย่าลืมว่าการที่จะเปิดประเทศครั้งนี้ต้องดำเนินภายใต้มาตรการใหม่  มีการตรวจโรค ต้องการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ตรงนี้เป็นต้นทุนสำหรับผู้ประกอบการทั้งนั้น ดังนั้นเมื่อประกาศเปิดประเทศ แล้วรัฐก็ปล่อยให้ผู้ประกอบการไปจัดการกันเอง รัฐจะต้องมีความช่วยเหลือสนับสนุนตรงนี้ต่อไปอีก เพื่อความอยู่รอดอย่างมั่นคง

ที่มา: https://pantip.com/topic/41127675