หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ นับถอยหลัง เที่ยวไทยไม่กักตัว

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: blackholedell ที่ 14 มิ.ย. 21, 20:46 น

ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ นับถอยหลัง เที่ยวไทยไม่กักตัว


กระทู้: ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ นับถอยหลัง เที่ยวไทยไม่กักตัว
เริ่มกระทู้โดย: blackholedell ที่ 14 มิ.ย. 21, 20:46 น
ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เที่ยวไทยไม่กักตัว ดีเดย์ 1 กรกฎาคมนี้ โครงการนำร่อง เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้า ซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง สร้างความเข้าใจ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่จะประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ โดยล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“เปิดแผน ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เที่ยวไทยไม่กักตัว!! (Phuket Sandbox) เริ่ม 1 กรกฎาคมนี้แล้ว เตรียมตัวเดินทางโดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 2 โดส โดยภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่อง รับนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่งแรกของประเทศไทย

มีอีกสิ่งสำคัญคือการเน้นทำ “ซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง” ด้วยการทำการตลาดให้ลูกค้าเข้าใจว่า ต้องแยกภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่น ๆ ออกจากประเทศไทยในภาพรวม เพราะหากดูการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน และยอดสะสมของทั้งประเทศ อาจดูน่ากลัวในสายตาต่างชาติ”

อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 จนถึงการระบาดระลอก 3 เดือนเมษายน 2564 สร้างความบอบช้ำให้กับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างหนัก จากมาตรการปิดประเทศ เพื่อสกัดโควิด-19 ส่งผลให้ไทยสูญรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งในปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านล้านบาท

ดังนั้น การฟื้นฟูการท่องเที่ยว จึงเป็นอีกแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจประเทศ รัฐบาลจึงมีแผนเปิดประเทศ อีกครั้ง ด้วยการผุดโครงการ Phuket Sandbox ใช้จังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่นำร่อง ในการต้อนรับนักเดินทาง ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว และแสดงผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องกักตัว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เงื่อนไขของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในภูเก็ต ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด 3 ครั้ง ได้แก่ การตรวจในวันแรกที่เข้ามาภูเก็ต และตรวจซ้ำในวันที่ 6 และวันที่ 12

ทั้งนี้ 14 วันแรก สามารถท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้ หลังจากนั้น สามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ในพื้นที่เชื่อมโยง ได้แก่ กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี ซึ่งต้องได้รับการอนุมัติ จาก ศบค. ก่อน คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือน มิถุนายน-กันยายน 2564

หลังจากนั้น จะขยายพื้นที่ท่องเที่ยวเป็น 10 จังหวัด รวมภูเก็ต ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และบุรีรัมย์

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรก ที่จะเดินทางเข้าในประเทศไทย ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จะมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 จากสหรัฐ จากนั้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จะมีทหารเรือจากอังกฤษที่ซ้อมรบ แล้ามาแวะพักภูเก็ต 1 สัปดาห์ ประมาณ 400-500 คน

ใครบ้างที่ร่วมโครงการได้

    ผู้เดินทางอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วน ตามเกณฑ์ของวัคซีนแต่ละชนิด มีระยะเวลาการฉีดมากกว่า 14 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปีก่อนวันเดินทาง โดยเดินทางจากประเทศที่มีความเสี่ยงปานกลาง ต่ำ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข
    เด็กอายุ 12-17 6-18 ปี สามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องกักกัน หากมาถึงภูเก็ตและเข้ารับการตรวจโควิด-19 ที่สนามบินโดยออกค่าใช้จ่ายเอง
    เด็กอายุต่ำกว่า 12 6 ปี ต้องเดินทางกับพ่อแม่และผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีน

อีกประเด็นสำคัญคือ นักท่องเที่ยว ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ต้องเข้าพักในที่พัก หรือโรงแรมบางแห่ง ที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง SHA+ (SHA Plus) หรือ สัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัยเท่านั้น ซึ่งเครื่องหมาย SHA+ ออกโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัย และสุขภาพ ที่มีมาตรฐาน
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

สำหรับการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยและเข้าร่วม Phuket Sandbox ผู้เดินทางจะต้องยื่นขอ Certificate of Entry (COE) หรือ ใบรับรองในการเดินทางเข้าประเทศไทยเช่นเดียวกับทุกคนที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วงการระบาดของ โควิด-19

นักท่องเที่ยว ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง โดยวัคซีนจะต้องขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของประเทศไทย หรือได้รับการรับรอง โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) และต้องส่งหลักฐานการฉีดวัคซีน เมื่อลงทะเบียน COE

ในส่วนของชาวต่างชาติ จะต้องมีวีซ่า และกรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่ครอบคลุมรวมถึงการรักษาที่เกี่ยวข้องกับ โควิด-19 ในจำนวนไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์ ที่ครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมดที่เข้ามาในประเทศไทย รวมถึงหนังสือรับรองการตรวจโควิด-19 หรือ COVID-19 free certificate ที่ออกให้ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงประเทศไทย

https://www.thebangkokinsight.com/news/business/645139/