หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 10 ข้อสรุป “เจ้าสัวธนินท์” ร่วมวง Clubhouse เปิดคลินิกให้คำปรึกษา SME ไทย

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: sodaza8593 ที่ 2 มี.ค. 21, 09:25 น

10 ข้อสรุป “เจ้าสัวธนินท์” ร่วมวง Clubhouse เปิดคลินิกให้คำปรึกษา SME ไทย


กระทู้: 10 ข้อสรุป “เจ้าสัวธนินท์” ร่วมวง Clubhouse เปิดคลินิกให้คำปรึกษา SME ไทย
เริ่มกระทู้โดย: sodaza8593 ที่ 2 มี.ค. 21, 09:25 น
ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดคลิกนิกให้คำปรึกษา SME ไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกของการเปิดบัญชีสู่โซเชียลมีเดีย และยังนับเป็นครั้งแรกกับการให้สัมภาษณ์สด ผ่าน Clubhouse โดยมีทั้งแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการสนับสนุสตาร์ทอัปไทย และการทำธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอดในยุคโควิด-19 พร้อมให้คำปรึกษากลุ่มผู้ประกอบการ SME ไทยแบบสดๆ กับ “หนุ่ย พงศ์สุข แบไต๋” ทำหน้าที่ Moderator ซึ่งพบว่า ในห้องดังกล่าวยังมีเหล่าคนดังได้ร่วมเข้าไปฟังด้วย อาทิ คุณหญิงหน่อย สุดรัตน์ นักการเมือง, เหม็ง สมโภชน์ อดีต MD Dtac Accelerate, สรกล อดุลยานนท์ นักคิดและนักเขียนเจ้าของนามปากกา “หนุ่มเมืองจันทร์” เป็นต้น โดยสรุปใจความที่น่าสนใจดังนี้

(https://www.beartai.com/wp-content/uploads/2021/02/cover-news-beartai-size-1920x1008-1.jpg)

1. เหตุที่สนใจเข้าสู่โซเชียลมีเดียครั้งแรก และเลือก #Clubhouse เพราะว่าเป็นแพล็ตฟอร์มที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ และส่วนใหญ่เนื้อหาจะเกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งส่วนตัวชอบที่จะเรียนรู้กับคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัป ซึ่งเห็นว่าคนเก่งในวงการนี้มีเยอะจะนำความรู้ความสามารถมาปรับใช้ในเครือได้ด้วย

2. มอง “โควิด-19” หนักกว่า “ต้มยำกุ้ง” เพราะว่าเกิดขึ้นทั่วโลก แต่วิกฤตตรงนี้ จะเปลี่ยนโลกชนิดหน้ามือหลังมือ เพราะเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเร็วขึ้น และพฤติกรรมคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แต่ให้มองว่าวิกฤตคือโอกาส

3. มองว่า สตาร์ทอัป เมืองไทย ยังติดปัญหาเรื่อง การขาดเงินในการสนับสนุน ซึ่งไทยมีสตาร์ทอัปเก่งๆ มากมาย แต่ยังขาดในเรื่องเงินทุน และอาจจะขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่ไม่ได้เปิดกว้างในการดึงนักลงทุนและสตาร์ทอัปจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ซึ่งจุดนี้จะนำทั้งเงินและองค์ความรู้มาให้ประเทศไทยได้อย่างดี

4. ยอมรับว่า รู้สึกพลาดที่วันนั้น “แจ็คหม่า” เคยมาชวนไปลงทุน แต่ปฏิเสธไป เพราะวันนั้นไม่เข้าใจการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งถ้าย้อนไปในช่วงนั้นถือเป็นเรื่องที่ใหม่มากๆ มองไม่เห็นว่าเป็น “ภูเขาทองคำ” ทำให้วันนี้สนใจจะศึกษาเรื่อง บิทคอยน์ เพราะไม่อยากตกเทรนด์การทำธุรกิจ แต่ก็ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจธรรมชาติหรือแก่นแท้ของมันดีมากนัก

5. เรียกร้องให้ภาครัฐ เปิดเสรีด้านภาษีให้กับทั้งนักลงทุนต่างชาติและสตาร์ทอัปต่างชาติ เพื่อส่งเสริมวงการสตาร์ทอัปไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

6. การทำสตาร์ทอัปที่ดีในมุมมอง “เจ้าสัว” คือต้องมีการใช้เทคโนโลยี และสำคัญคือ ต้องใหม่และยังไม่มีใครเคยทำ เพราะถ้าทำไปแล้วสู้เขาไม่ได้หรือไปเหมือนกับคนอื่น มีโอกาสจะไปไม่รอด สำคัญคือไม่ควรทำคนเดียวต้องมีทีมงานที่ดี

7. ตั้งกองทุนสนับสนุนสตาร์ทอัปไว้ 3,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้แค่สนับสนุนด้านเงิน แต่ยังพร้อมให้องค์ความรู้ และหาตลาดในการต่อยอด เช่น อาจจนำมาขายในเซเว่นฯ ก็ได้ นอกจากนี้ ยังพร้อมช่วยในการบริหาร ผ่านประสบการณ์การทำธุรกิจที่มีมานาน แล้วนำของใหม่มาประยุกต์ปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

8. คำแนะนำการทำธุรกิจแบบ 4.0 คือต้อง “ทำของใหม่” ต้องทำอะไรที่ใหม่ ซึ่งคนรุ่นเก่าที่ไม่เก่งเทคโนโลยี สามารถช่วยเหลือได้ทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ รวมไปถึงช่วยเหลือในการหาตลาดได้ด้วย

9. วิธีการปลุกพลังทีมงานแบบ “เจ้าสัว” คือมอบหมายงานที่เหมาะสมให้ แต่สำคัญคือ ต้องเปิดโอกาสให้ได้ลองผิดลองถูก ให้อำนาจในการตัดสินใจ ไม่บงการ “ชี้แนะแต่ไม่ชี้นำ” สนับสนุนและติดตาม เพื่อให้เขาได้เรียนรู้และขณะเดียวกันคนเป็นหัวหน้าก็จะได้เรียนรู้ไปด้วย

10. สิ่งสำคัญในการเริ่มทำธุรกิจ คือ การศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือทำ ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำ แต่ต้องทำอย่างเข้าใจ มากไปกว่านั้นคือ ทำงานแบบเป็นทีมต้องหาคนเก่งๆ มาร่วมงานด้วย

ที่มา : Marketing Oops! / beartai แบไต๋