หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จอมพล ป. ทำเรื่องถวายดุษฎีบัณฑิตฯ แด่ในหลวงเป็นครั้งแรก  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 พ.ย. 20, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลายท่านคงเคยเห็นการถวายปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวงหรือพระราชินีเป็นระยะๆ เนื่องในโอกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาแก่นิสิตนักศึกษา แต่ท่านทราบไหมการถวายปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวง ร.9 เป็นครั้งแรก เกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในกรณีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ในปี 2493 จอมพล ป. ในฐานะอธิการบดี ได้ประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาทูลเกล้าถวายปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีกิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และจัดพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ในครั้งนั้นเมื่อรัชกาลที่ 9 เสด็จนิวัติกลับสู่ประเทศไทย จุฬาฯ โดยจอมพล ป. อธิการบดีของจุฬาฯ ในขณะนั้นก็กราบบังคมทูลเชิญพระองค์พระราชทานปริญญาบัตรเป็นครั้งแรก


ทั้งนี้ปรากฏหลักฐานจาก “การประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 153/2493 เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2493 ณ ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์. . .มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม อธิการบดี. . .เป็นประธานในที่ประชุม. . .เพื่อขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เรื่องที่สำคัญยิ่งคือ การทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งที่ประชุมอนุมัติให้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์” นี่จึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าจอมพล ป. ซึ่งเป็นอธิการบดีของจุฬาฯ มาอย่างยาวนานในสมัยนั้น ได้ริเริ่มการถวานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวง

ต่อมาภายหลังมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ได้ถวายดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวง พระราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงตลอดมาจนถึงปัจจุบันจนนับเป็นประเพณีสืบตามกันมา สำหรับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่ในหลวง ร.9 เฉพาะสถาบันการศึกษาในประเทศไทย (ยังมีจากต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก) มีทั้งหมด 184 ปริญญา ดังรายละเอียดต่อไปนี้:



รายชื่อปริญญากิตติมศักดิ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)

ครั้งที่ วัน เดือน ปี สถาบัน ปริญญากิตติมศักดิ์

1 21 พ.ค. พ.ศ.2493 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
2 29 พ.ค. พ.ศ.2493 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครุยปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์
3 09 ก.ค. พ.ศ.2496 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเกษตรศาสตร์
4 29 ธ.ค. พ.ศ.2502 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ การศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา
5 06 เม.ย. พ.ศ.2503 มหาวิทยาลัยมหิดล สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
6 21 ต.ค. พ.ศ.2508 มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม
7 16 ธ.ค. พ.ศ.2511 มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
8 16 ม.ค. พ.ศ.2512 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์
9 19 พ.ย. พ.ศ.2513 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ทางรัฐประศาสนศาสตร์
10 31 ส.ค. พ.ศ.2515 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล
11 18 ต.ค. พ.ศ.2515 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
12 26 พ.ย. พ.ศ.2518 มหาวิทยาลัยรามคำแหง นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
13 17 ก.ค. พ.ศ.2521 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมชลประทาน
14 05 ก.พ. พ.ศ.2524 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เทคโนโลยีการเกษตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
15 05 ส.ค. พ.ศ.2525 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
16 13 มิ.ย. พ.ศ.2526 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์
17

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พ.ย. 20, 16:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส sopon@area.co.th

ดร.โสภณฟันธงว่าโครงการ “คนละครึ่ง-ช้อปดีมีคืน” เป็นโครงการที่ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ผล และไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ออกมาเพื่อพล่าผลาญชาติโดยตรง

เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลออกโครงการ 3 โครงการโดยต้องเลือกโครงการใดโครงการหนึ่งเท่านั้น คือ

โครงการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน คนละ 1,500 บาท
โครงการคนละครึ่ง กระตุ้นค่าใช้จ่ายโดยประชาชนออกครึ่งหนึ่งและรัฐบาลออกอีกครึ่ง (Co-pay)
โครงการช้อปดีมีคืน กระตุ้นการบริโภคประชาชนประเทศในกลุ่มที่เสียภาษี โดยคืนภาษีสูงสุด 30,000 บาทมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

โครงการ “คนละครึ่ง” สำหรับ ผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 10 ล้านคนหรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด โดยรัฐจะช่วยจ่ายสินค้าค่าอาหารเครื่องดื่ม ให้ 50% คนละ 3,000 บาทจำกัดสิทธิ์ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน ทั้งนี้เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี สินค้าซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็กตลาดหรือร้านโชห่วย มีค่าลดหย่อน ภาษีในส่วนอื่นๆอยู่แล้วทำให้ไม่ต้องเสียภาษี

โครงการ “ช็อปปี้มีคืน” สำหรับผู้เสียภาษีปี 2563 ที่ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่ต้องลงทะเบียน มีเพียงใบกำกับภาษี สำหรับสิทธิประโยชน์คือนำใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการไปรถหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 30,000 บาท สามารถใช้จ่ายสินค้าและบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าโอทอป หนังสือ เหมาะกับผู้ที่มีรายได้สุทธิเกิน 500,000 บาท ซื้อของในห้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าราคาเพิ่ม และมีแผนที่จะซื้อของราคาสูงปลายปี

สำหรับงบประมาณ เป็นดังนี้:

1. เพิ่มเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) 14 ล้านคน ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ต.ค. - ธ.ค. 2563 วงเงิน 21,000 ล้านบาท

2. คนละครึ่ง ให้สิทธิ์จำนวน 10 ล้านคน รัฐออกให้ 30,000 ล้านบาท

3. ช้อปดีมีคืน 4 ล้านคน วงเงิน 120,000 ล้านบาท

โครงการแบบนี้เป็นการทำลาย ทำร้ายชาติชัดๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

เงินจำนวนนี้น้อยนิดเมื่อเทียบกับงบประมาณที่อ้างมาว่าเพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 นับล้านล้านบาท แสดงว่าใช้จ่ายเงินไปในทางอื่นที่แทบไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก เป็นหนี้โดยไม่จำเป็นหรือไม่
การแจกเงินก็เหมือนกับการให้ปลา ไม่ได้ให้เบ็ด
วงเงินบัตรสวัสดิการ 21,000 ล้านบาท และคนละครึ่ง ก็เป็นเงินราวๆ แค่ซื้อเรือดำน้ำ 1 ใน 3 ลำเท่านั้น ไม่น่าจะเกิดผลอะไรเลย รัฐบาลเพียงห่วงหวังกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจ กลัวไม่มีผลงานเชิงตัวเลข แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นักลงทุนต่างชาติหนี ก็รั้งไว้ไม่ได้ นักลงทุนต่างฃาติใหม่ ก็หาเข้ามาไม่ได้
กรณีคนละครึ่ง เป็นกลุ่มคนที่พอมีรายได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มช้อปดีมีคืนก็เป็นกลุ่มคนรวย ไม่จำเป็นต้องช่วยด้วยซ้ำไป
คนที่ไม่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ก็ไม่ได้รับสิทธิ
ที่ว่าเต็มแล้ว เต็มจริงหรือ ไม่เคยเปิดเผยรายชื่อให้ประชาชนตรวจสอบว่าคนเหล่านี้เป็นคนจนจริงหรือไม่
ที่บอกว่า “เต็มแล้ว” เต็มจริงหรือไม่ ประชาชนไม่เคยสามารถตรวจสอบอะไรได้
ส่งเสริมให้ผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก เช่น ข้าราชการ หรือพนักงานที่พอช่วยตัวเองได้ ต้องมา “หมกมุ่น” กับการสมัครเข้าโครงการเหล่านี้ วันๆ ได้ทำงานเต็มกำลังหรือไม่
รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด สร้างหนี้มหาศาล เพียงเพื่อให้ดูมีผลงาน วันนี้ประเทศชาติล่มจม เพราะหนี้ พวกนี้ก็ไม่อยู่แล้ว



อ้างอิง

เทียบชัดๆ “คนละครึ่ง-ช้อปดีมีคืน” โครงการไหนคุ้มกว่า. ประชาชาติธุรกิจ. 1 พฤศจิกายน 2563. https://www.prachachat.net/finance/news-538576

“ช้อปดีมีคืน” ใช้จ่าย 30,000 ลดหย่อนภาษี ปลดล็อกเราเที่ยวด้วยกันใช้ในจังหวัด. ไทยรัฐ 7 ตุลาคม 2563. https://www.thairath.co.th/news/politic/1947439

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  จอมพล ป. ทำเรื่องถวายดุษฎีบัณฑิตฯ  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม