หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผลวิจัยพบโควิด-19 ทำรูปแบบการบริโภคในอาเซียนเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 ส.ค. 20, 13:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

รายงานวิจัยพบรูปแบบการอุปโภคบริโภคในอาเซียนเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเนื่องจากเทรนด์ที่เกิดหลังโควิด-19 ระบาด


รายงานวิจัยของ Bain & Company และ WEF พบว่า ชนชั้นกลางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 70% ของประชากร และการอุปโภคบริโภคจะเพิ่มขึ้นถึง 2.2 เท่า เป็นมูลค่าเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

อาเซียนเป็นภูมิภาคที่แสดงถึงโอกาสในการอุปโภคบริโภคที่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้วยแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ แนวโน้มด้านประชากรที่มีความแข็งแกร่ง ระดับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์การเมืองที่ทำให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และความก้าวหน้าด้านดิจิทัลที่เปิดตลาดผู้บริโภคใหม่ ๆ โดยภายในปี 2030 นี้ จะเกิดแนวคิดหัวข้อเรื่องการอุปโภคบริโภคที่สำคัญ 8 ประการขึ้นในอาเซียน ซึ่งรวมถึงการอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นสองเท่า และเส้นขอบเขตระหว่างการช็อปปิ้งแบบพรีเมียมกับการช็อปปิ้งแบบคุ้มค่าที่ลดชัดเจนน้อยลง แนวคิดบางข้อนี้จะเกิดเร็วขึ้นเป็นผลเนื่องจากโรคโควิด-19 อาทิ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ และช่องทางการค้าปลีกที่เปลี่ยนไป โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นผลการวิจัยของรายงาน Future of Consumption in Fast-Growth Consumer Markets: ASEAN 2030 ที่จัดทำโดย Bain & Company และ World Economic Forum

Zara Ingilizian ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมอุปโภคบริโภคและแพลตฟอร์มการอุปโภคบริโภคในอนาคต (Head of Consumer Industries and Future of Consumption Platform) จาก World Economic Forum กล่าวว่า "ขณะที่อาเซียนเดินหน้าต่อในฐานะหนึ่งในสภาพแวดล้อมการอุปโภคบริโภคที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในโลก ผู้นำในภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อรับประกันว่า การอุปโภคบริโภคดังกล่าวเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและทั่วถึง แม้ว่าเรากำลังเตรียมรับมือกับความท้าทายเฉพาะหน้าที่เกิดจากโรคโควิด-19 แต่ดิฉันก็มั่นใจว่า การคาดการณ์เชิงกลยุทธ์จากรายงานฉบับนี้จะมีส่วนสนับสนุนในการทำให้เกิดการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ และจะนำมาซึ่งอนาคตของอาเซียนที่มั่งคั่งในระยะยาว และสร้างผลประโยชน์ที่ยั่งยืนสำหรับทั้งภาคธุรกิจและสังคม"

เศรษฐกิจของอาเซียนมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก และคาดว่าจะมีการเติบโตในทศวรรษหน้าจนกลายเป็นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสี่ของโลก ซึ่งเป็นผลเนืองมาจากระดับรายได้เพิ่มขึ้น และคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวในระดับภูมิภาคจะเพิ่มขึ้น 4% ในแต่ละปี เป็นมูลค่าถึง 6,600 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 ซึ่งจะทำให้สินค้าหลายประเภทไปถึงจุดหักเหที่การอุปโภคบริโภคจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาดการณ์ได้ว่าการอุปโภคบริโภคในประเทศซึ่งขับเคลื่อน GDP ราว 60% ในขณะนี้จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า เท่ากับมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

"ภายในทศวรรษหน้า อาเซียนจะมีผู้บริโภคใหม่ถึง 140 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 16% ของผู้บริโภคทั่วโลก โดยผู้บริโภคจำนวนมากจะทำการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นครั้งแรก รวมถึงจะซื้อสินค้าหรูหราชิ้นแรกอีกด้วย" Praneeth Yendamuri พาร์ทเนอร์ของ Bain & Company และผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ กล่าว "แต่เมื่อการเติบโตนี้ดำเนินต่อไป องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องจัดการกับวิกฤติเฉพาะหน้า ทั้งในด้านสาธารณสุขและด้านมนุษยธรรมที่เกิดจากโรคโควิด รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติดังกล่าวนี้"

การนำระบบดิจิทัลมาใช้อย่างรวดเร็วจะดำเนินต่อไปในอาเซียน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวได้รับการกระตุ้นโดยผู้บริโภคที่เติบโตในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล การลงทุนของนักลงทุนในนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัล โดยภายในปี 2030 จะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอาเซียนเกือบ 575 ล้านคน และระบบดิจิทัลจะปรากฏอยู่ในทุกพื้นที่ของการอุปโภคบริโภคในแต่ละวัน เมื่อระบบดิจิทัลเข้าไปถึงชุมชนในชนบทและชุมชนที่มีรายได้ต่ำ ระบบดังกล่าวก็จะช่วยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็ก และทำให้ชุมชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐาน อาทิ บริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และบริการทางการเงินได้ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้ชุมชนที่ด้อยโอกาสมีช่องทางในการเข้าถึงระบบดิจิทัลเพื่อรับข่าวสารเกี่ยวกับสาธารณสุขและสามารถสั่งซื้อสิ่งของที่จำเป็นต่าง ๆ ได้

ในขณะที่ภาพรวมด้านการอุปโภคบริโภคจะมีการพัฒนาในทศวรรษถัดไป ผู้นำในภาครัฐและเอกชนก็จะได้พบกับโอกาสและเผชิญความท้าทายต่าง ๆ มากมาย ดังนั้น ในการปลดล็อกศักยภาพของภูมิภาคนี้ให้เต็มที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องเตรียมดำเนินการใน 5 ข้อดังต่อไปนี้:

1. เตรียมพร้อมในด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าจะฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. มุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถและการมีส่วนร่วมทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยในช่วงทศวรรษหน้า ประชากร 40 ล้านคนในอาเซียนจะอยู่ในช่วงวัยทำงาน ขณะที่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะส่งผลกระทบลักษณะและจำนวนตำแหน่งงาน โดยเด็กประมาณ 65% ที่จะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาในปีนี้จะได้ทำงานที่ไม่มีปรากฏอยู่ในขณะนี้
3. การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะทำให้มีการเปลี่ยนไปใช้บริการระบบอัตโนมัติอย่างรวดเร็วขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างงานใหม่ ลดช่องว่างด้านทักษะ และจัดหาช่องทางเข้าถึงการศึกษา บริการสาธารณสุข และโภชนาการที่ดี เพื่อรับรองว่าแรงงานในอนาคตจะมีขีดความสามารถในการแข่งขันและมีอนาคตที่มั่นคง
4. ยกระดับโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการขยายตัวและพัฒนาให้กลายเป็นเมือง รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากร เนื่องจากทรัพยากรของอาเซียนจะต้องรับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
5. ผลักดันให้มีกฎระเบียบที่เปิดกว้างและครบวงจร โดยใช้แนวทางวิธีที่เน้นความสำคัญของท้องถิ่น เนื่องจากภูมิภาคอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงและเชื่อมต่อระหว่างกันที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการเคลื่อนไหวของสินค้าและบริการ การลงทุน ความรู้ และทุนมนุษย์ภายในภูมิภาคด้วยกันเอง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม