หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: งานวิจัยโครงหมอนรองกระดูกเทียม Actifit ได้ตีพิมพ์ในวารสาร AJSM  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 พ.ค. 20, 14:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Orteq Sports Medicine Ltd. (www.orteq.com) ผู้พัฒนาโซลูชันการรักษาแบบ Joint Preservation (การผ่าตัดแบบเก็บข้อเอาไว้) สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อ ประกาศว่า ข้อมูลงานวิจัยแบบสหสถาบันระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร American Journal of Sports Medicine (AJSM) งานวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โครงเลี้ยงเซลล์สังเคราะห์สำหรับปลูกถ่ายหมอนรองกระดูกข้อเข่า (meniscal scaffold) ภายใต้เครื่องหมายการค้า Actifit แสดงอัตราการรอดชีวิตกว่า 87% โดยที่หัวเข่าทำงานได้ดีขึ้นและมีอาการปวดน้อยลง ทั้งนี้ โครงเลี้ยงเซลล์ Actifit ได้รับสถานะ Breakthrough Device Designation จากสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐแล้ว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่กระดูกอ่อนบริเวณหมอนรองข้อเข่า (meniscal cartilage) เสียหายจนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้กว่า 4000 คนใน 30 ประเทศทั่วโลก ได้รับการปลูกถ่าย Actifit ของ Orteq และผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางคลินิกที่มีการควบคุมคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) เป็นจำนวนถึง 25 ฉบับแล้ว ทั้งนี้ Actifit เป็นพอลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเก็บรักษาข้อเข่าเดิมของผู้ป่วยไว้ และกระตุ้นการเติบโตของเนื้อเยื่อใหม่ในบริเวณแผ่นกระดูกอ่อนรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่ทำหน้าที่เป็นตัวรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกต้นขา (Femur) และกระดูกหน้าแข้ง (Tibia) ซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้

ทางเลือกการรักษาในปัจจุบันสำหรับหมอนรองกระดูกด้านใน (medial meniscus) หรือด้านนอก (lateral meniscus) ที่เสียหายหรือฉีกขาดจนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้นั้น ได้แก่ การระงับปวด การกายภาพบำบัด การฉีดยา การซ่อมแซม การผ่าตัดเอาหมอนรองข้อเข่าส่วนที่ฉีกขาดออก (partial meniscectomy) หรือการผ่าตัดเพื่อนำหมอนรองข้อเข่าที่ได้จากการบริจาค (meniscus allograft) มาใส่ไว้ในหัวเข่า

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน มีการส่องกล้องผ่าตัดหมอนรองกระดูกบางส่วน (arthroscopic partial meniscectomy) ประมาณ 1.5 ล้านครั้งทั่วโลกเพื่อลดการปวดเข่าของผู้ป่วย โดยครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม รายงานการศึกษาทางคลินิกหลายฉบับพบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการผ่าตัดเอาหมอนรองข้อเข่าส่วนที่ฉีกขาดออกนั้น ยังคงมีอาการปวดอยู่ ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่าตัดเปลี่ยนเข่าในท้ายที่สุด

ศาสตราจารย์ Em Rene Verdonk (แผนกศัลยกรรมและโรคภยันตรายทางออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาล Hospital Erasme ULB กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม) กล่าวว่า “ผลการตรวจติดตามผู้ป่วย 155 คนจากหลายสถาบัน (multi center) ในยุโรปซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงวารสาร AJSM เมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นว่า Actifit ช่วยปรับปรุงการทำงานของข้อเข่าให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และลดอาการปวดในผู้ป่วยที่หมอนรองข้อเข่าบางส่วนได้รับความเสียหายจนไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ แม้ผู้ป่วยจะได้รับการปลูกถ่ายมาเป็นระยะเวลามากกว่าห้าปีแล้วก็ตาม อัตราการรอดชีวิตจากการรักษาหมอนรองข้อเข่าด้านใน (medial) อยู่ที่ 87.9% และหมอนรองข้อเข่าด้านนอก (lateral) อยู่ที่ 86.9% ในรายงานการศึกษาปัจจุบัน เมื่อเทียบกับการปลูกถ่ายหมอนรองกระดูกข้อเข่าโดยใช้เนื้อเยื่อจากผู้บริจาค (meniscal allograft transplantation หรือ MAT) สำหรับการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกข้อเข่าออกทั้งหมด นอกจากนี้ Actifit ยังนำเสนอหลักความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขและการประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมีนัยสำคัญ”

FDA เปิดตัวโครงการ Breakthrough Devices Program สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ใหม่ ๆ เมื่อปี 2560 เพื่อเร่งขั้นตอนการพัฒนาและการตรวจสอบเทคโนโลยีใหม่สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการอันตรายถึงชีวิต หรือมีอาการของโรครุมเร้า โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ผู้ป่วยและผู้ให้บริการสุขภาพในสหรัฐจะสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่สำคัญได้อย่างทันท่วงทีมากขึ้น

“โครงการ Breakthrough Device Designation ทำให้บริษัทต่าง ๆ ได้รับการตรวจสอบแบบ 'Fast Track’ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยในสหรัฐมีช่องทางเข้าถึงเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพได้รวดเร็วขึ้น เรามุ่งหวังที่จะได้นำเสนอข้อมูลทางคลินิกที่มีความครอบคลุมในยุโรปให้ FDA ได้ทำการวิเคราะห์ในปีนี้ และตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ FDA” Simon Coles ซีอีโอและกรรมการบริษัท Orteq Sports Medicine Ltd. กล่าว

“เทคโนโลยีนี้จะมีความสำคัญสำหรับประชากรผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวที่ยังไม่มีทางเลือกการรักษาที่น่าพอใจมากนัก” นพ. Peter Kurzweil แพทย์เวชศาสตร์การกีฬาในลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านศัลยกรรมของ Orteq กล่าว “ผมดีใจที่ FDA เปิดทางให้มีการตรวจสอบเทคโนโลยี Actifit ได้เร็วขึ้น ผมตั้งตารอที่จะได้นำเสนอ Actifit ให้แก่คนไข้ของผมในอนาคต”

นาย Coles กล่าวอีกด้วยว่า การบรรลุหลักชัยที่สำคัญเหล่านี้ช่วยเร่งการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของ Orteq ให้เร็วขึ้น “เราได้ว่าจ้างทีมบริหารระดับโลกที่มีประสบการณ์ ได้รับเครื่องหมายรับรอง CE Mark ใหม่จากสหภาพยุโรป จัดตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในอียูที่เมืองอูเทรคต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้รับการรับรองตามกฎระเบียบในเกาหลี เป้าหมายของเราในอีกสองปีข้างหน้าก็คือ การเร่งผลักดันให้ Actifit ได้รับอนุมัติเร็วขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลใน 30-50 ประเทศ เร่งการยื่นขอจดทะเบียน Actifit ในสหรัฐให้เร็วขึ้นโดยใช้สถานะ FDA Breakthrough Designation ที่เราเพิ่งได้รับมาล่าสุด และเร่งพัฒนาวัสดุพอลิเมอร์ Actifit เพื่อใช้กับข้อกระดูกและกล้ามเนื้ออื่น ๆ”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Actifit ติดต่อเราได้ที่ www.orteq.com

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม