หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง อำ  (อ่าน 28 ครั้ง)
Guest
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ก.พ. 20, 05:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
การประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อประเมินผลโครงการโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง ทั้ง ๘ ด้าน  ดังนี้  ด้านบริบท  ด้านปัจจัย  ด้านกระบวนการ  ด้านผลผลิต  ด้านผลกระทบ ด้านประสิทธิผล ด้านความยั่งยืน ด้านการถ่ายโยงความรู้ และ
๒) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วย  พระสงฆ์ ๓ รูป  ผู้บริหาร ๒ คน  ครูโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง  ๒๕ คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ จำนวน ๑๙๙ คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ จำนวน ๑๘๒ คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน ๑๓๕ คน  บุคคลในชุมชน ๒๐ คน  รวมประชากรจำนวน ๕๖๖ คน  ใช้รูปแบบการประเมินโครงการของสตัฟเฟิลบีม (Daniel  L. Stufflebeam)  ที่มีชื่อว่า CIPP  Model  ต่อมาได้มีการขยายแนวคิดโดยการขยายผลผลิต (Product )  ออกเป็น IEST จึงเป็น CIPPIEST  Model  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วยแบบประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ : กรณีศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง  อำเภอเมือง  จังหวัดหนองคาย  จำนวน ๓  ฉบับ  มีลักษณะแบบมาตรประมาณค่า (Rating scale) ๕ ระดับ  สถิติที่ใช้ใน  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%)  ค่าเฉลี่ย (Mean ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) วิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอแบบพรรณนาความ  
   สรุปผลการประเมิน
   ๑.ผลการประเมินการดำเนินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ โรงเรียนเทศบาล ๓
ยุวบูรณ์บำรุง  มี 3 ระยะ ดังนี้
       ระยะที่  ๑  ประเมินผลก่อนการดำเนินโครงการ
           ๑.๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า เป็นเพศหญิงมีจำนวนมากที่สุด  อายุของผู้ตอบแบบประเมินที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี  
         ๑.๒ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านบริบท  พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
         ๑.๓ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านปัจจัยนำเข้า  พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก  
      ระยะที่ ๒  การประเมินผลระหว่างการดำเนินโครงการ
         ๒.๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า ผู้ตอบแบบประเมิน  ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีจำนวนมากที่สุด  อายุของผู้ตอบแบบประเมิน ที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ระหว่าง ๑๐ – ๒๐ ปี  และน้อยที่สุดมีอายุระหว่าง ๒๑ – ๓๐ ปี ระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบประเมินที่มีจำนวนมากที่สุด คือ  ระดับประถมศึกษา  รองลงมาคือ  ระดับมัธยมศึกษา  น้อยที่สุดคือ สูงกว่าปริญญาตรี ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามครั้งนี้มีจำนวนมากที่สุด คือ นักเรียน รองลงมาคือผู้ปกครองนักเรียน  และน้อยที่สุด  คือพระสงฆ์และผู้บริหาร
         ๒.๒ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านกระบวนการดำเนินงาน  พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ  การจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการพุทธธรรมหลักไตรสิกขาในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและเชื่อมโยงกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร  อ่อนน้อมถ่อมตน  เคารพ  ให้เกียรติซึ่งกันและกัน  ยิ้มแย้ม  มีเมตตาต่อกัน  ทั้งครูต่อนักเรียน  ครูต่อครู  นักเรียนต่อนักเรียน  นักเรียนต่อผู้ปกครอง  และครูต่อผู้ปกครอง/ชุมชน,ส่งเสริมบุคลากรและนักเรียนให้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้อื่น  รองลงมาคือ  จัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการใฝ่รู้และแสวงหาความรู้  และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองโดยอาศัยหลักธรรม เช่น อริยสัจ ๔  นำนักเรียนไปเรียนรู้ที่แหล่งเรียนรู้  เช่น วัด  หรือศาสนสถานเป็นประจำและต่อเนื่อง ส่งเสริมบรรยากาศ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ใฝ่สร้างสรรค์โดยยึดหลักคุณธรรมนำความรู้,ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมและเห็นคุณค่าในการรักษาและสืบต่อพุทธศาสนา  และน้อยที่สุดคือจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุข  ทั้งผู้เรียนและผู้จัดการเรียนรู้,ฝึกฝนอบรมให้เกิดการ กิน  อยู่  ดู  ฟัง  เป็น (รู้เข้าใจเหตุผล  และได้ประโยชน์ตามคุณค่าแท้ตามหลักไตรสิกขา)
     ระยะที่  ๓  การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ
         ๓.๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมิน พบว่า ผู้ตอบแบบประเมิน  ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงมีจำนวนมากที่สุด  อายุของผู้ตอบแบบประเมิน  ที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ระหว่าง ๑๐ – ๒๐ ปี  และน้อยที่สุดมีอายุระหว่าง ๒๑ – ๓๐ ปี ระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบประเมินที่มีจำนวนมากที่สุด คือ  ระดับประถมศึกษา  รองลงมาคือ  ระดับมัธยมศึกษา  น้อยที่สุดคือ สูงกว่าปริญญาตรี ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามครั้งนี้มีจำนวนมากที่สุด คือ นักเรียน รองลงมาคือผู้ปกครองนักเรียน  และน้อยที่สุด  คือพระสงฆ์และผู้บริหาร
         ๓.๒ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านผลผลิต  โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด   
         ๓.๓ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านผลกระทบ  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  
         ๓.๔ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านประสิทธิผล  ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด    
          ๓.๕ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านความยั่งยืน  ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  
           ๓.๖ ผลการประเมินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้านการถ่ายโยงความรู้  ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด  
   ๒. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธโรงเรียนเทศบาล ๓ ยุวบูรณ์บำรุง  
          ผลการศึกษาโครงการโรงเรียนวิถีพุทธด้านความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาพรวมอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ  นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์มากขึ้น  รองลงมาคือ  กิจกรรมสอดคล้องตรงตามความต้องการของชุมชน (บริบท),การส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี (การถ่ายโยงความรู้)  และอยู่ในระดับน้อยที่สุด คือ  มีการติดตามดูแลนักเรียนอย่างต่อเนื่อง (กระบวนการ)  
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 มี.ค. 20, 02:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู  มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำคู่มือการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 21 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย บทนำ สาระสำคัญของหลักเกณฑ์และวิธีการ การประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่และผลงานทางวิชาการ ขั้นตอนการดำเนินการขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ และแนวปฏิบัติการขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน การกำหนดชั่วโมงการปฏิบัติงาน ตัวชี้วัด และคำชี้แจงการประเมิน รวมทั้ง แบบเสนอขอรับการประเมิน แบบรายงาน แบบสรุปผลการตรวจสอบและประเมิน เพื่อช่วยให้การประเมิน วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบรรลุผลเป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์ และวิธีการดังกล่าว

โดยทาง หจก.ครุศาสตร์ปัญญาได้จัดทำหลักสูตร “เทคนิคการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยระดับประถมศึกษาแบบ Active Learning : อ่านรู้เรื่อง เขียนสื่อสารได้ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ เป็น” รหัส 628031013 ระดับ พื้นฐาน สาระ ภาษาไทย ระดับช่วงชั้น ประถม ระยะเวลา 16 (ชม.) เพื่อให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่สนใจในคุปองครูหลักสูตรดังกล่าว ได้ศึกษาตามหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตนเอง
 
หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูสนใจในหลักสูตรสามารถติดต่อได้ที่ https://karusatpanya.org/ หรือสามารถสอบถามได้ที่ Line : @trainingobec ( มี @ )
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม