หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ม.ค. 20, 22:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ชื่อเรื่อง        การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้  โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง ธรรมชาติกับการเปลี่ยนแปลง  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม   ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6                         
ผู้วิจัย           นางศศิรินทร์  ธารพระจันทร์  โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง                                เทศบาลนครนครศรีธรรมราช                       
ปีที่ศึกษา   2560

บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้  โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง ธรรมชาติกับการเปลี่ยนแปลง  กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ดังนี้  1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนและหลังใช้รูปแบบ และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 45 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 50 ข้อ 3) แบบประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  4) แผนการจัดการเรียนรู้ (คู่มือการใช้)  โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เรื่องธรรมชาติกับการเปลี่ยนแปลง  และ 5) แบบประเมินพฤติกรรมของนักเรียนด้านความพอเพียง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วยค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และสถิติทดสอบที (t-test  dependent  Sample)





ผลการวิจัยพบว่า
             1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการจัดการเรียนการสอน  พบว่า  1) ครูสอนแบบบรรยายไม่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ  2) นักเรียนขาดทักษะความสามารถในการคิดวิเคราะห์  ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  3) สื่อ/แหล่งเรียนรู้นำมาใช้น้อยมากและไม่ตรงกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น  4) นักเรียนไม่สนใจเรียน  5) นโยบายของเทศบาลและโรงเรียนที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ  6) การพัฒนาทักษะกระบวนการกลุ่มมีน้อยมาก  7) การพัฒนานักเรียนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขาดความจริงจัง  8) การประเมินทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์  ไม่มีวิธีการประเมินที่ชัดเจน  และผลการศึกษาความต้องการในการพัฒนารูปแบบโดยครูและผู้เชี่ยวชาญ  พบว่า  1) ต้องการให้ครูผู้สอนได้พัฒนารูปแบบการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการหรือสภาพปัญหาของผู้เรียน 2) ครูควรใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดให้มาก  3) ควรมีการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระต่าง ๆ สู่การนำไปใช้  4) ควรนำเทคนิคการสอนวิธีต่าง ๆ โดยใช้ Active  Learning  และ 5) ให้เน้นการทำงานแบบกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์สู่ทักษะการคิด
2. ผลการสร้างรูปแบบการจัดการเรียนรู้  โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยองค์ประกอบ 6 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นสร้างความสนใจ/กำหนดเป้าหมาย 2) ขั้นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3) ขั้นเสนอความรู้ใหม่/บูรณาการ 4) ขั้นนำเสนอผลงาน  5) ขั้นประเมินผล/สรุปผล  และ 6) ขั้นนำไปประยุกต์ใช้
              3. ผลการศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ก่อนและหลังใช้รูปแบบ  มีดังนี้
                 3.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้  โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลังใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
                 3.2 พฤติกรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้านความพอเพียง  ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.58 คิดเป็นร้อยละ 85.92 นั่นคือ ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 3 (ดีเยี่ยม)  และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ
              4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยผู้เชี่ยวชาญ  มีความคิดเห็นโดยรวม  อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.29 ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมิน  และโดยครูผู้สอนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  มีความคิดเห็นโดยรวม  อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมิน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม