หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไขมันพอกตับ สาเหตุหลักที่นำไปสู่ มะเร็งตับ ที่อันตรายถึงชีวิต  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ธ.ค. 19, 12:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ปัจจุบัน โรคมะเร็งตับ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดของคนไทย พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้ชายและอันดับ 3 ในผู้หญิง ซึ่งสาเหตุหลักที่นำไปสู่ มะเร็งตับ ก็คือ ไขมันพอกตับ โรคที่ไม่มียารักษาได้ 100% แต่ป้องกันและฟื้นฟูได้

ไขมันพอกตับ
ทุกคนเสี่ยงเป็นโรคไขมันพอกตับ? คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะโรคไขมันพอกตับคือภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ภายใต้วิถีชีวิตของคนยุคนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปทั้งเรื่องอาหารการกิน ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม หรือแม้แต่ความเครียดที่อยู่รอบตัวเราพร้อมที่จะเป็นเชื้อเพลิงค่อยกระตุ้นให้สุขภาพร่างกายเราแย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งอวัยวะด่านแรกที่ได้รับผลกระทบคงหนีไม่พ้นคือ ตับ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างภาระให้ตับโดยที่เราไม่รู้ตัว

สาเหตุไขมันพอกตับ
โรค ไขมันพอกตับ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน เกิดจากเซลล์ไขมันที่มีชื่อว่า "ไตรกลีเซอไรด์ "(Triglycerides) เข้าไปสะสมในเซลล์ตับ จนทำให้เซลล์ตับบวมโตและส่งผลให้ตับทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และหากมีการอักเสบของตับเป็นระยะเวลานาน จนส่งผลให้เกิดการทำลายของเซลล์ตับเสื่อมสภาพและแข็งตัวกลายเป็นแผลเป็นในรูปของพังผืดทำให้ในท้ายที่สุดเกิดภาวะตับแข็งและอาจจะกลายเป็นโรคมะเร็งตับได้

4 ลักษณะเสี่ยงเป็น สาเหตุไขมันพอกตับ
ทั้งนี้ ตามภาวะปกติแล้วเซลล์ตับที่มีสภาพสมบูรณ์จะมีระดับของไขมันอยู่ในช่วงประมาณ 3-5% แต่หากอยู่ในภาวะ ไขมันพอกตับ จะเกิดความแตกต่างกันมหาศาล เพราะมีปริมาณไขมันในระดับสูงเกินกว่า 30% เท่ากับเป็นปริมาณไขมันที่สูงกว่าสภาพสมบูรณ์หลายเท่าตัว โดยคุณสามารถตรวจสอบในเบื้องต้นได้ว่า ปัจจุบันคุณถือเป็นผู้มีความเสี่ยงเป็น ไขมันพอกตับ หรือไม่จากการตรวจสอบลักษณะเสี่ยงดังต่อไปนี้

- ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
- มีลักษณะอ้วนและมีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ปกติ
- ชอบกินของทอด ของมัน และไม่ค่อยกินผักผลไม้
- มีปัญหาไขมันในเลือดสูง เป็นโรคเบาหวาน ความดัน โลหิตสูง

หากคุณเข้าข่ายตามลักษณะเสี่ยงดังกล่าวเพียงแค่ 1 ข้อ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคไขมันพอกตับ

แอลกอฮอล์ กับ ไขมันพอกตับ
สำหรับผู้ที่นิยมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปริมาณมากทุกวันจะไปรวมตัวกับพลังงานที่ดูดซึมมาจากอาหาร ซึ่งเป็นพลังงานที่ดึงออกไปไม่ได้และสะสมอยู่ที่ตับในสภาพของไขมันที่เป็นกลาง จนเกิดโรคไขมันพอกตับที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะไม่ปรากฏอาการในระยะแรก แต่จะสะท้อนให้เห็นผ่านการตรวจวัดสมรรถภาพตับโดยดูได้จากค่า GGT ที่สูงเกินค่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุของปัญหาไขมันพอกตับยังไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ขนมปัง น้ำตาล ในจำนวนที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดเป็นโรค ไขมันพอกตับ ได้เช่นกัน โดยลักษณะนี้จะเรียกว่า ? โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดการจากการดื่มแอลกอฮอล์? ซึ่งมักจะเกิดกับผู้ที่มีระดับไขมันในร่างกายสูงผิดปกติร่วมด้วย หรือ มีลักษณะโรคอ้วนลงพุงนั่นเองซึ่งนี่คือ 4 ลักษณะเสี่ยงโรคไขมันพอกตับ ที่หากตรวจเช็คแล้วตรงกับตัวคุณ ต้องรีบดำเนินการหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

4 สัญญาณร้ายต้องรีบตรวจร่างกาย
สำหรับโรคไขมันพอกตับ ถือเป็นโรคที่มีความแตกต่างจากโรคอื่น เพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นในทันที จึงทำให้เรายังคงใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูแลร่างกาย ขาดการรักษาหรือดูแลสุขภาพร่างกายให้ถูกวิธี

กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคไขมันพอกตับระยะแรก หรือ ในกรณีที่บางคนเป็นโรคแบบไม่รู้ตัว เมื่อขาดการดูแลหรือพบแพทย์อย่างเร่งด่วน โรคไขมันพอกตับ เริ่มพัฒนาความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับแสดงอาการออกมาผ่านทางร่างกาย ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า คุณอาจกำลังเป็นโรคไขมันพอกตับแล้ว โดยมี 4 สัญญาณร้ายที่คุณต้องรีบสำรวจร่างกายทันที หากคุณมีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้

- มีอาการปวดจุก หรือแน่นชายโครงขวา
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดแบบหาสาเหตุไม่ได้
- อ่อนเพลียเรื้อรัง หมดแรงง่าย
- ผิวหนังและเยื่อตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม

โดยในกรณีที่เกิดอาการปวดจุก หรือแน่นชายโครงขวา ซึ่งเป็นที่อยู่ของตับ นี่คือหนึ่งในสัญญาณเตือนของร่างกายที่ส่งถึงเรา และไม่ควรมองเป็นเพียงเรื่องธรรมดา อาจเพราะมีการอักเสบของเนื้อตับ หรือเกิดจากก้อนเนื้องอกภายในเนื้อตับ ในบางรายอาจมีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากตับมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง จึงทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายลดลงตาม ผลที่ตามมาทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถย่อยได้ตามปกติ และเกิดอาการท้องอืดหรือท้องเฟ้อตามมาในภายหลัง

ส่วนบางรายจะมีอาการอ่อนเพลียง่ายเป็นประจำ ทั้งๆที่นอนหลับอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม และหากยังมีอาการเหล่านี้เป็นอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มส่งผลให้บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น ขี้หลงขี้ลืมง่าย ไม่มีสติ เนื่องจากมีสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายจนเลือดไหลเวียนไม่ดี และส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่อาการดีซ่านซึ่งเป็นผลข้างเคียงของโรคตับที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า สมรรถภาพการทำงานของตับเริ่มถดถอย

สรุป
ดังนั้น หากคุณมีอาการตามในลิสนี้เพียง 1 ข้อ ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาว่าตับของคุณมีสภาพดีหรือไม่โดยด่วน เพราะนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเหมือนเลขคณิตศาสตร์ที่ 4 + 4 = 8 แต่นี่คือ 4 ลักษณะ + 4 สัญญาณร้าย = เสี่ยงเป็น สาเหตุไขมันพอกตับ ที่พร้อมโจมตีคุณโดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.rophekathailand.com/blog/fatty-liver-disease





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ไขมันพอกตับ มะเร็งตับ โรคตับ ไตรกลีเซอไรด์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม