หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พฤติกรรมของคนออนไลน์ ที่เสี่ยงเป็น ไขมันพอกตับ  (อ่าน 19 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 ธ.ค. 19, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พฤติกรรม เสี่ยง ไขมันพอกตับ ดิจิตอล คนออนไลน์ เป็นคำที่ได้ยินกันบ่อยเพราะโลกกำลังเปลี่ยนไป เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนพฤติกรรมการกินก็เปลี่ยนไป เรียกได้ว่า กินอยู่สบายมากขึ้น แต่กลายเป็นบางพฤติกรรมที่ส่งผลทำลายสุขภาพเรามากขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการกินที่ส่งผลต่อตับโดยตรง ทั้งไขมันที่เข้าไปพอกหรือแทรกในตับเรา

โรค NCDs (Non-communicable diseases) จากผลสำรวจไลฟ์สไตล์ผ่านโลกออนไลน์นั้นพบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เสี่ยงให้เกิดอันตรายทั้งสิ้นซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือโรคร้ายที่เราสร้างเอง ที่เรียกกันว่า โรค NCDs (Non-communicable diseases) นั่นเองแน่นอนว่าตับเป็นด่านแรกที่ต้องรับภาระหนักที่สุดจากพฤติกรรมที่เราก่อขึ้น ทั้งหมดจึงกลายเป็น การสร้างภาระให้ตับ ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ มากมายที่มีแนวโน้มเป็นไขมันพอกตับ ภัยร้ายที่ต้องรีบจัดการและยังมีทั้งกลุ่มเสี่ยงอีก 3 กลุ่ม

1.โรคอ้วน
2.โรคเบาหวาน
3.โรคไขมันในเลือดสูง

แล้วแบบนี่ถ้าเราหยุดกินไขมันเพื่อป้องกันโรคที่ส่งผลร้ายต่อตับ เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดที่ว่าการไม่กินไขมัน ร่างกายจะไม่ได้รับไขมัน เพราะอาหารบางชนิดถ้ากินมากเกินไปก็ทำให้เกิดไขมันสะสมในตับเช่นกัน อาทิ อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอย่าง ข้าว ขนมปัง น้ำตาล หรือแอลกอฮอล์เป็นต้น

วิธีดูแลตับ

มาเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงไขมันพอกตับก่อนจะสายเกินไป ด้วยการสร้างสุขภาพตับให้มีสุขภาพที่ดี เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ “ 4 help for healthy ” เพื่อสุขภาพที่ดีของตับและร่างกาย ทั้งเพื่อตัวเองและคนที่เรารัก

1. สุขภาพการกิน เป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลกระทบโดยตรงกับตับ ไขมันที่เกิดจากการกินส่วนใหญ่คือ ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นชนิดที่ใช้แปรรูปเป็นพลังงาน อวัยวะที่แปลงไขมันชนิดนี้เป็นพลังงานก็คือตับและนี่คือสาเหตุ ทำไมการกินถึงส่งผลกระทบกับตับโดยตรง และเพื่อฟื้นฟูสภาพตับให้สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เดิมได้ จึงควรงดการบริโภคอาหารมากเกินพอดี ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึม (การย่อยเพื่อสร้างพลังงาน) ทำให้ช่วยลดภาระของตับได้ อาทิ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ กินให้ครบ 3 มื้อ และงดดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

2. การออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น กระบวนการขับพิษมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังช่วยกระตุ้นการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกายให้เพิ่มมากขึ้นด้วย จึงเป็นการช่วยบำรุงและลดภาระการทำงานของตับได้ดี รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอซึ่งเวลา 23.00 - 01.00 น. จะเป็นช่วงเวลาของกระบวนการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย จึงต้องให้ตับลดภาระในการทำงานด้านอื่น ให้ตับกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้เต็มที่ และเก็บสะสม สร้างพลังงานใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ

3. ลดกระบวนการทำร้ายตับ จากความเครียดที่สะสมในแต่ละวัน ส่งผลให้ต่อมหมวกไตส่วนนอกหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียด (adrenaline & cortisol) มากขึ้นๆ มีผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันเพิ่มขึ้นในตับ เลือดมาเลี้ยงตับน้อยลง นอกจากนั้นส่งผลกระตุ้น metabolism ในเซลล์มากเกินจนเกิดสารอนุมูลอิสระ รวมทั้งยังทำให้การทำงานของภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายแก่ตับโดยตรง เปิดโอกาสให้เชื้อโรคร้ายทำลายสุขภาพตับได้มากขึ้น เช่น คนที่มีเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี อาจทำให้จำนวนไวรัสเพิ่มขึ้นจนตับอักเสบได้





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน โรคอ้วน 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม