หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดูดไขมันทั้งตัว เปลี่ยนสาวร่างใหญ่ให้เป็นสาวร่างเพียว  (อ่าน 21 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 พ.ย. 19, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่ะ ชื่อจือ อายุ 27ปี
วันนี้จะมาเล่า ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ของเราให้ฟังในแบบฐานะคนไข้นะคะ จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามกันด้วยน้า ~~~


ต้องเล่าก่อนว่าพื้นฐานเราเป็นคนสูง 172cm น้ำหนักก่อนจะอยุ่ที่ประมาณ 60kg ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ แต่รู้สึกว่าตัวเราเหมือนยักษ์เลย 5555 โดยส่วนตัวชอบออกกำลังกายประจำค่ะ
สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงต้นแขน ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเลยทีเดียว เวลาถ่ายรูปต้องหาอะไรมาปิดแขนตลอด (ก็มันไม่มั่นใจอ่ะ) q*027



จึงตัดสินใจดูดไขมันช่วงแขนอย่างเดียวที่คลินิกในไทยค่ะ แต่แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็คือ แผลเป็นที่ใหญ่และมีสีดำตรงข้อศอก ทั้งสองข้างรู้สึกเป็นตราบาปติดตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮือT.T


เราจะไม่โทษใคร เพราะเราอาจจะดูแลรักษาแผลตรงนั้นได้ไม่ดีพอ แก้ไขด้วยการเลเซอร์ก็แล้ว ฉีดยาคีรอยด์ก็แล้ว มันก็ไม่หายค่ะ จากนั้นมาเราจึงตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไม่ทำศัลยกรรมที่เมืองไทยอีกแล้วค่ะ


นานวันเข้า2-3ปีถัดมา เรามีวงเวียนชีวิตตามลูปเดิมๆ รวมถึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้น ปริมาณไขมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะช่วงต้นขา รอบเอว และช่วงท้องน้อยใต้สะดือจากที่มีอยู่ก่อนแล้ว
พออายุมากขึ้น พยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็ไม่ค่อยลด จะต้องทำอะไรกับมันซักอย่างแล้วละ!!!!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่าตัดวันที่ 1



วันนี้เรานอนหลับไม่ค่อยสนิทค่ะ ตื่นทุกๆ ชั่วโมง แต่แปลกที่ว่าอาการที่เรากลัวว่าจะเจ็บปวด ทนไม่ได้นั้น ไม่มีเลย ย้ำว่าไม่มีเลยจ้า!! มีแค่อาการตึงๆ บริเวณแขน และขา พอตื่นมาแล้วรู้สึกว่าตาเราแห้งหรืออย่างไร ทำไมมองเห็นไม่ค่อยชัด...

เลยลองยกมือถือขึ้นมาส่องดู จึงได้รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าเราบวมค่ะ 55555 น่าจะเป็นเพราะเรานอนศรีษะต่ำกว่าระดับหัวใจ ทำให้อาการบวมลงไปกองที่หน้าค่ะ T^T เราเลยเปลี่ยนวิธีนอนหัวสูงเอาค่ะ ไม่กี่ชั่วโมงความบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน



ถึงเวลาคุณหมอเข้ามาเยี่ยมค่ะ คุณหมอพูดคุยสอบถามอาการ และเล่าว่าเขาตั้งใจมากกับการดูดไขมันของเรา คุณหมอบอกว่า เรามีต้นขาที่เทียบกับคนอื่นแล้ว ยาวกว่าคนปกติ (-,,-X) ไม่รู้จะเป็นเรื่องดีหรือเปลา เอาเป็นว่าดีแล้วกัน 5555

สิ่งที่เราคาดหวังอีกอย่างในการผ่าตัดครั้งนี้ คือการลดขนาดแผลเป็นที่ข้อศอก อยากเห็นแผลแล้วสิว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อิอิ คุณหมอแนะนำว่า ตอนนี้พันผ้าด้วยผ้าก๊อจไว้ก่อน เพื่อกันการงอข้อศอก และไม่อยากให้เราใช้แขนเยอะ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกขณะยกเว้นการนอน เราจำเป็นที่ต้องใช้แขนในการช่วยพยุงตัว หยิบจับของ หรือยกช้อนกินข้าว จึงขอไม่ทำตามที่คุณหมอบอก 1 ข้อนะคะ (ก็มันจำเป็นจริงๆจ้า)



สักพักพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนชุดทำความสะอาดแผลให้ค่ะ ชุดที่ใส่เมื่อวานพร้อมแผ่นแปะ(คล้ายผ้าอนามัย) เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ระหว่างผ่าตัด ได้ฉีดเข้าไปเผื่อละลายไขมันก่อนที่คุณหมอจะดูดออกมาค่ะ พอเปลี่ยนชุดแล้วรู้สึกสบายตัวมากเลย

เรามีอาการคลื่นไส้ มึนหัวค่ะ เป็นเพราะยาปฏิชีวะนะที่เข้าไปทางสายน้ำเกลือ เมื่อมีอาการผิดปกติให้รีบแจ้งพยาบาลนะคะ คุณพยาบาลแจ้งว่ามีบางคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นเรื่องปกติค่ะ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ เราลองทำตามดู สักแปบนึงก็หายค่ะ จากนั้นก็นอนพักผ่อนที่ห้องพักฟื้นทั้งวันเลย ที่ห้องนี้สะดวกสบายมากๆ ค่ะ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัดวันที่ 2



วันนี้ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกว่าหน้าบวมอีกแล้ว หรือว่าเรานอนมากเกินไปนะ 55555 ตอนเช้า พยาบาลเข้ามาเจาะเลือด ไปตรวจค่ะ คุณหมอเข้ามาเช็คอาการเหมือนเดิม แจ้งว่าวันนี้อยากให้เราเดินเยอะๆ และจะเอาสายปัสสาวะออก เพื่อให้เดินเข้าห้องน้ำได้เอง ความบวม และการไหลเวียนเลือดจะได้ไหลเวียนดีขึ้นด้วย

แต่วันนี้อาการเราไม่ค่อยดีค่ะ รู้สึกอยากอาเจียน และมึนหัวมาก เราเลยยังไม่อยากเอาสายปัสสาวะออก
ผลเลือดที่นำไปตรวจปรากฏว่า ค่าเลือดต่ำนิดหน่อย
คุณหมอจึงสั่งยาธาตุเหล็กให้ พร้อมวิตามินค่ะ อาการวันนี้ดีเป็นช่วงๆและมึนหัว สลับกันไป


หลังผ่าตัดวันที่ 3



ตอนเช้าตื่นขึ้นมาโดนเจาะเลือดอีกแล้ว~ ค่าเลือดไม่ได้ต่ำไปกว่าเดิม เลยโดนให้ยาธาตุเหล็กเหมือนเดิมค่ะ
อาการมึนหัวดีขึ้นเยอะ เราโชคดีมากที่หลังจากผ่าตัดแล้วไม่มีอาการไข้ขึ้นเลยค่ะ คนส่วนใหญ่ที่นอนติดเตียงไม่ยอมลุกเดิน จะมีไข้ขึ้นค่ะ เป็นเพราะความร้อนในตัวที่กองอยู่ไม่ได้ถูกกระจายไปเลยทำให้ร่างกายเกิดอาการไข้ขึ้นได้ค่ะ

วันนี้อาการดีแล้ว คุณพยาบาลพยายามโน้มน้าวให้ถอดสายปัสสาวะออก เพื่อเราจะได้ลุกเดินได้เยอะขึ้น
ขั้นตอนนี้ อยากกจะบอกว่าเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงเลยค่ะ **ตอนที่พยาบาลดึงสายปัสสาวะออกเราสะดุ้งสุดตัว ** ไม่คิดว่ามันจะสอดลึกและเจ็บแสบได้ขนาดนี้ ใครได้มีโอกาสทำใจมาก่อนเลยนะคะ

อาการบวมวันนี้ ถือว่าบวมเยอะขึ้น ไม่เจ็บปวดแต่อย่างใด แต่รู้สึกหน่วง หนักที่ต้นขาและท้องแขนค่ะ แต่เพื่อความสวย ทนได้ค่ะ อาการจะเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่าตัดวันที่ 4





อาการโดยรวมดูดีขึ้นค่ะ หลังจากที่ถอดสายน้ำเกลือกลับมาพักที่บ้านแล้ว ความบวมใต้คางแทบจะไม่มีเลยค่ะ ปลื้มมาก วันนี้ไม่มีอะไรทำเลยเดินไปที่ร้านสระผมใกล้ๆ โรงพยาบาลค่ะ แล้วกลับมาอาบน้ำล้างคราบยาแดงออก ซับตัวให้แห้ง รู้สึกสบายตัวมากๆ

เราต้องกินยาให้ตรงตามที่โรงพยาบาลแนะนำค่ะ โดยยาที่โรงพยาบาลออกให้จะเป็นแผงแบบนี้ ทานเช้า กลางวัน เย็น หลังอาหาร ทานประมาณ 7 วันค่ะ

อ้อ! เรามีแจ้งโรงพยาบาลล่วงหน้าแล้วว่ามีอาการแพ้ยา Cefa และ Bulfen ทางรพ.เลยจัดยาอีกแบบมาให้ ถ้าเราแพ้ยาตัวไหนต้องแจ้งด้วยนะคะ




** สำหรับคนที่ดูดไขมันสามารถอาบน้ำได้ การล้างแผลไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก แค่รักษาไม่ให้แผลชื้นแค่นั้นพอค่ะ และหลังผ่าตัดแล้ว รู้สึกว่าผิวแห้งมากขึ้น ทานน้ำเยอะๆ และทาโลชั่นบ่อยๆ ค่ะ จุดที่เขียว ช้ำ ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดไว้นะคะ จะทำให้หายเร็วขึ้น **



หลังผ่าตัดวันที่ 5

วันนี้อยู่แต่ห้อง รู้สึกเหมือนไม่ได้สูดอากาศข้างนอกมานานมาก ตั้งใจออกไปเดินเล่นสักหน่อย อากาศไม่ร้อนมาก เราไปเที่ยวฮงแดกันค่ะ จากที่พักใกล้โรงพยาบาลเดินทางไปฮงแด นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินยาวๆ ไปเลย 40 นาที ในที่สุดก็มาถึงฮงแด หาข้าวทานให้มีแรงก่อนไปช๊อปปิ้งค่ะ ….




เราเลือกที่จะเดินในห้องแอร์มากกว่าการเดินข้างนอกนะคะ เพราะหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วย รู้สึกว่าหลังจากที่ใบหน้ามีการยุบบวมลง หน้าจะแห้ง เป็นขุยๆ เลยไม่อยากแต่งหน้าค่ะ แนะนำพกตัวช่วยเช่นแว่นกันแดด หมวก หรือร่มกันไว้ค่ะ

ในตอนนี้ ความบวมยังมีอยู่เราเลยยังไม่ได้ใส่ชุดรัดกระชับค่ะ ยัดไม่เข้าด้วยบวกกับยังเจ็บระบมอยู่ กะว่าวันที่7 หลังตัดไหมจะเริ่มใส่ค่ะ เราเลือกใส่กางเกงรัดคล้ายๆเล็กกิ้งไปก่อนก็ช่วยพยุงความบวมไว้ได้ส่วนหนึ่ง เวลาเดินก็เพิ่มความสบายไปได้ค่ะ~~



เดินไปเดินมาชักจะเริ่มเหนื่อย บางช่วงมีอาการวิงวิ๊ง เหมือนจะเป็นลม55555555 เราเลยไม่ฝืน แวะเข้าคาเฟ่นั่งจิบน้ำส้มเพิ่มความสดชื่นสักหน่อยค่ะ หลังจากที่ 4 วันที่แล้ว ต้องทานอาหารอ่อนๆมาตลอดรู้สึกอยากของหวานเป็นพิเศษ ได้น้ำส้มแก้วนี้เหมือนต่อความสดชื่นตัวขึ้นมาเลย




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ม.ค. 20, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัดวันที่ 6

หมดเวลาพักเล้วซิ ........ วันนี้เป็นวันจันทร์ พร้อมแล้วที่จะเริ่มไปทำงานที่เรารักกันค่ะ
บางคนอาจจะกลัวว่าเพิ่งผ่าตัดใหญ่มา แต่สามารถฟื้นตัวและ เริ่มใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เลยหรือ ??? ตอบเลยว่า สบายมากค่ะ ก่อนการผ่าตัดเราก็เคยคิดว่ามันเร็วไปไหม แต่พอมาเป็นตัวเองแล้วรู้สึกเป็นปกติมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได หรือการขยับตัว มันไม่รู้สึกลำบากอะไรเลย จะมีต้องระวังเรื่องการเดินชน หรือคนที่ไม่รู้ว่าเราผ่าตัดมาบีบที่แขน ซึ่งคนเกาหลีที่นี่ถ้าสนิทกัน เวลาทักทายชอบใช้วิธีสัมผัสตัว หรือใช้มือตี (+๑+)”
ใบหน้ารู้สึกลดบวมไปเยอะมาก ยังมีอาการกดแล้วเจ็บบ้างช่วงกราม ตึงๆ ช่วงคาง

ช่วงขามีอาการขาลาย ช้ำ บวม ภาพอาจจะน่ากลัวไปหน่อยนะคะ อย่าเพิ่งปิดหนีนะคะ 5555
หน้าท้องที่เห็นเป็นชั้นแบบนี้ มันบวมอยู่นะตัวเอ๊งงง ไม่ใช่คุณหมอดูดไม่หมดนะคะ

กดไปแล้วจะรู้สึกตึงๆ เจ็บนิดหน่อยจากอาการช้ำค่ะ วันนี้ลองสังเกตรอยช้ำ มันเปลี่ยนสีเข้มขึ้นมากๆ ยิ่งตรงท้องน้อยโดนกดรัดด้วยขอบกางเกงใน รอยคล้ำจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ
เราขัดใจมากเลยเดินเข้าร้านขายยา เพื่อซื้อยาลดรอยช้ำมาทา

ตัวนี้เภสัชแนะนำมา หลอดเล็กนิดเดียวทาบางๆ เช้าเย็น นวดเบาๆ ให้ครีมซึมเข้าไปค่ะ
เราว่าครีมตัวนี้ราคาแพงไปหน่อย
ถ้าท่านไหนไม่สะดวกครีมตัวนี้ แนะนำเป็น Raparil-Gel N ก็ได้ค่ะ
พรุ่งนี้จะได้ตัดไหมแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากๆ ยังไงติดตามตอนหน้าด้วยนะคะ
จะได้เข้าลดบวมด้วยแหละ ตื่นเต้นจังเลย


หลังผ่าตัดวันที่ 7

วันนี้เราลองใส่ชุดกระชับกันดีกว่าค่ะ ช่วงบนยังระบมอยู่จึงลองใส่เพียงแค่ท่อนล่าง ซึ่งชุดกระชับเราแบ่งเป็น2ท่อนค่ะ ช่วงบนจะเป็นชุดเก็บทั้งตัว ทั้งช่วงแขนและหน้าท้องเวลา และช่วงล่างนั้นจะเป็นกางเกงยาวลงมาถึงน่อง แบบตามภาพ ซึ่งชุดเขามีประสิทธิภาพในการช่วยรัดกระชับเพื่อลดความเจ็บปวดจากการบวม และป้องกันการห้อเลือด และช่วยปรับ Body line เราให้เข้าที่มากขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรจะใส่ชุดอย่างน้อย1-3เดือนค่ะ

เมื่อได้เวลานัดในการตัดไหม คุณพยาบาลให้เราเปลี่ยนชุดกราวน์ และบรรจงตัดไหมที่มีกระจายอยู่รอบตัว ในจุดที่ซ่อนสายตาเช่นข้อพับ ในสะดือ สาวๆ ไม่ต้องกลัวเลยนะคะ ว่าจะเห็นแผลชัดเจน มาดูดไขมันที่เกาหลีไม่มีปัญหาแบบนั้นกวนใจแน่นอนค่ะ

** จะบอกว่าตัดไหมนั้นเจ็บ และเสียวนิดๆ เรานึกว่าไหมสะดือ และข้อพับขาด้านหลังจะเจ็บที่สุดแต่ผิดคาดมากๆๆ ให้ทายว่าที่ไหนเจ็บที่สุด ??? ติ๊กตอกๆๆ เฉลยตรงหัวเข่าจ้า!! เจ็บแปร๊บ น้ำตาเล็ดเลยที่เดียว กลั้นใจ3 เสร็จกระบวนการตัดไหม...... สักพักคุณหมอโนยงจุนเข้ามาดูอาการค่ะ คุณหมอสอบถามว่ามีส่วนไหนบ้างที่ยังรู้สึกไม่สะดวกสบาย สำหรับเราแล้วอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ จะมีก็แต่แผลเย็บที่คุณหมอตกแต่งแผลเป็นให้ รู้สึกตึงๆ เพราะคุณหมอไม่ให้พับแขนเยอะเลยทำอะไรไม่ค่อยสะดวกค่ะ คุณหมอตรวจดูแล้ว วันนี้วันที่ 7 ยังไม่ตัดไหมให้ค่ะ นัดมาพบใหม่วันอาทิตย์หน้าจ้า

ต่อไปเราจะมาเข้าเครื่องอบออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นค่ะ โดยเครื่องนี้คล้ายๆอุโมงค์ที่เราจะต้องเข้าไปนอน พี่ล่ามแนะนำว่าเมื่อเข้าเครื่องอบครั้งแรกบางท่านอาจจะเกิดอาการหูอื้อ เหมือนตอนขึ้นเครื่องบินได้ เกิดจากเครื่องมีการกดแรงดันและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา บางคนทนอาการหูอื้อไม่ไหว สามารถกดปุ่มสีเขียวขอความช่วยเหลือได้ค่ะ พอเราได้เข้าไปรู้สึกสดชื่น เหมือนเดินในป่าเลยค่ะ มีลมเย็นๆออกมา และได้ยินเสียงน้ำไหลตลอดเวลา รีแล็กซ์สุดๆเลย จะนอนหลับตา หรือเล่นโทรศัพท์ก็ได้นะคะ เป็นเวลา 20 นาที





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 ม.ค. 20, 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q* 057 หลังผ่าตัดวันที่ 8 – 9 q*057

อาการโดยรวมถือว่าดีมากค่ะ จะมีส่วนที่เริ่มรู้สึกได้ชัดเจนคือ

ช่วงใต้คางเริ่มมีลักษณะคล้ายๆก้อนไตๆ เกิดขึ้นมา เวลาเราเงยหน้าจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

อาการแบบนี้ไม่ต้องตกใจนะคะ เป็นอาการปกติของคนที่ทำศัลยกรรมดูดไขมันค่ะ

ร่างกายเราผลิตสิ่งที่ทดแทนชั้นไขมันที่หายไป เมื่อเวลาผ่านไป ก้อนไตๆนี้จะสลายไป

และกลับมาเป็นผิวที่อ่อนนุ่มเหมือนเดิมค่ะ

วันนี้เรามีนัดลดบวมอีกครั้งหลังทำศัลยกรรม โดยใช้เครื่อง Bio-Proton

ขั้นตอนการเตรียมตัว เราต้องเปลี่ยนชุดทั้งหมดออกก่อน เพื่อกันเหงื่อที่ไหลออกมาค่ะ

โดยเจ้าเครื่อง Bio-Proton ตัวนี้ จะช่วยสลายไขมันในร่างกายออกไปได้

ด้วยการนอนเฉยๆเพียง 30 นาทีเท่านั้น!!

เจ้าไบโอโปรตรอนนี้มีความร้อนตั้งแต่ 60-90 องศา (fire)

โดยทางเจ้าหน้าที่ปรับให้เราเข้าไปนอนโดยใช้ความร้อนต่ำสุด

(เข้าไปนอนในเครื่องตามแบบในรูปเลยค่ะ อันนี้ไม่ใช่รูปเราน้า แปะไว้เผื่อทุกคนนึกภาพไม่ออกค่ะ >
และเหตุผลที่ใช้ความร้อนต่ำสุดเพราะเห็นว่าเพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นาน

ถ้าเรามีการเสียน้ำเยอะเกินไป อาจจะทำให้เกิดอาการวูบหรือเป็นลมได้ค่ะ

ซึ่งตอนทำเสร็จแล้วเราไม่มีอาการดังกล่าว พอเสร็จเจ้าหน้าที่ให้พักนั่งทานน้ำสักครู่

ต่อด้วยการเช็คมวลร่างกายด้วยการวัดเครื่อง Inbody ค่ะ

(หน้าตาเจ้าเครื่องตัวนี้ประมาณแบบในรูปที่ 4 ค่ะ)

ผลออกมาเจ้าหน้าที่ชมว่า ก่อนและหลังทำ ค่าไขมันลดลงมา 2 หน่วย

แสดงว่าร่างกายเรามีการลดบวมได้ดี และเล่าว่าลูกค้าบางท่านมีอาการบวมหลังศัลยกรรม

เมื่อทำการเข้าเครื่องตัวนี้ไป ค่าไขมันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็มีค่ะ

เราชักติดใจเครื่องตัวนี้เลยอยากเข้ามาลองทำอีกในสัปดาห์หน้าค่ะ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 24 ม.ค. 20, 16:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัดวันที่ 10-11

หลังผ่าตัดได้เกือบ 2 อาทิตย์แล้ว สังเกตได้ว่าชุดรัดกระชับ ช่วงแขน และขาหลวมขึ้นมาก แต่ขอทนใส่อีกจนถึงสองอาทิตย์แล้วเราจะส่งให้ลดขนาดไซท์ค่ะ บริษัทตัดชุด
สามารถแก้ให้เราได้หลังผ่าตัดประมาณ 2-4อาทิตย์ค่ะ
(วิธีง่ายๆ แค่แจ้งกับทางโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลจะประสานงานกับบริษัทตัดชุดให้ค่ะ)


วันนี้มาอวดสัดส่วนให้ดูกันค่ะ จะว่าลดก็ลดอยู่นะ แต่ตัวเรามองไม่เห็นชัดเจนเท่าไร
หรือเพราะเราเห็นตัวเองทุกวันหรือเปล่าไม่แน่ใจ 5555
ยังไงรอดูช่วงอาทิตย์ที่ 2-3ดูนะคะ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือป่าวอาการโดยรวมแล้วช่วงต้นขาและแขนจะเกิดเป็นไตแข็งๆ ภายในผิวหนังค่ะ เวลานั่ง ย่อเข่าจะตึงๆนิดหน่อย ไม่ได้เป็นอันตรายนะคะ เมื่อไตแข็งๆสลายไปจะได้ผิวหนังที่เป็นปกติกลับมาค่ะ

ช่วงนี้เราเริ่มที่จะไปออกกำลังกายเบาๆแล้วค่ะ ปั่นจักรยาน หรือเล่นเวทเบาๆ เน้นช่วงขาและแขน สร้างกล้ามเนื้อนิดหน่อยค่ะ แนะนำว่าแค่10-12ครั้งต่อเซ็ทนะคะ ถ้าออกกำลังกายหนักไปจะวูบเอาค่ะ



หลังผ่าตัดวันที่ 12-13


วันนี้ได้มีโอกาสไปเข้าเครื่องลดบวม Bio-Proton อีกครั้งค่ะ
เปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว เข้าไปนอนในอุโมงค์ กันเลย!
พอทำเสร็จเราจะมาลองวัดผลตรวจไขมันในร่างกายกันนะคะ ........


วันที่29 สค น้ำหนักก่อนทำ Bio-Proton อยู่ที่65.2 เปอร์เซ็นไขมัน 27.1 เปอร์ซันกล้ามเนื้อ 26.0
วันที่29 สค น้ำหนักหลังทำ Bio-Proton อยู่ที่65.2 เปอร์เซ็นไขมัน 25.0 เปอร์ซันกล้ามเนื้อ 26.9



วันที่3 ตค น้ำหนักก่อนทำ Bio-Proton อยู่ที่64.5 เปอร์เซ็นไขมัน 28.8 เปอร์ซันกล้ามเนื้อ 25.2
วันที่3 ตค น้ำหนักก่อนทำ Bio-Proton อยู่ที่64.5 เปอร์เซ็นไขมัน 26.1 เปอร์ซันกล้ามเนื้อ 26.3
** แค่เข้าไปนอนเฉยๆ 30 นาที สามารถลดค่าไขมันลงไปได้ตั้ง2 หน่วยเลขค่ะ ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะไม่ลงเลย แค่นี้เราก็พอใจแล้วค่ะ **





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 30 ม.ค. 20, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่าตัดวันที่14


ผ่าตัดได้ สองอาทิตย์แล้ว วันนี้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
หลายคนอาจจะสงสัยกันแล้วใช่ม๊ะ.... ลองไปดูรูปอัพเดทหลังผ่าตัดครบ 14วันเลยค่า


เรื่องอาหารเราไม่ค่อยได้จำกัดมากค่ะ เพราะหลังผ่าตัดเรามีอาการอ่อนล้า มีวูบ หน้ามืดเหมือนจะเป็นลมบ้าง และบวกกับเราต้องทำงานด้วย เลยให้ความสำคัญเรื่องกิน เน้นโปรตีน เป็นหลักค่ะ
เช่นไข่ อกไก่ ปลา ผัก และน้ำผลไม้ เต้าหู้


การออกกำลังกาย เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ในช่วง 10 วันหลังผ่าตัด
ปั่นจักรยานประมาณ 30นาที และต่อด้วยเน้นบริการเฉพาะส่วน เช่น ต้นขา
และแขน เบาๆ set ละ 10-15 ครั้ง 3 เซต

บางวันอาจจะมีซิตอัพบ้างค่ะ คนที่ดูดช่วงรอบเอวเหมือนเรา
อาจจะมีอาการไตแข็งๆ มีเกิดในผิว มันจะมาช้ากว่าส่วนอื่นๆ เช่นขา และแขน เลยทำให้เวลาเอี้ยวตัว
เกิดอาการตึงเจ็บนิดหน่อย นวดเบาๆ จะช่วยคลายไต ได้นะคะ

แล้วเราจะมาอัพเดต ช่วง 1เดือนใหม่ในตอนหน้านะคะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 ก.พ. 20, 14:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

1 เดือน หลังผ่าตัด


เวลาผ่านไปเร็วมากๆ เลยค่ะ ผ่านมาได้ 1 เดือนกับการผ่าตัดดูดไขมันทั้งตัว (ต้นแขน, ท้อง, รอบเอว, ต้นขา, ไขมันใต้คาง)
จะเป็นอย่างไรบ้างเรามา อัปเดตกันนะคะ

กางเกงจากตอนแรกเอว 31ตอนนี้ใส่แล้วหลวมขึ้นค่ะ ยังไม่ได้วัดเอวปัจจุบัน แต่จากภาพแล้วยังไงก็ดูว่าลดลงค่ะ มีแรงใจมากขึ้น



อาการส่วนใหญ่ในการใช้ชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นปกติเกิน 85%แล้ว ส่วนตัวถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ เราจะต้องดูแลตัวเองต่อด้วย ตามที่คุณหมอบอกผลลัพท์จะดีจริงๆ เริ่มเห็นตั้งแต่เดือนที่ 1-3 เป็นต้นไปค่ะ

วันนี้เอาความเปลี่ยนแปลงมาให้ดูกันนะคะ
เผื่อท่านไหนกำลังสนใจที่จะผ่าตัดดูดไขมัน เอากรณีเราเป็นรีวิวไว้ตัดสินใจได้ค่ะ

เราถ่ายเก็บไว้ดูถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ และเอามาเปรียบเทียบกันค่ะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ก.พ. 20, 15:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
2 เดือน หลังผ่าตัด



ดูดไขมันมาได้ สองเดือนแล้วค่ะ รู้สึกรักสุขภาพตัวเองมากขึ้น และรู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นค่ะ
เชื่อเลยกับคำที่ว่า "You are what you eat" การทานอาหารเป็นอะไรที่สำคัญมากค่ะ
ช่วงนี้น้ำหนักลงไปแล้วกว่า 4KG น้ำหนักจาก 65.5 KG เหลือ 61.4KG


ด้วยเวลางานของเราไม่เอื้อ ให้ออกกำลังกายได้ จึงเลือกที่จะกำหนดการทานอาหารเอาค่ะ อาหารที่เลือกกินจะเป็นพวกนม น้ำผลไม้ กล้วย เต้าหู้ ไข่ มีแอบหลุดทานของหวานไปบ้าง พยายามไม่ติดของหวานค่ะ
แต่เข้าใจนะ บางครั้งเราอาจจะเหนื่อยและโหยของหวาน
ลองหันมาทานของหวานที่ไม่แปรรูป เช่น กล้วยสุกๆ และน้ำผลไม้แทนค่ะ ช่วยให้หายอยากได้ค่ะ



วันนี้เราลองเอาสัดส่วนก่อน และหลังศัลยกรรมมาเทียบกันในระหว่าง 2 เดือนให้ดูนะคะ ( สัดส่วนก็ถือว่าลงอยู่นะคะ )
ถ้าได้ออกกำลังกายร่วมด้วยน่าจะลงได้กว่านี้อีกค่ะ
เอาเป็นว่า เดือนหน้าเราจะมาในรูปแบบการออกกกำลังกายดูบ้าง จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม เรามาลองติดตามกันนะคะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม