หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดูดไขมันทั้งตัว เปลี่ยนสาวร่างใหญ่ให้เป็นสาวร่างเพียว  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 พ.ย. 19, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่ะ ชื่อจือ อายุ 27ปี
วันนี้จะมาเล่า ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ของเราให้ฟังในแบบฐานะคนไข้นะคะ จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามกันด้วยน้า ~~~


ต้องเล่าก่อนว่าพื้นฐานเราเป็นคนสูง 172cm น้ำหนักก่อนจะอยุ่ที่ประมาณ 60kg ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ แต่รู้สึกว่าตัวเราเหมือนยักษ์เลย 5555 โดยส่วนตัวชอบออกกำลังกายประจำค่ะ
สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงต้นแขน ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเลยทีเดียว เวลาถ่ายรูปต้องหาอะไรมาปิดแขนตลอด (ก็มันไม่มั่นใจอ่ะ) q*027



จึงตัดสินใจดูดไขมันช่วงแขนอย่างเดียวที่คลินิกในไทยค่ะ แต่แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็คือ แผลเป็นที่ใหญ่และมีสีดำตรงข้อศอก ทั้งสองข้างรู้สึกเป็นตราบาปติดตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮือT.T


เราจะไม่โทษใคร เพราะเราอาจจะดูแลรักษาแผลตรงนั้นได้ไม่ดีพอ แก้ไขด้วยการเลเซอร์ก็แล้ว ฉีดยาคีรอยด์ก็แล้ว มันก็ไม่หายค่ะ จากนั้นมาเราจึงตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไม่ทำศัลยกรรมที่เมืองไทยอีกแล้วค่ะ


นานวันเข้า2-3ปีถัดมา เรามีวงเวียนชีวิตตามลูปเดิมๆ รวมถึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้น ปริมาณไขมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะช่วงต้นขา รอบเอว และช่วงท้องน้อยใต้สะดือจากที่มีอยู่ก่อนแล้ว
พออายุมากขึ้น พยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็ไม่ค่อยลด จะต้องทำอะไรกับมันซักอย่างแล้วละ!!!!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่าตัดวันที่ 1



วันนี้เรานอนหลับไม่ค่อยสนิทค่ะ ตื่นทุกๆ ชั่วโมง แต่แปลกที่ว่าอาการที่เรากลัวว่าจะเจ็บปวด ทนไม่ได้นั้น ไม่มีเลย ย้ำว่าไม่มีเลยจ้า!! มีแค่อาการตึงๆ บริเวณแขน และขา พอตื่นมาแล้วรู้สึกว่าตาเราแห้งหรืออย่างไร ทำไมมองเห็นไม่ค่อยชัด...

เลยลองยกมือถือขึ้นมาส่องดู จึงได้รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าเราบวมค่ะ 55555 น่าจะเป็นเพราะเรานอนศรีษะต่ำกว่าระดับหัวใจ ทำให้อาการบวมลงไปกองที่หน้าค่ะ T^T เราเลยเปลี่ยนวิธีนอนหัวสูงเอาค่ะ ไม่กี่ชั่วโมงความบวมลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน



ถึงเวลาคุณหมอเข้ามาเยี่ยมค่ะ คุณหมอพูดคุยสอบถามอาการ และเล่าว่าเขาตั้งใจมากกับการดูดไขมันของเรา คุณหมอบอกว่า เรามีต้นขาที่เทียบกับคนอื่นแล้ว ยาวกว่าคนปกติ (-,,-X) ไม่รู้จะเป็นเรื่องดีหรือเปลา เอาเป็นว่าดีแล้วกัน 5555

สิ่งที่เราคาดหวังอีกอย่างในการผ่าตัดครั้งนี้ คือการลดขนาดแผลเป็นที่ข้อศอก อยากเห็นแผลแล้วสิว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อิอิ คุณหมอแนะนำว่า ตอนนี้พันผ้าด้วยผ้าก๊อจไว้ก่อน เพื่อกันการงอข้อศอก และไม่อยากให้เราใช้แขนเยอะ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกขณะยกเว้นการนอน เราจำเป็นที่ต้องใช้แขนในการช่วยพยุงตัว หยิบจับของ หรือยกช้อนกินข้าว จึงขอไม่ทำตามที่คุณหมอบอก 1 ข้อนะคะ (ก็มันจำเป็นจริงๆจ้า)



สักพักพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนชุดทำความสะอาดแผลให้ค่ะ ชุดที่ใส่เมื่อวานพร้อมแผ่นแปะ(คล้ายผ้าอนามัย) เปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ระหว่างผ่าตัด ได้ฉีดเข้าไปเผื่อละลายไขมันก่อนที่คุณหมอจะดูดออกมาค่ะ พอเปลี่ยนชุดแล้วรู้สึกสบายตัวมากเลย

เรามีอาการคลื่นไส้ มึนหัวค่ะ เป็นเพราะยาปฏิชีวะนะที่เข้าไปทางสายน้ำเกลือ เมื่อมีอาการผิดปกติให้รีบแจ้งพยาบาลนะคะ คุณพยาบาลแจ้งว่ามีบางคนที่มีอาการแบบนี้ เป็นเรื่องปกติค่ะ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ เราลองทำตามดู สักแปบนึงก็หายค่ะ จากนั้นก็นอนพักผ่อนที่ห้องพักฟื้นทั้งวันเลย ที่ห้องนี้สะดวกสบายมากๆ ค่ะ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัดวันที่ 2



วันนี้ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกว่าหน้าบวมอีกแล้ว หรือว่าเรานอนมากเกินไปนะ 55555 ตอนเช้า พยาบาลเข้ามาเจาะเลือด ไปตรวจค่ะ คุณหมอเข้ามาเช็คอาการเหมือนเดิม แจ้งว่าวันนี้อยากให้เราเดินเยอะๆ และจะเอาสายปัสสาวะออก เพื่อให้เดินเข้าห้องน้ำได้เอง ความบวม และการไหลเวียนเลือดจะได้ไหลเวียนดีขึ้นด้วย

แต่วันนี้อาการเราไม่ค่อยดีค่ะ รู้สึกอยากอาเจียน และมึนหัวมาก เราเลยยังไม่อยากเอาสายปัสสาวะออก
ผลเลือดที่นำไปตรวจปรากฏว่า ค่าเลือดต่ำนิดหน่อย
คุณหมอจึงสั่งยาธาตุเหล็กให้ พร้อมวิตามินค่ะ อาการวันนี้ดีเป็นช่วงๆและมึนหัว สลับกันไป


หลังผ่าตัดวันที่ 3



ตอนเช้าตื่นขึ้นมาโดนเจาะเลือดอีกแล้ว~ ค่าเลือดไม่ได้ต่ำไปกว่าเดิม เลยโดนให้ยาธาตุเหล็กเหมือนเดิมค่ะ
อาการมึนหัวดีขึ้นเยอะ เราโชคดีมากที่หลังจากผ่าตัดแล้วไม่มีอาการไข้ขึ้นเลยค่ะ คนส่วนใหญ่ที่นอนติดเตียงไม่ยอมลุกเดิน จะมีไข้ขึ้นค่ะ เป็นเพราะความร้อนในตัวที่กองอยู่ไม่ได้ถูกกระจายไปเลยทำให้ร่างกายเกิดอาการไข้ขึ้นได้ค่ะ

วันนี้อาการดีแล้ว คุณพยาบาลพยายามโน้มน้าวให้ถอดสายปัสสาวะออก เพื่อเราจะได้ลุกเดินได้เยอะขึ้น
ขั้นตอนนี้ อยากกจะบอกว่าเป็นอะไรที่ลืมไม่ลงเลยค่ะ **ตอนที่พยาบาลดึงสายปัสสาวะออกเราสะดุ้งสุดตัว ** ไม่คิดว่ามันจะสอดลึกและเจ็บแสบได้ขนาดนี้ ใครได้มีโอกาสทำใจมาก่อนเลยนะคะ

อาการบวมวันนี้ ถือว่าบวมเยอะขึ้น ไม่เจ็บปวดแต่อย่างใด แต่รู้สึกหน่วง หนักที่ต้นขาและท้องแขนค่ะ แต่เพื่อความสวย ทนได้ค่ะ อาการจะเป็นอย่างไร ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 ม.ค. 20, 17:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่าตัดวันที่ 4





อาการโดยรวมดูดีขึ้นค่ะ หลังจากที่ถอดสายน้ำเกลือกลับมาพักที่บ้านแล้ว ความบวมใต้คางแทบจะไม่มีเลยค่ะ ปลื้มมาก วันนี้ไม่มีอะไรทำเลยเดินไปที่ร้านสระผมใกล้ๆ โรงพยาบาลค่ะ แล้วกลับมาอาบน้ำล้างคราบยาแดงออก ซับตัวให้แห้ง รู้สึกสบายตัวมากๆ

เราต้องกินยาให้ตรงตามที่โรงพยาบาลแนะนำค่ะ โดยยาที่โรงพยาบาลออกให้จะเป็นแผงแบบนี้ ทานเช้า กลางวัน เย็น หลังอาหาร ทานประมาณ 7 วันค่ะ

อ้อ! เรามีแจ้งโรงพยาบาลล่วงหน้าแล้วว่ามีอาการแพ้ยา Cefa และ Bulfen ทางรพ.เลยจัดยาอีกแบบมาให้ ถ้าเราแพ้ยาตัวไหนต้องแจ้งด้วยนะคะ




** สำหรับคนที่ดูดไขมันสามารถอาบน้ำได้ การล้างแผลไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก แค่รักษาไม่ให้แผลชื้นแค่นั้นพอค่ะ และหลังผ่าตัดแล้ว รู้สึกว่าผิวแห้งมากขึ้น ทานน้ำเยอะๆ และทาโลชั่นบ่อยๆ ค่ะ จุดที่เขียว ช้ำ ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดไว้นะคะ จะทำให้หายเร็วขึ้น **



หลังผ่าตัดวันที่ 5

วันนี้อยู่แต่ห้อง รู้สึกเหมือนไม่ได้สูดอากาศข้างนอกมานานมาก ตั้งใจออกไปเดินเล่นสักหน่อย อากาศไม่ร้อนมาก เราไปเที่ยวฮงแดกันค่ะ จากที่พักใกล้โรงพยาบาลเดินทางไปฮงแด นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินยาวๆ ไปเลย 40 นาที ในที่สุดก็มาถึงฮงแด หาข้าวทานให้มีแรงก่อนไปช๊อปปิ้งค่ะ ….




เราเลือกที่จะเดินในห้องแอร์มากกว่าการเดินข้างนอกนะคะ เพราะหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วย รู้สึกว่าหลังจากที่ใบหน้ามีการยุบบวมลง หน้าจะแห้ง เป็นขุยๆ เลยไม่อยากแต่งหน้าค่ะ แนะนำพกตัวช่วยเช่นแว่นกันแดด หมวก หรือร่มกันไว้ค่ะ

ในตอนนี้ ความบวมยังมีอยู่เราเลยยังไม่ได้ใส่ชุดรัดกระชับค่ะ ยัดไม่เข้าด้วยบวกกับยังเจ็บระบมอยู่ กะว่าวันที่7 หลังตัดไหมจะเริ่มใส่ค่ะ เราเลือกใส่กางเกงรัดคล้ายๆเล็กกิ้งไปก่อนก็ช่วยพยุงความบวมไว้ได้ส่วนหนึ่ง เวลาเดินก็เพิ่มความสบายไปได้ค่ะ~~



เดินไปเดินมาชักจะเริ่มเหนื่อย บางช่วงมีอาการวิงวิ๊ง เหมือนจะเป็นลม55555555 เราเลยไม่ฝืน แวะเข้าคาเฟ่นั่งจิบน้ำส้มเพิ่มความสดชื่นสักหน่อยค่ะ หลังจากที่ 4 วันที่แล้ว ต้องทานอาหารอ่อนๆมาตลอดรู้สึกอยากของหวานเป็นพิเศษ ได้น้ำส้มแก้วนี้เหมือนต่อความสดชื่นตัวขึ้นมาเลย




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 10 ม.ค. 20, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หลังผ่าตัดวันที่ 6

หมดเวลาพักเล้วซิ ........ วันนี้เป็นวันจันทร์ พร้อมแล้วที่จะเริ่มไปทำงานที่เรารักกันค่ะ
บางคนอาจจะกลัวว่าเพิ่งผ่าตัดใหญ่มา แต่สามารถฟื้นตัวและ เริ่มใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เลยหรือ ??? ตอบเลยว่า สบายมากค่ะ ก่อนการผ่าตัดเราก็เคยคิดว่ามันเร็วไปไหม แต่พอมาเป็นตัวเองแล้วรู้สึกเป็นปกติมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นบันได หรือการขยับตัว มันไม่รู้สึกลำบากอะไรเลย จะมีต้องระวังเรื่องการเดินชน หรือคนที่ไม่รู้ว่าเราผ่าตัดมาบีบที่แขน ซึ่งคนเกาหลีที่นี่ถ้าสนิทกัน เวลาทักทายชอบใช้วิธีสัมผัสตัว หรือใช้มือตี (+๑+)”
ใบหน้ารู้สึกลดบวมไปเยอะมาก ยังมีอาการกดแล้วเจ็บบ้างช่วงกราม ตึงๆ ช่วงคาง

ช่วงขามีอาการขาลาย ช้ำ บวม ภาพอาจจะน่ากลัวไปหน่อยนะคะ อย่าเพิ่งปิดหนีนะคะ 5555
หน้าท้องที่เห็นเป็นชั้นแบบนี้ มันบวมอยู่นะตัวเอ๊งงง ไม่ใช่คุณหมอดูดไม่หมดนะคะ

กดไปแล้วจะรู้สึกตึงๆ เจ็บนิดหน่อยจากอาการช้ำค่ะ วันนี้ลองสังเกตรอยช้ำ มันเปลี่ยนสีเข้มขึ้นมากๆ ยิ่งตรงท้องน้อยโดนกดรัดด้วยขอบกางเกงใน รอยคล้ำจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดาค่ะ
เราขัดใจมากเลยเดินเข้าร้านขายยา เพื่อซื้อยาลดรอยช้ำมาทา

ตัวนี้เภสัชแนะนำมา หลอดเล็กนิดเดียวทาบางๆ เช้าเย็น นวดเบาๆ ให้ครีมซึมเข้าไปค่ะ
เราว่าครีมตัวนี้ราคาแพงไปหน่อย
ถ้าท่านไหนไม่สะดวกครีมตัวนี้ แนะนำเป็น Raparil-Gel N ก็ได้ค่ะ
พรุ่งนี้จะได้ตัดไหมแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากๆ ยังไงติดตามตอนหน้าด้วยนะคะ
จะได้เข้าลดบวมด้วยแหละ ตื่นเต้นจังเลย


หลังผ่าตัดวันที่ 7

วันนี้เราลองใส่ชุดกระชับกันดีกว่าค่ะ ช่วงบนยังระบมอยู่จึงลองใส่เพียงแค่ท่อนล่าง ซึ่งชุดกระชับเราแบ่งเป็น2ท่อนค่ะ ช่วงบนจะเป็นชุดเก็บทั้งตัว ทั้งช่วงแขนและหน้าท้องเวลา และช่วงล่างนั้นจะเป็นกางเกงยาวลงมาถึงน่อง แบบตามภาพ ซึ่งชุดเขามีประสิทธิภาพในการช่วยรัดกระชับเพื่อลดความเจ็บปวดจากการบวม และป้องกันการห้อเลือด และช่วยปรับ Body line เราให้เข้าที่มากขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรจะใส่ชุดอย่างน้อย1-3เดือนค่ะ

เมื่อได้เวลานัดในการตัดไหม คุณพยาบาลให้เราเปลี่ยนชุดกราวน์ และบรรจงตัดไหมที่มีกระจายอยู่รอบตัว ในจุดที่ซ่อนสายตาเช่นข้อพับ ในสะดือ สาวๆ ไม่ต้องกลัวเลยนะคะ ว่าจะเห็นแผลชัดเจน มาดูดไขมันที่เกาหลีไม่มีปัญหาแบบนั้นกวนใจแน่นอนค่ะ

** จะบอกว่าตัดไหมนั้นเจ็บ และเสียวนิดๆ เรานึกว่าไหมสะดือ และข้อพับขาด้านหลังจะเจ็บที่สุดแต่ผิดคาดมากๆๆ ให้ทายว่าที่ไหนเจ็บที่สุด ??? ติ๊กตอกๆๆ เฉลยตรงหัวเข่าจ้า!! เจ็บแปร๊บ น้ำตาเล็ดเลยที่เดียว กลั้นใจ3 เสร็จกระบวนการตัดไหม...... สักพักคุณหมอโนยงจุนเข้ามาดูอาการค่ะ คุณหมอสอบถามว่ามีส่วนไหนบ้างที่ยังรู้สึกไม่สะดวกสบาย สำหรับเราแล้วอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ จะมีก็แต่แผลเย็บที่คุณหมอตกแต่งแผลเป็นให้ รู้สึกตึงๆ เพราะคุณหมอไม่ให้พับแขนเยอะเลยทำอะไรไม่ค่อยสะดวกค่ะ คุณหมอตรวจดูแล้ว วันนี้วันที่ 7 ยังไม่ตัดไหมให้ค่ะ นัดมาพบใหม่วันอาทิตย์หน้าจ้า

ต่อไปเราจะมาเข้าเครื่องอบออกซิเจน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นค่ะ โดยเครื่องนี้คล้ายๆอุโมงค์ที่เราจะต้องเข้าไปนอน พี่ล่ามแนะนำว่าเมื่อเข้าเครื่องอบครั้งแรกบางท่านอาจจะเกิดอาการหูอื้อ เหมือนตอนขึ้นเครื่องบินได้ เกิดจากเครื่องมีการกดแรงดันและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา บางคนทนอาการหูอื้อไม่ไหว สามารถกดปุ่มสีเขียวขอความช่วยเหลือได้ค่ะ พอเราได้เข้าไปรู้สึกสดชื่น เหมือนเดินในป่าเลยค่ะ มีลมเย็นๆออกมา และได้ยินเสียงน้ำไหลตลอดเวลา รีแล็กซ์สุดๆเลย จะนอนหลับตา หรือเล่นโทรศัพท์ก็ได้นะคะ เป็นเวลา 20 นาที





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: วันนี้ 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q* 057 หลังผ่าตัดวันที่ 8 – 9 q*057

อาการโดยรวมถือว่าดีมากค่ะ จะมีส่วนที่เริ่มรู้สึกได้ชัดเจนคือ

ช่วงใต้คางเริ่มมีลักษณะคล้ายๆก้อนไตๆ เกิดขึ้นมา เวลาเราเงยหน้าจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

อาการแบบนี้ไม่ต้องตกใจนะคะ เป็นอาการปกติของคนที่ทำศัลยกรรมดูดไขมันค่ะ

ร่างกายเราผลิตสิ่งที่ทดแทนชั้นไขมันที่หายไป เมื่อเวลาผ่านไป ก้อนไตๆนี้จะสลายไป

และกลับมาเป็นผิวที่อ่อนนุ่มเหมือนเดิมค่ะ

วันนี้เรามีนัดลดบวมอีกครั้งหลังทำศัลยกรรม โดยใช้เครื่อง Bio-Proton

ขั้นตอนการเตรียมตัว เราต้องเปลี่ยนชุดทั้งหมดออกก่อน เพื่อกันเหงื่อที่ไหลออกมาค่ะ

โดยเจ้าเครื่อง Bio-Proton ตัวนี้ จะช่วยสลายไขมันในร่างกายออกไปได้

ด้วยการนอนเฉยๆเพียง 30 นาทีเท่านั้น!!

เจ้าไบโอโปรตรอนนี้มีความร้อนตั้งแต่ 60-90 องศา (fire)

โดยทางเจ้าหน้าที่ปรับให้เราเข้าไปนอนโดยใช้ความร้อนต่ำสุด

(เข้าไปนอนในเครื่องตามแบบในรูปเลยค่ะ อันนี้ไม่ใช่รูปเราน้า แปะไว้เผื่อทุกคนนึกภาพไม่ออกค่ะ >
และเหตุผลที่ใช้ความร้อนต่ำสุดเพราะเห็นว่าเพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นาน

ถ้าเรามีการเสียน้ำเยอะเกินไป อาจจะทำให้เกิดอาการวูบหรือเป็นลมได้ค่ะ

ซึ่งตอนทำเสร็จแล้วเราไม่มีอาการดังกล่าว พอเสร็จเจ้าหน้าที่ให้พักนั่งทานน้ำสักครู่

ต่อด้วยการเช็คมวลร่างกายด้วยการวัดเครื่อง Inbody ค่ะ

(หน้าตาเจ้าเครื่องตัวนี้ประมาณแบบในรูปที่ 4 ค่ะ)

ผลออกมาเจ้าหน้าที่ชมว่า ก่อนและหลังทำ ค่าไขมันลดลงมา 2 หน่วย

แสดงว่าร่างกายเรามีการลดบวมได้ดี และเล่าว่าลูกค้าบางท่านมีอาการบวมหลังศัลยกรรม

เมื่อทำการเข้าเครื่องตัวนี้ไป ค่าไขมันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็มีค่ะ

เราชักติดใจเครื่องตัวนี้เลยอยากเข้ามาลองทำอีกในสัปดาห์หน้าค่ะ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม