หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โรคเอดส์ การติดต่อ และวิธีปกป้องที่ทุกคนควรจะรู้  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 พ.ย. 19, 17:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการรับเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งไวรัสจำพวกนี้จะก่อให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดเชื้อทำงานบกพร่อง ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายสนิท ทำได้เพียงแค่ ควบคุมอาการและก็รักษาแบบพยุง ก็เลยทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว เพราะคิดว่าเป็นแล้วต้องเสียชีวิต แต่จริงๆแล้วมีแนวทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อโรคสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้เราก็เลยนำความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่เราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งวางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง


โรคเอดส์ คืออะไร?
โรคเอดส์ เป็น อาการโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกง่ายๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งปลอมปนหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากขึ้น ก็เลยทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีภูมิต้านทานลดน้อยลง กระทั่งในที่สุดร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ จึงทำให้ผู้ป่วยที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดโรคได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคติดโรคอื่นๆตามมา ดังเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ

โรคเอดส์มีกี่สายพันธุ์
เชื้อไวรัสเอชไอวีมีมากมายสายพันธุ์ โดยปัจจุบันนี้ค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั้งโลก แม้กระนั้นสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็น เอชไอวี 1 (HIV-1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง และสหรัฐอเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก

เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบทีแรกที่แอฟริกา โดยค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว แล้วก็ปัจจุบันนี้ยังเป็นแหล่งที่พบเชื้อไวรัสเอชไอวีหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดด้วย

สายพันธุ์เอชไอวีที่พบบ่อยที่สุดในโลกคือ สายพันธุ์ซี โดยมีสูงถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบเป็น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ส่วนในประเทศไทยนั้นเจอเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ เออี (A/E) หรือ (E) พบบ่อยถึง 95% โดยแพร่ระบาดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และก็สายพันธุ์บี (B) มักมีการแพร่ระบาดในกลุ่ม LGBT หรือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด)

สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทยคือ สายพันธุ์ซี แต่ว่ามีการพบสายพันธุ์ระหว่าง อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ ได้ค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจพบที่แห่งใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ อี แล้วก็จี เรียกว่า เอ อี จี (AE/G)

การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังนี้
1. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี
การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ดังนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด


  • การรับเชื้อทางเลือด

    การรับเชื้อเอชไอวีพบได้ใน 2 กรณี คือ

    2.1 ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือแม้แต่การใช้กระบอกเอาไว้สำหรับฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้เสพยาเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น

    2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในสมัยก่อนมีการติดเชื้อโรคเอชไอวีจากช่องทางนี้ค่อนข้างจะมาก เพราะว่ายังไม่มีการพิสูจน์เลือดที่ละเอียดนัก แต่ว่าตอนนี้ได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปพบตรวจหาเชื้อก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างยิ่ง


  • การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก

    เป็นผลมาจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งท้อง โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แม้กระนั้นปัจจุบันได้ค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จแล้ว โดยขั้นตอนการรับประทานยาต้านทานไวรัสในตอนตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อของทารกลงได้

    นอกเหนือจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายแนวทาง แต่ว่าก็ได้โอกาสน้อยมาก เป็นต้นว่า การเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนัง สักคิ้ว เว้นแต่เลือดแล้ว เชื้อเอสไอวียังสามารถต่อเนื่องกันผ่านทางทะเลเหลืองได้ด้วย โดยบางทีอาจติดโรคจากการที่รอยแผลของเราสัมผัสกับบาดแผลของผู้ติดเชื้อ แม้กระนั้นก็ถือว่ามีโอกาสต่ำมาก โดยจะติดโรคได้ก็เมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และก็มีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเยอะมากๆเท่านั้น

    วิธีการปกป้องการได้รับเชื้อเอชไอวี
    โรคเอดส์เป็นโรคซึ่งสามารถป้องกันได้ เพียงแค่ทำความเข้าใจให้ถูก และกระทำตามหลักดังนี้


  • ใช้ถุงยางเมื่อใดก็ตามมีเพศสัมพันธ์
  • มีคู่นอนเพียงคนเดียว
  • ก่อนสมรส หรือมีลูก ต้องมีการตรวจร่างกาย แล้วก็ตรวจเลือด
  • งดใช้สารเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention


Tags : การติดเชื้อ, ช่องปาก, ถุงยางอนามัย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม