Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน  (อ่าน 6 ครั้ง)
add

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 14 พ.ย. 19, 14:36 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) มีพระราชดำริแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เมื่อ พ.ศ. 2524 ความว่า “…ให้พิจารณาพื้นที่เหมาะสม จัดทำโครงการพัฒนาอาชีพการประมงและการเกษตรในเขตที่ดินชายฝั่งทะเลจันทบุรี…”

ต่อมาจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสม กำหนดบริเวณตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ ให้เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนขึ้น เพื่อดำเนินการศึกษา สาธิต และพัฒนาที่ดินชายฝั่งทะเลอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยการวางแผนพัฒนาจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและยั่งยืนอย่างมีระบบ ตั้งแต่การศึกษาทดลอง วิจัย ทดสอบ สาธิต ขยายผล และการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสู่ประชาชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์กลางในการอบรมเผยแพร่ผลการศึกษา การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง พัฒนาด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิต ตลอดจนพัฒนากิจกรรมอื่นๆ แบบบูรณาการควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้งอนุรักษ์ฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ ส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับศักยภาพเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน เป็นการท่องเที่ยวเชิงพัฒนาที่นอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ ทำให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในปี 2543 และรางวัลดีเด่นในปี 2545 ประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
        ความคิดเห็นที่ #1: 29 พ.ย. 19, 12:24 น

สมเด็จ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระนามเดิมของพระองค์ คือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร
        ทรงพระราชสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถมีพระเชษฐภคินี 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐภคินี 2 พระองค์ คือ สมเด็จ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)รัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
          พระองค์ทรงเข้าศึกษาชั้นต้น ที่โรงเรียนจิตรลดา ในพระราชวังดุสิต ซึ่งต่อมาโรงเรียนย้ายไปตั้งในบริเวณพระราชฐานสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ทรงศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จึงเสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2509 ทรงเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงสมีด เมืองซีฟอร์ด แคว้นชัสเชกส์ ประเทศอังกฤษ และในเดือนกันยายนปีเดียวกันนั้น ได้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ เมืองสตรีท แคว้นซัมเมอร์เซท ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2513
          นับแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงมีอุปนิสัยโปรดความมีระเบียบวินัย และสนพระราชหฤทัยในกิจการเกี่ยวกับกองทัพอยู่เสมอ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมที่ตั้งกองทหารหน่วยต่างๆ ทรงเอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ของทหารและตำรวจเป็นนิจ ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จจากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษาต่อในวิชาการทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย
          เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2513 พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาระดับเตรียมทหารที่โรงเรียนคิงส์ เขตพารามัตตา นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทรงศึกษาอยู่จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2514
          ในปี พ.ศ. 2515 พระองค์ทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงแคนเบอร์รา นักเรียนนายร้อยที่ผ่านหลักสูตรจะได้รับปริญญาตรีตามสาขาวิชาที่เลือกศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเลือกศึกษาในสาขาวิชาอักษรศาสตร์ และทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อพ.ศ. 2519
          สำหรับการศึกษาอบรมทางการทหาร พ.ศ. 2519 พระองค์ทรงเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมและทรงศึกษางานด้านการทหารในประเทศออสเตรเลีย โดยทุนของกระทรวงกลาโหม และทรงประจำการ ณ กองปฏิบัติการทางอากาศพิเศษที่นครเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย ทรงรับการฝึกอบรมหลักสูตรทางการทหารและการบิน ได้แก่ หลักสูตรวิชาอาวุธพิเศษ การทำลายและยุทธวิธีการรบนอกแบบ หลักสูตรต้นหนชั้นสูง หลักสูตรการลาดตระเวนและต้นหนชั้นสูง และหลักสูตรส่งทางอากาศ
          และเมื่อปีพ.ศ. 2515 เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 20 พรรษา ทรงบรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ให้ดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารŽ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน
        ความคิดเห็นที่ #2: 17 ธ.ค. 19, 10:44 น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญของ "ภาษาไทย"

           ด้วยทรงตระหนักว่าเป็นภาษาประจำชาติ ซึ่งไม่ได้สำคัญเพียงใช้พูด อ่าน และเขียนเท่านั้น แต่ในความเป็นภาษาของชาติ ยังได้แสดงถึงความเป็นเอกราช ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ภาษาไทยจึงมีเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเอง คนไทยทุกคนจึง ควรภูมิใจในมรดกอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษไทยได้คิดค้นขึ้นมา
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระอัจฉริยภาพทางด้านภาษาและหนังสืออย่างยอดเยี่ยม ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงศึกษาภาษาไทยอย่างลึกซึ้งจนทรงแตกฉานด้านภาษาไทย ซึ่ง ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดในกระแสพระราชดำริ พระบรมราโชวาท หรือพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่บุคคลและคณะบุคคลในวโรกาสและสถานที่ต่างๆ
ทรงมีพระเมตตาห่วงใยในการใช้ ภาษาไทย การออกเสียง และการบัญญัติศัพท์ ดังเช่นกระแสพระราชดำรัสเมื่อครั้งเสด็จไปร่วม ประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช 2505 มีความบางตอนดังนี้
        "ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี… เรามีโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเอง แต่โบราณกาล อย่างหนึ่งต้องรักษาไว้… ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือ ความร่ำรวยในคำภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้… การบัญญัติศัพท์ใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน จำเป็น แต่อันตราย… คำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็น ทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรใช้คำเก่าๆที่มีอยู่ ไม่ควรตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก และผู้ที่ตั้งคำนั้นต้องรู้คำและหลักภาษาลึกซึ้งทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ…"
        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้ภาษาไทยในทุก ภูมิภาค แม้ในบางท้องถิ่นมีการใช้ภาษาถิ่น เช่น ชาวเขาเผ่าต่างๆ ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทยมุสลิมในภาคใต้
ก็จะพระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสอนภาษาไทยให้แก่คนเหล่านี้ เพื่อที่จะได้พูดภาษาไทยในการติดต่อสื่อสารกัน การที่ทรงพระปรีชาญาณ ทรงวิจารณ์และพระราชทานกระแสพระราชดำริเกี่ยวกับภาษาได้อย่างลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการฝึกฝนของพระองค์ในยามว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจ ทำให้ทรงแตกฉานด้านภาษาไทย ซึ่งจะเห็นได้จากงานพระราชนิพนธ์ของพระองค์หลายเรื่อง เช่น
- พระราชกิจรายวันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
- เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์
- พระราชนิพนธ์พระมหาชนก นอกจากนี้ ยังมีพระราชนิพนธ์แปลและบทความต่างๆ อีกหลายเรื่อง อาทิ
- นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ
- ติโต
- เศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนา บทที่ 4 เล็กดีรสโต
         ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อภาษาไทยและหนังสือไทยอย่างมากมายนี้ จึงทรงได้รับการยกย่องเทิดทูนจากองค์กรต่างๆ เช่น คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทูลเกล้าฯถวายพระราชสมัญญา "อัครศิลปิน" เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2529 พระมหากรุณาธิคุณอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับแนวคิดใหม่ทางวรรณกรรมคือ ทรงเห็นว่า ควรมีหนังสือชุดที่ช่วยให้เยาวชนไทยสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะไม่มีโอกาสเรียนต่อในระดับสูงก็สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะในยามที่มีปัญหาการขาดแคลนครูและสถานที่เรียน หนังสือสารานุกรมจะช่วยคลี่คลายได้
         หนังสือชุดนี้ก็คือ "สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" จึงมีพระราชดำรัสให้จัดตั้งโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
เพื่อดำเนินการสร้างหนังสือสารานุกรมไทยฯ ฉบับใหม่ชุดหนึ่ง มีความมุ่งหมายที่จะนำวิชาการแขนงต่างๆที่ควรศึกษา ออกเผยแพร่แก่เยาวชนให้แพร่หลายและทั่วถึง เพื่อเยาวชนจัก ได้หาความรู้ช่วยตัวเองได้โดยการอ่านหนังสือ

Tags:
Tags:  

หน้า: 1
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้