หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: SEO ทุกวันนี้จะว่ายากก็ยาก  (อ่าน 11 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 ก.ค. 19, 23:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การทำ SEO ทุกวันนี้จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะจริงๆแล้วทุกวันนี้ google มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดให้ระบบค้นหาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้ผลการค้นหาที่ออกมานั้นตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาให้ได้มากที่สุด โดยพยายามที่จะคัดแยกเอาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาด้อยคุณภาพออกไป ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เรามักพบเห็นเว็บไซต์ที่แทบไม่มีเนื้อหาอะไรเลยแต่มีการทำ SEO ที่ออกแนวสายเทาหรือสายดำโผล่ออกมาพบเห็นได้อยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ผู้เขียนเคยได้ไปอ่านหนังสือตามร้านหลายๆแห่งก็ยังพบว่ามีหนังสือหลายๆเล่มที่ยังอธิบายความสำคัญของการทำ SEO แบบเก่าๆอยู่ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทุกวันนี้มีแค่บางอย่างที่นำมาใช้ได้และหลายๆอย่างก็ไม่ได้นำมาใช้แล้วในแนวคิดของ เรามาลองดูกันครับว่ามีแนวคิดผิดๆอะไรบ้าง

1. เว็บไซต์มี Page Rank (PR) มาก คือเว็บไซต์ที่มีฌิกาสทำอันดับในการค้นหาของ google ได้ดี สำหรับ PR นี้ต้องบอกว่าเป็นที่นิยมปั้มกันเป็นอย่างมากในหมู่คนทำเว็บไซต์เมื่อก่อน แต่ทว่าในปัจจุบัน google ไม่ได้ให้ความสำคัญแล้วกับ PR และมีเหตุผลมากมายที่ google ได้ทำการยกเลิกระบบ PR ไปเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดใหม่ๆสำหรับผู้ทำเว็บไซต์เพื่อให้หลีกเลี่ยงการปั่น PR เพื่อนำไปขายต่อ เราจะสังเกตุได้จากเว็บไซต์ในปัจจจุบันหลายๆเว็บที่ติดอันดับในการค้นหาของ google บางเว็บเป็นเว็บไซต์ไม่มี PR เลยแต่ก็ยังติดอันดับต้นๆของ google ได้ ดังนั้นหากท่านกำลังทำเว็บไซต์แล้วมุ่งหวังแต่การหา PR ขอให้คิดใหม่ได้เลยครับ

2. ใส่ Keyword จำนวนมากในหน้าเว็บไซต์เพื่อหลอกให้ google คิดว่าเป็นเว็บไซต์ที่มี Keyword ที่ตรงกับผลการค้นหา อันนี้ต้องบอกว่าผิดเต็มๆครับ ผิดทั้งในแนวคิดของ google ผิดทั้งการทำให้ผู้คนที่เข้ามาเข้าใจผิดคิดว่าจะได้พบกับเนื้อหาเว็บไซต์ที่ดีตรงกับความต้องการที่พวกเขาได้ค้นหา การใส่ Keyword ในหน้าเว็บไซต์จำนวนมากที่พบเห็นบ่อยๆคือการใส่ไว้ในด้านล่างของเว็บไซต์และใช้เครื่องหมายคอมม่าคั่น เช่น การทำ seo, วิธีทำ seo, ความรู้การทำ seo, เทคนิคการทำ seo ฯลฯ และมักใช้คำซ้ำๆกันโดยใส่หลายๆบรรทัดและอำพลางด้วยสีขาวหรือสีใกล้เคียงสีขาวเพื่อพลางตาจากผู้เข้าชม หวังเพียงแค่ให้ google ได้เข้ามาสำรวจเจอแค่นั้น ซึ่งบางเว็บไซต์อาจใช้การเขียน Keyword ลงไปใน Meta tag ต่างๆในหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งตรงนี้ต้องบอกเลยว่าจะใส่มากแค่ไหนก็ไม่มีผลอะไรหากเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ของท่านนั้นไม่มีคุณภาพมากพอที่ google จะนำไปใช้ได้จริง หรือหากร้ายกว่านั้นเว็บไซต์ที่ทำแบบนี้อาจถูก google ลงโทษได้ในที่สุด


3. โฆษณา Adwords ไม่ใช่ SEO การทำ Adword เป็นการทำโฆษณาแบบหนึ่งเท่านั้นนะครับไม่ใช่การทำ SEO แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าระบบการแสดงผลโฆษณาถูกนำไปใช้ใน search engine หลายๆคนสับสนและสงสัยมากว่าทำไมผู้ให้บริการทำ seo บางเจ้าคิดค่าทำ seo แค่หลักพัน http://www.kangxinyanglao.com/บางคนคิดเป็นหลักหมื่นต่อ keyword ซึ่งก็แล้วแต่ความยากง่ายในการทำครับ แต่การซื้อโฆษณากับ google ที่เรียกว่า Adwords นั้นเป็นการซื้อโฆษณาโดยใช้เงินเพียงหลักร้อย ถึงหลักพันเท่านั้นสำหรับการแสดงผลในระยะเวลาสั้นๆโดยการจ่ายเงินจากบัญชีที่สมัครไว้กับทาง google หรือผู้ให้บริการทำ adwords โดยหักตามจำนวนผู้ที่คลิกโฆษณาจากหน้าผลการค้นหา เช่น เราลงโฆษณาไว้ในคำค้นหา ว่า โปรโมทเว็บไซต์ เมื่อมีผู้ค้นหาคำดังกล่าวผ่าน google ก็จะพบเว็บไซต์ของเราอยู่ด้านบน โดยด้านหน้าของเว็บไซต์ที่ลงโฆษณาด้วย adwords นั้นก็จะมีระบุให้เห็นชัดจนครับว่า โฆษณา ดูได้จากตัวอย่างด้านล่างนี้


ซึ่งระบบโฆษณา adwords นั้นไม่ได้อยู่ตลอดครับ หากเงินในบัญชีหมดหรือไม่มีการต่อโฆษณาแล้วเว็บไซต์ของท่านก็จะหายไปจากข้างต้น แต่เว็บที่ติดอยู่ในลำดับการค้นหาที่ไม่ได้มีคำว่า โฆษณาดังในภาพตัวอย่างด้านบนก็คือเว็บไซต์ที่ไม่มีการเสียค่าโฆษณาครับแต่มาโดยสายธรรมชาติหรือมาจากการทำ SEO นั่นเอง ซึ่งไม่ใช่ว่าการทำ adwords จะไม่ดีนะครับ มีผลดีในแง่ของผู้ที่ทำเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ๆและอาจจะกำลังทำ seo ไปด้วยในตัว แต่กว่าจะขึ้นอันดับมาได้อาจใช้เวลานานจึงต้องมีการทำ adwords ไว้ก่อนครับเพื่อดึงดูดลูกค้าได้ในทันที


4. Ping มากๆเพื่อให้เชิญบอท google ให้เข้ามาเก็บข้อมูลบ่อยๆจะได้อันดับขึ้นไว นี่ก็คือความคิดที่ผิดนะครับปัจจุบัน google มีในส่วนการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้ดีกว่าแต่ก่อนมาก ไม่จำเป็นเลยที่ต้องใช้เครื่องมือในการ Ping อย่างพร่ำเพรื่อ การเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณในปัจจุบันมีหลายเส้นทางที่ google สามารถเข้ามาสำรวจเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นจากการทำลิงค์ที่คุณไปทำมาในเว็บต่างๆ การเข้าถึงโดยผ่าน sitemap ที่คุณได้สร้างไว้ การผ่านระบบ google webmaster tools เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยมีการอัพเดทใดๆที่ใช้เครื่องมือ Ping เยอะอาจเจอ google ลงโทษได้ในที่สุดนะครับ


5. ก้อปปี้เนื้อหาจากเว็บคนอื่นมาอัพเดทในเว็บไซต์ตัวเอง เพื่อหวังในเรื่องการทำอันดับ เมื่อก่อนทำกันเยอะครับในสมัยที่ google ยังไม่มีระบบตรวจสอบเนื้อหาซ้ำ การก้อปปี้อันนี้ยิ่งหนักครับไม่ควรทำเป็นอย่างมากเพราะเนื้อหาเว็บใครหาเขียนขึ้น ใครๆก็หวงครับผิดทั้งในแง่ของความรู้สึก ผิดทั้งในแง่ของกฏหมายหากบทความนั้นๆมีลิขสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง google แล้วให้ความสำคัญเป็นอย่างมากการก้อปปี้เอาเนื้อหาเว็บคนอื่นมาลงเว็บไซต์ตัวเอง ซึ่งการลงโทษนั้นนอกจากอันดับจะไม่ดีขึ้นแล้วก็อาจจะถูกลงโทษจากระบบค้นหาอีกด้วยหากบทความที่นำมาลงมีความซ้ำกับเว็บไซต์อื่นๆเป็นจำนวนมาก

ทั้ง 5 ข้อนี้ก็เป็น 5 ข้อหลักๆที่ยังพบเห็นกันได้อยู่บ่อยๆสำหรับคนทำ seo ที่อาจจะยังไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลักๆอะไรไปบ้างแล้วเพื่อจะได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดในการทำ seo ให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น ติดตามบทความอื่นๆที่น่าสนใจได้จาก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags: seo
Tags:  seo 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม