หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รีวิว ศัลยกรรมปรับโครงหน้า+ทำจมูก+ทำตา ที่ประเทศเกาหลี!  (อ่าน 36 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 24 มิ.ย. 19, 12:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สวัสดีค่ะ ชื่อกิฟต์นะคะ มาเข้าเรื่องกันเลยค่า

ก่อนอื่นขอบอกเหตุผลที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมตา ทำจมูก ปรับโครงหน้า ก็คือ...
1. ตาสองชั้นมีหลายชั้นมากกก พับซ้อนกันไปหมด ชั้นตาข้างขวายังไม่เท่าไหร่ แต่ชั้นตาซ้ายบางวันนับได้5ชั้นก็มี ต้องทนแต่งตาเจิ๋ม่ยวๆ ถมอายไลเนอร์ไม่เท่ากันทุกวัน อีกอย่างคือเวลาถ่ายรูปบางทีเพื่อนชอบทักว่าอย่าทำตาง่วงนอน นี่ก็อยากจะบอกว่าเบิกตาสุดแล้ว แต่มันได้เท่านี้ เหนื่อยแก เวลาถ่ายรูปต้องคอยเกร็งตาให้โตๆ
2. จมูกมีฮัมพ์ค่ะ ปลายจมูกก็ดูกลมๆ มองหน้าตรงจมูกดูยาวๆบางๆ อยากเสริมจมูกให้สูงขึ้นหน่อยเผื่อหน้าตาจะดูมีมิติกับเค้าบ้าง
3. ในส่วนของโครงหน้านั้น.... หน้าบานแก ละโหนกแก้มใหญ่มาก ในความใหญ่ก็มีความแบนๆคู่ไปด้วย โบทอกซ์กรามก็ต้องหมั่นฉีดบ่อยๆ นี่จะมีมุมเซลฟี่คือต้องหันขวา45องศาเท่านั้น!! มุมอื่นคือไม่รอด หลังจากนี้ก็หวังว่าจะรอดทุกมุม *กราบหมอ*




วันผ่าตัด

มาละ วันเกิดใหม่ ฮ่าๆๆๆ อดอาหารอดน้ำทุกอย่างมา8ชั่วโมงก่อนเวลาผ่านะคะ อาบน้ำล้างหน้าสระผมมาให้เรียบร้อย อย่าลืมล้างเล็บมือเล็บเท้ามาด้วยนะคะ




วันนี้เริ่มทำตาก่อน เป็นการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีดบางส่วน ทำตาใช้ยานอนหลับค่ะ เพราะในห้องผ่าคุณหมอต้องคอยเช็คชั้นตา ให้ลืมตาหลับตา มองปลายนิ้วคุณหมอ มองบนมองล่างว่าไป ที่จริงก็แอบกลัวเพราะมันไม่หลับสนิท มันรู้สึกตัว แต่เอาเข้าจริง ไม่เจ็บเลยยยย คุณหมอฉีดยาชาที่เปลือกตาตอนไหนก็ไม่รู้ตัว เหมือนหลับไปวูบนึง อาจจะมีตึงๆหน่อย ตอนคุณหมอดึงๆเย็บกล้ามเนื้อตา แต่ก็โอเคค่า

ทำตาเสร็จแล้วก็ย้ายไปอีกห้องผ่านึง เพราะปรับโครงหน้าเปลี่ยนไปใช้ยาสลบ เดี๋ยวจะผ่าโครงหน้าและต่อด้วยจมูกเลย โครงหน้าปรับสามจุดคือโหนกแก้ม+กราม+คาง ส่วนจมูกก็เป็นจมูกพื้นฐานของเกาหลีค่ะ คือใส่ซิลิโคน ใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก และกระดูกอ่อนหลังหู + ลดปีกนิสสสนึง แต่คุณหมอบอกว่าจมูกเราทำสูงมากไม่ได้จ้า เพราะผิวหนังเราบาง เดี๋ยวหลังจากนี้จิมีปัญหา

เอาล่ะ คุณหมอวิสัญญีเดินมาครอบหน้ากากอ๊อกซิเจน บอกให้สูดหายใจลึกๆ .... ลืมตาอีกที อยู่ห้องพักฟื้น ผ่าเสร็จละ!!!




ผ่าตัดเสร็จแล้ว โชคดีมาก เราไม่ปวดแผลเลย สาบานว่าถอนฟันคุดเจ็บกว่า! นานๆทีมันจะปวดตุ้บๆตรงช่วงกรามนิดนึง แล้วก็หายไป ส่วนตาก็จะหนักๆหน่อย แต่จมูกไม่รู้สึกอะไรเลย หายใจเข้าออกโล่งมากกกก
แต่อาการแสบคอจะหนักหน่อย ;-; กลืนน้ำลายยาก ใช้ยาสลบก็ต้องอดทนจ้า


゚・.。.:* *.:。*゚


วันแรกหลังผ่า

ตื่นเช้ามาคุณพยาบาลเข้ามาทำแผลให้ แกะผ้าห่อสาลี่ออก เลยรู้ว่าไม่ได้ใช้กระดูกอ่อนหลังหูจ้า จังหวะถอดสายเดรนนี่ก็เสียวไส้ ปวดๆนิดๆ ก่อนคุณพยาบาลเข้ามาถอดสายเดรน ต้องกินนมตุนไว้ก่อนนะคะ เพราะหลังจากถอดสายแล้ว จะทานนมไม่ได้อีก6ชมจ้า (เค้าบอกว่ากระพุ้งแก้มเป็นรู ถ้ากินอะไรมันจะไหลเข้าไปในร่างกาย) แต่ระหว่างนั้นทานน้ำกับบ้วนปากได้ปกติค่ะ
วันนี้ต้องเริ่มกินยา ล้างแผลเองแล้วค่ะ ประคบเย็นและเดินวนๆไป วันนี้เริ่มมีน้ำมูก เลยหายใจทางปาก ลำบากหน่อย ;-;






゚・.。.: * * .:。*゚


วันที่สองหลังผ่า

ตื่นเช้ามาเช็ดหน้าเช็ดตา ล้างแผลหนึ่งรอบ ดื่มนม กินยา ประคบเย็นแล้วก็เดินวนไปวนมาในบ้านเหมือนเดิม

ตอนบ่ายมีภารกิจ!! วันนี้จะได้แกะเทปใต้คางเองล้าววว แกคือเทปติดแน่นเวอร์ คุณพยาบาลบอกว่าพยายามเอาน้ำลูบๆๆให้เทปมันแฉะก่อนจะได้แกะง่ายๆ นี่ก็พยายาม ค่อยๆแซะ(?)ทีละเล็กละน้อย ข้างๆไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ตรงหน้าคางเหมือนจะเจ็บกว่าที่อื่นนิดนึง ให้ความรู้สึกเหมือนตอนฝึกใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก คือทำอะไรอ่ะ ทำแค่เนี้ยยย แต่ส่องกระจกเป็นชั่วโมง




แกะเทปเสร็จแล้วมันก็ช่วยให้หายตึงๆคางหน่อยนึง




และวันนี้ค่ะ น้ำมูกบุก! ก็พอจะรู้มาว่าถ้าใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นโพรงจมูกมันจะทำให้มีน้ำมูกเยอะ แต่พอมาเจอจริงๆ เออมันก็ยากอ่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อน มีน้ำมูกก็สั่งแรงๆไป แต่ปรับโครงหน้าเค้าห้ามสั่งน้ำมูกแรงๆจ้าาา คุณหมอบอกว่ามันจะทำให้เกิดแรงดันข้างใน ;-;
ทำอะไรไม่ได้ ก็ล้างจมูกวนไป เผื่อจะหายใจคล่องขึ้นบ้าง

゚・.。.: * *. :。*゚

เดี๋ยวมาอัพเดทต่อเรื่อยๆใน Comment นะคะ​






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 1 ก.ค. 19, 11:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันที่3 หลังผ่าตัด

วันนี้ที่รอคอย ตื่นเช้ามาเวฟข้าวต้มจ้าาาา ฉันจะไม่ทนกินนมอีกต่อปัยยยยย
พึ่งเข้าใจฟีลคำว่านอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นยังไง คือมันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ใช้คำว่ากินไม่ได้อ่ะ ต้องใช้คำว่า"สูด"เข้าปากดีกว่า

หลังจากพยายามสูดข้าวต้มจนหมด เราก็ต้องไปบ้วนปากกันค่ะ เค้าบอกว่าถ้าเริ่มกินอะไรที่มีเศษๆ ก็ต้องบ้วนปากให้สะอาดขึ้น นี่ก็ลุ้นมาก จะรู้ได้ไงว่าบ้วนสะอาดละนิ... เลยหยิบคัตเติลบัตไปยืนหน้ากระจก ค่อยๆแหวกปากล่างดู อะโหหหห เออว่ะ มันมีอะไรติดจริง แบบพวกเศษๆข้าวอ่ะแก เขี่ยๆไปสิคะรออะไร ไม่ใช่ยังไง ชุ้นกลัวโดนพยาบาลดุว่าไม่ยอมบ้วนปากให้สะอาด

゚・.。.:* *.:。*゚

วันที่4 หลังผ่าตัด

วันนี้จ้าาาาา นอนทั้งวันจ้าาาา นอนได้นอนดี นอนเหมือนคนไม่เคยนอน! นอกจากที่ตื่นมากินข้าวต้ม+กินยา ก็คือนอน!!
เตือนไว้นะทุกคน ไม่อยากให้ทำแบบนี้ เพราะว่าพอตื่นมาอีกที หน้าบวมฉึ่งจ้าาาาา
จากที่อาการบวมดูทรงๆมาหลายวัน วันนี้คือบวมอืดอย่างเห็นได้ชัด
แถมใต้ตาคืออย่างเขียว ข้างปากก็เขียวจางๆ น้องผิดไปแร้วววววว
ท่องไว้นะคะ จงเดินและประคบเย็นเถิดจะเกิดผลค่ะ

゚・.。.:* *.:。*゚

วันที่5 หลังผ่าตัด

หลังจากหยุดงานมานานหลายวัน วันนี้ออกไปทำงานแล้วจ้า แบกหน้าหนักๆเขียวๆไปทำงานแบบโนเมคอัพ แต่ก่อนอื่น ตอนเช้าเรามีนัดไปแกะเฝือกจมูก วี๊ดดดด ลุ้น!!! คุณพยาบาลมือเบา ตอนแกะเฝือกเลยไม่เจ็บ แต่ตอนตัดไหมหน้าจมูก โอ๊ยแก มันเสียว ตัดไหมหนึ่งปมก็แปล๊บบบหนึ่งที แต่เราก็ผ่านมันมาได้~ กลับมาที่ทำงาน เพื่อนๆชมว่าจมูกสวย นี่ก็ปลื้มมมม **กราบอกหมอหนึ่งที**

และจะบอกว่าเตรียมอุปกรณ์มาพร้อมมาก น้ำยาบ้วนปากเอย ไอซ์แพคเอย คัตเติลบัทเอย พร้อมทำออฟฟิศให้เป็นบ้านค่าาา

ด้วยความรู้สึกผิดบาปจากเมื่อวาน วันนี้เลยเดินกลับบ้านประมาน20นาที มันมีความวิงๆเล็กน้อย แล้วก็ปลาบๆวาบๆตรงช่วงคาง

กลับบ้านมาก็ประคบเย็น ลองแปรงฟันเป็นครั้งแรก เอาแปรงหัวเล็ก(แปรงเด็ก)จุ่มน้ำยาบ้วนปากสีน้ำตาล (ยังมีไหมในปาก ห้ามใช้ยาสีฟันนะจ้ะเพิ่ลๆ) ก็อย่างที่คิดแปรงได้แค่ฟันข้างนอก ฮ่าๆๆๆ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 ก.ค. 19, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วันที่6 หลังผ่าตัด

วันนี้ค่ะ....ล้างหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก!! ที่ผ่านมาได้แต่เอาทิชชู่เปียกถูหน้าให้ผ่านไปวันๆ
ปกติเป็นคนล้างหน้าแรงมาก แนวถูๆปาดๆโฟมล้างหน้าให้มันเสร็จๆไป แต่วันนี้คือค่อยๆกวักน้ำ ลูบหน้าอย่างทะนุถนอมสุด ก็จะรู้สึกแปลกๆหน่อย เหมือนไม่ได้ล้างหน้าตัวเอง คางก็จะอูมๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เปิดสัมผัสใหม่ค่ะคุณพี่ ฮ่าๆ

เสร็จแล้วก็ต้องบำรุงกันหน่อยค่ะ หน้าแห้งแตกยับย่นเยี่ยงถุงก๊อบแก๊บโดนพับ... หยิบมาส์กใกล้มือมา ขอมาส์กซัก20นาที ให้คุณค่าทางจิตใจ


゚・.。.:* *.:。*゚


วันที่7 หลังผ่าตัด

วันนี้ตั้งใจจะแต่งหน้าเบาๆไปทำงาน ลงคูชั่นเป็นพิธี ปัดแก้ม ทาลิป เขียนคิ้ว ไรงี้โนะ

....
..
.

แกเอ๊ย พังตั้งแต่ทาคูชั่น คือแต่งหน้าไม่ติดเลยจร้าาาา หน้าชั้นแห้งแตกเหมือนผิวดินหน้าแล้ง
เกือบไม่ได้ออกจากบ้าน ลบหน้าใหม่ ฉีดๆๆๆมิสท์จนหน้าเปียกเหมือนคนเล่นสงกรานต์ อ่ะ เรามาลองโบ้ะกันอีกรอบ เดชะบุญ พอไปวัดไปวาได้ -/\-

วันนี้อยู่ออฟฟิศไม่ค่อยได้ประคบเย็น แต่ยังได้เดินเยอะหน่อย ถือว่าทดแทนกันได้
อาการชาปลาบๆก็มาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงหน้าแก้มซ้าย กับแถวๆฟันกรามทั้งสองข้าง วูบๆวาบๆและผ่านไป ไม่ได้ปวดหรือทำให้รำคาญจนต้องกินยาแก้ปวดจ้า





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ก.ค. 19, 11:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

11วันหลังผ่า

วันนี้ลองกลับมาแต่งตาแล้วค่ะ หลังจากที่เว้นมานานมากกกกก ด้วยนิสัยเดิมคือแต่งหน้ามือหนัก ก็ต้องค่อยๆปาดๆถูๆอายแชโดว์ด้วยความระมัดระวัง และก็ตอนนี้หลังจากที่ไปนวดหน้ามา หน้าชั้นไม่แตกแล้วจ้าาา ตอนนี้แต่งหน้าติดเหมือนเดิม

หน้าลดบวมลงแบบพอสังเกตุได้ เวลาออกไปข้างนอกก็ไม่ต้องใส่มาส์กแล้วค่ะ




12วันหลังผ่า

เบื่อข้าวต้มแล้วจ้ะ หาอย่างอื่นกินอี๊กกก ที่เกาหลีมันจะมีแกงสำเร็จรูปต่างๆที่เวฟกินได้ พี่ก็ไปกวาดมา ฮ่าๆๆ แกงบูแดเอย แกงเต้าหู้เอย
ละก็ลองไปค้นๆคุ้ยๆในบ้าน เจอซองอาหารสำเร็จรูปของไทยไปอีก ก็เลยได้พะโล้ แกงมัสมั่นไก่ มาราดข้าวต้ม

พอเริ่มกินเนื้อๆเศษๆ มันก็กลัวจะติดไหมอีกละ หยิบแปรงมาค่ะ จุ่มน้ำยาบ้วนปากของเรา วันนี้แปรงได้ทั่วทั้งปากแล้วจ้าาาา แปรงได้ทั้งข้างหน้าและก็แปรงข้างในฟันได้แล้วด้วย อาจจะฝืนหน่อยๆ ต้องอ้าเพิ่มนิดนึง แต่สบายใจค่ะ เหมือนแปรงฟันได้เหมือนเดิม




13วันหลังผ่าตัด

วันนี้กินสปาเก็ตตี้!!~ ค่อยๆสูดเส้น เอาฟันหน้ากัดเล็กน้อยพอเป็นพิธี ฮื่อออ ฟินนน
กินเสร็จก็แปรงฟันกันค่ะ เพราะว่าลองเอาลิ้นกวาดๆ แล้วแยกไม่ออกว่ามันคือไหมหรือเส้นสปาเก็ตตี้

นอกจากนี้ก็ไปลองหาขนมมากิน ชีวิตชั้นขาดหวานไม่ได้! ลองมองๆหาตัวที่เละๆ เอาลิ้นแตะๆกลืนๆได้ ไปเจอขนมคัสตาร์ดมา ได้มากกกกก





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 5 ส.ค. 19, 12:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วันที่14 หลังผ่าตัด

ก่อนอื่นอยากบอกโลกนี้ว่า ชุ้นเบื่อข้าวต้นแล้ว ฮว๊ากกกกก

แล้วยังง แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย เลือกไม่กินข้าวต้มได้หรือเปล่า คือมันง่ายสุดแล้วแก
เข้าไมโครเวฟ1นาที30วินาที แล้วสูดๆๆๆๆ อิ่มเลยจ้า

วันดีๆนะคะ ดีใจ เดินไปไหนเพื่อนที่ทำงานทักว่าลดบวมลงเยอะเลย (เพื่อนดี มองข้ามคออึ่งๆ ของเพื่อน 5555)

เอาล่ะค่ะ ตารางสำคัญของวันนี้ ตัดไหมในปากจร้าาา (ในคำว่าจร้าาามีน้ำตาซ่อนอยู่ ;-;)

แต่มีเวลาให้ทำใจ วันนี้มีนวดลดบวมครั้งที่สอง เราไปนวดกันก่อน ทำคล้ายๆครั้งที่แล้ว
แต่เครื่องนวดไม่เหมือนกัน ครั้งแรกนวดเย็น ครั้งนี้นวดอุ่นค่ะ


เอาล่ะค่ะะะ เวลาที่รอคอย... ได้เวลาตัดไหมแล้ว คุณพยาบาลเคยให้ทริคว่า ก่อนตัดไหมซักหนึ่งชั่วโมงให้กินไทลินอลมาก่อน นี่ก็กินมาพร้อมจ้า
ไปแอบรู้มาว่ามียาชาแบบพ่น เลยแง้บๆ ถามคุณพยาบาล คุณพยาบาลบอกว่า "พ่นให้ก็ได้นะ แต่มันให้ผลข้างนอกมากกว่า ลิ้นจะชา ขมคอด้วย เหมือนพ่นปลอบใจ" ชั้นเลยตัดสินใจไม่พ่นแล้วค่ะ ตัดๆไปเลย ฮ่าๆๆ


สงสัยจินตนาการไว้ว่าต้องเจ็บมาก พอตัดจริงๆล้วไม่ได้เจ็บเว่อร์เท่าไหร่ ฮ่าๆ

ถ้าให้เรียงลำดับความเจ็บจากน้อยไปมาก คือ ตัดไหมโหนกแก้ม -> หน้าจมูก -> ในปาก -> ในจมูก ตามนี้จ้า




อัพเดทหน้าวันที่ 15จ้า



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 26 ส.ค. 19, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
1เดือน
ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือน ก็ยังเหลือความบวมอยู่ ของเราคือกองลงคาง ฮ่าๆ แต่หน้าก็เข้าที่ขึ้น
ไม่รู้สึกว่าหน้าห้อยแล้วอ่ะ ก่อนนี้จะมองหน้าตัวเองแปลกมาก คิดว่าหน้าเหมือนกบ เชื่อแล้วว่าศัลยกรรมต้องรอเวลาค่ะทุกคน ตอนนี้หน้าดูธรรมชาติขึ้นเยอะ

ตอนนี้กลับมากรีดอายไลเนอร์ได้ละ เพราะก่อนหน้านี้ชั้นตายังไม่ค่อยเท่ากันทำให้กรีดยากมากกกกก เลยตัดใจไม่เขียนตามันซะเลย!


เริ่มฝึกอ้าปากตามที่รพ.เคยบอก กินได้ปกติ แต่ก็ยังไม่กล้าเสี่ยงกินของแข็งหรือเหนียวมาก (แต่ปกติก็ไม่ค่อยกินอาหารแบบนั้นอยู่แล้ว) เวลากินข้าวมันจะขัดใจเล็กน้อย เพราะอ้าปากได้ไม่สุด ก็ยังต้องสู้ต่อไป

◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦

2เดือน
เข้าเดือนที่2แบบงงๆ >ชั้นสวย ชั้นมั่น หั่นผมให้สั้นเข้าไปอีกกกก

ยังมีน้ำมูกซึมๆ แต่ไม่ต้องเช็ดตลอดเวลาแล้ว
รู้สึกว่าถ่ายรูปง่ายขึ้น แต่เวลายิ้มยิงฟันแล้วปลายจมูกมันจะยาวๆหน่อย ก็เลี่ยงไปโพสท่าอื่นก่อนนะคะ! จมูกยังแข็งๆอยู่จ้า คือปลายจมูกน้องมิขยับเลยตอนนี้ ชั้นตาก็ลดบวมลงตามลำดับ ตอนนี้คือคิดว่าโอเคเลย ไม่อยากให้ลดลงกว่านี้แล้ว ตอนนี้กรีดอายไลน์เนอร์ง่ายมากกกกกก
ส่วนเรื่องฝึกอ้าปากนั้น~~~โอ๊ยแก ไม่ค่อยทำ ฮือออออ ตอนนี้ก็ลองใส่นิ้ว(แนวตั้ง)ได้ประมานสองนิ้วบวกอีกนิดๆ

◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦◦

3เดือน

เดือนที่สาม เข้าไปเช็คกับคุณหมอมาค่าาา
คุณหมอโอบอกว่าไลน์คางจะสลิมขึ้นกว่านี้อีก!! (เย่~~~) ส่วนเนื้อที่เหนียงน้านนนนน ให้รอดูไปก่อน มาลุ้นกันค่ะว่าก้อนบวมนี้จะยุบไปเองหรือต้องเลเซอร์ดูดไขมันออก คุณหมอแอบบอกให้ลดน้ำหนักด้วย เพราะน้ำหนักลด = ก้อนบวมลด .... ฮือออ อันนี้ยาก

ต่อไปเป็นตากับจมูก คุณหมอบอกว่าปรับกล้ามเนื้อตาผลออกมาโอเคเลยค่ะ ส่วนตัวนี่ก็ปลื้มกับตามากๆๆเหมือนกัน
ส่วนจมูกนี่ คงต้องรอให้เข้าที่กว่านี้หน่อย อะรอกันต่อไปจ้า

ตอนนี้น้ำมูกแทบจะไม่ซึมแล้วค่ะ อาการจี้ดๆปลายจมูกก็ไม่มีละ เมื่อก่อนในปากจะรู้สึกตึงมาก เหมือนข้างในโพรงปากเนื้อจะแน่นๆ แต่อยู่ๆตอนนี้ความแน่นนั้นก็หายไป หายไปแบบไม่รู้ตัว! อ้าวตอนนี้ไม่ตึงเฉยเลย!
แถมๆๆ ตอนนี้อ้าปากใส่ได้สามนิ้วแนวตั้งแล้วจร้าาาา




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ศัลยกรรมเกาหลี  บาโนบากิ  Banobagi  ศัลยกรรมโครงหน้า  ศัลยกรรมจมูก  ศัลยกรรมตา 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม