หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นางศรุตา รามโคตร  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 เม.ย. 19, 20:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ชื่อเรื่อง         รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
         และวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำรงชีวิตในสังคม 
                           หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้ศึกษาค้นคว้า   นางศรุตา  รามโคตร   ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการ
สังกัด         โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ เทศบาลนครอุดรธานี
ปีที่พิมพ์         2562

บทคัดย่อ

   การจัดการเรียนรู้นับว่าเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับครูผู้สอน ซึ่งจะสำเร็จและบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ครูผู้สอนต้องค้นหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงกิจกรรม  การเรียนรู้ให้บรรลุสู่คุณภาพของผู้เรียนที่สูงขึ้น การจัดทำเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระ             การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา    และวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำรงชีวิตในสังคม  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  จึงเป็นเครื่องมือ             ในการค้นคว้าหาคำตอบในการพัฒนาการเรียนการสอนได้ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์                     เพื่อ  1) พัฒนาเอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม                           สาระ ที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำรงชีวิตในสังคม  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคม                   และวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80                       2) หาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  และ  4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3                     โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์ ที่กำลังเรียนในปีการศึกษา 2561 จำนวน 90 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 7 รถไฟสงเคราะห์            ที่กำลังเรียนในปีการศึกษา 2561 ที่เรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวน 30 คน            ซึ่งได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้                     มี 3 ชนิด ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน จำนวน 6 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเกี่ยวกับเอกสารประกอบการเรียน จำนวน 33 ข้อ สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ            ค่า t-test (Dependent samples)
   ผลการศึกษาพบว่า
   1.  เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ E1 / E2 เท่ากับ 86.03 / 85.22  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80 / 80
   2.  ค่าดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  เท่ากับ 0.6667  หมายความว่า เมื่อผู้เรียน              ได้เรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วผู้เรียน มีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 66.67
   3.  ผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน         โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน  หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้ง 6 เล่มโดยรวม พบว่า คะแนนค่าเฉลี่ยหลังเรียน ( = 25.57) สูงกว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนเรียน ( =16.70) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05  แสดงให้เห็นว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม ทั้ง 6 เล่มโดยรวมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียน สูงขึ้นจริง
   4.  ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 สังคมและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.45) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการใช้ภาษา ด้านรูปภาพ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.55  และ 4.54 ตามลำดับ) สำหรับ ด้านลักษณะรูปเล่ม ด้านคุณค่าและประโยชน์ที่จะได้รับ ด้านการพิมพ์ และด้านเนื้อเรื่อง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.46, 4.44, 4.40 และ 4.35 ตามลำดับ)
   ผลจากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้อย่างมีระบบ        เป็นขั้นตอน และเมื่อได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์แล้ว จะทำให้ครูผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนองตอบความต้องการ     ของผู้เรียนและบรรลุตามความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาของชาติในที่สุด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม