หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำเกษตรถ้าดินดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง  (อ่าน 1 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 เม.ย. 19, 16:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พี่น้องเกษตรกรหลายคนพยายามศึกษาหาวิธี เพื่อที่จะให้สวนเกษตรของตนเองนั้นประสบความสำเร็จ ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และอยู่รอดปลอดภัยในระยะยาว จนถึงขั้นไปศึกษาดูงานตามสวนหรือไร่ที่มีชื่อเสียง แต่แล้วก็มักจะทำให้ไขว้เขว เนื่องจากส่วนใหญ่ที่ไปดูมานั้น มักจะใช้วิธีการดูแลแก้ไขปัญหาในรูปแบบที่เน้นความสะดวก สบาย ง่ายๆ เสียเป็นส่วนมาก คือเมื่อเกิดปัญหาโรค แมลง รา ไร ระบาด ก็ไปหยิบยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ นำมาฉีดพ่นโดยไม่ได้เตรียมการวางแผนอะไรมาตั้งแต่เนิ่นๆ เลย จึงทำให้บางครั้งถ้าโรค แมลง มีการดื้อยา ก็เกิดความเสียหายจนเอาไม่อยู่

ในความเป็นจริงการปลูกพืชผักให้เจริญงอกงามและได้ผลดี หัวใจสำคัญคือการเตรียมสภาพดินให้พร้อม ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อพืชจะได้ดูดซับธาตุอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ขั้นตอนของการเตรียมดินจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องเรียนรู้ศึกษา เกษตรกรส่วนใหญ่มักจะใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูกพืชเพียงอย่างเดียว เพราะใช้สะดวก ง่าย และเห็นผลเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

การใส่ปุ๋ยให้สารบำรุงดินตลอดเวลา หารู้ไม่ว่านั่นคือการทำลายดินโดยไม่รู้ตัว เพราะปุ๋ยหรือสารบำรุงที่ใช้เป็นสารเคมีฉีดบำรุงต้น-บำรุงใบ-ทางดินและการใช้สารเคมีกำจัดหญ้าหรือวัชพืช เป็นสาเหตุทำให้ดินสะสมสารพิษ เสื่อมโทรม แน่นแข็ง ค่าความเป็นกรด-ด่างจัด ดินก็บล็อกปุ๋ย (พืชไม่กินปุ๋ย) เมื่อดินแน่นแข็งรากพืชก็ไม่สามารถแพร่กระจายหาปุ๋ยหรือธาตุอาหารต่าง ๆ ได้ ยิ่งดินบล็อกปุ๋ยหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “พืชไม่กินปุ๋ย” เกษตรกรก็ยิ่งเพิ่มจำนวนปุ๋ยมากขึ้นเรื่อย ๆ และฉีดฮอร์โมนมากขึ้นตามลำดับ ทำให้ต้นทุนยิ่งสูงขึ้น กำไรที่ได้มาเมื่อหักลบกลบหนี้แล้วจะเหลือไม่เท่าไหร่เมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งสมัยก่อนนั้นดินจะมีสภาพที่ดี ร่วนซุย ธาตุอาหารหลักอาหารรองและธาตุเสริมมีอย่างมากมายในดิน จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับดินนั้นมีอยู่เยอะ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ดีมาก เปรียบเสมือนกับดินในป่าที่เพิ่งบุกเบิกใหม่เพาะปลูกอะไรก็งอกงามผลผลิตสูง กำไรก็สูงตามไปด้วย

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ จึงขอแนะนำวิธีการปรับปรุงบำรุงดินแบบไม่ยุ่งยาก อันดับแรกคือให้เกษตรกรตรวจเช็คดินให้พร้อมต่อการเพาะปลูกแบบง่าย ๆ โดยการตรวจวัดค่า PH ของดินให้อยู่ที่ 5.3-6.8 (เป็นกรดอ่อนๆ) เมื่อตรวจแล้วค่า PH มากกว่าหรือน้อยกว่า 5.8-6.3 ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงบำรุงดิน พูมิช-ซัลเฟอร์ หว่าน 1-2 กระสอบ/ไร่ เพราะ พูมิช-ซัลเฟอร์ มีคุณสมบัติปรับปรุงบำรุงดินให้โปร่งร่วนซุย และช่วยปรับค่า PH ของดินให้มาอยู่ที่มาตรฐาน 5.8-6.3 ได้ และให้ธาตุอาหารครบครัน แต่ประโยชน์หลักๆ ของ พูมิช-ซัลเฟอร์ นั้นคือ ซิลิก้าหรือซิลิคอน ที่มีอยู่มากมาย ทำให้ต้นพืชมีความแข็งแกร่ง แข็งแรง ต้านทานโรคหรือแมลงศัตรูพืชได้ สร้างผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ต้นทุนลดลง พร้อมคืนความสมบูรณ์ลงสู่ดิน ให้ลูกหลานสามารถทำเกษตรได้อย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่อง “ดิน” เพราะดินที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงที่ 02 986 1680 - 2

สนับสนุนบทความโดย นายมนตรี บุญจรัส

กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ทำเกษตรถ้าดินดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม