หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำยังไงดี? เมื่อลูกๆ ต้องเผชิญหมอกฝุ่นหนาเตอะ แม่ๆสายสตรองต้องอ่านจ้า  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ก.พ. 19, 23:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
มาอีกแล้วหนึ่งความท้าทายอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ คงหนีไม่พ้นสถานการณ์ล่าสุด ที่ฝุ่น PM 2.5 ทำใจแม่ๆหลายคนตุ้มๆต่อมๆ รวมถึงแม่มือใหม่อย่างเราด้วยค่ะ ตอนนี้สถานการณ์ฝุ่นเหมือนจะดีขึ้น แต่ไว้ใจไม่ได้ กลัวมันจะกลับมา แม่ๆ อย่างเรา ต้องเตรียมรับมือเพื่อปกป้องลูกน้อยกันนะคะ เพราะว่าฝุ่นนี้มันร้ายนักทั้งทำลายสุขภาพปอด ระบบทางเดินหายใจ อย่าว่าแต่ฝุ่นเลยค่ะ แค่อากาศเปลี่ยนนิด เปลี่ยนหน่อย เอาละ เตรียมลางานพาลูกไปหาหมอได้เลย ก็ข้าวปลาไม่ค่อยอยากจะกิน ผัก ผลไม้ไม่ต้องพูดถึง จะเอาภูมิต้านทานอะไรไปต่อสู้อะไรกับเค้าได้ ยิ่งมาเจอสภาพอากาศแบบนี้ นิ่งนอนใจไม่ได้จริงๆ นอกจากหน้ากากที่ดั้นด้นควานหาซื้อมาให้ใส่ป้องกันกันแล้ว เรายังหาข้อมูลมาอีกเยอะมาก จนมั่นใจแล้วว่าเอาอยู่ ถือว่าประคับประคองสุขภาพเจ้าตัวน้อยได้ดี เลยขอมาแชร์สักนิดน้า

1. ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอยู่เสมอ
www.anamai.moph.go.th
เว็บนี้เลยจ้า ที่เค้าจะรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยกรมควบคุมมลพิษ เพื่อจะได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะฝุ่นละอองเจ้ากรรมในกรุงเทพฯ ที่เรากำลังหายใจเข้าไป ไม่ยอมลอยตัวขึ้นสู่บรรยากาศ ด้วยสภาพอากาศแบบนี้ ต้องคอยเฝ้าระวังกันเน้อ ซึ่งฝุ่นที่เล็กมากๆๆๆๆจนมองไม่เห็นเกาะตัวเป็นแพร่วมกับกลุ่มหมอก กลายเป็นหมอกที่มีสีน้ำตาลจาง ๆพอฝุ่นและหมอกรวมกัน เลยทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากๆค่ะ และก็อันตรายต่อปอดไม่น้อยเลยทีเดียว จะออกไปไหนก็เข้าไปเช็คในเว็บกรมควบคุมมลพิษกันก่อนนะจ้า

2. รักษาความสะอาดให้ลูกอยู่เสมอ
ทุกวันหลังกลับจาก รร. เราจะให้ลูกล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ยี่ห้อKlean&Klear โดยนำน้ำเกลือใส่ถ้วยสะอาดที่เตรียมไว้ใช้กระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือจนเต็มฉีดน้ำเกลือใส่เข้าไปในจมูกของลูก ล้างจมูกสลับกันไปมาทั้งสองข้าง จนไม่มีน้ำมูกเป็นอันว่าเรียบร้อย หลังจากใช้แล้วล้างให้สะอาดและตากให้แห้งก่อนใช้ครั้งต่อไปด้วยนะคะ



พกติดตัวกันตลอดนั้นคือ เจลล้างมือ ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนมือ แถมยังลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.99%เลยทีเดียว(ตามคำเคลม)โดยไม่ต้องใช้น้ำเลยด้วย ให้มือลูกน้อยสะอาด นุ่มไม่เหนียวเหนอะหนะ ปกป้องมั่นใจ ทุกที่ ทุกเวลาค่ะ เพื่อลดสิ่งสกปรกและคราบฝุ่นที่ตกค้าง



สำหรับตอนอาบน้ำ เรากับลูกใช้สบู่เดทตอล ดีพคลีนส์ ที่มีส่วนประกอบสำคัญๆ คือ ไตรโคลคาร์บาน (Triclocarban) ที่เป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา และในส่วนของสครับ ก็มีส่วนผสมของเมล็ดแอปริคอตจริงๆ ใช้ฟอกได้ทั้งหน้าและตัวค่ะ



3. ให้ลูกทานอาหารเสริม เสริมสร้างภูมิต้านทาน
ทำอาหารอร่อยแค่ไหน ลูกก็ยังกินยาก แถมเลือกกินอยู่ดี แต่ลูกอม ขนมขบเคี๊ยว นี่ชอบนัก เมื่อเดือนก่อนนั่งเม้ามอยด์ปัญหานี้กับแม่ๆ ตอนไปรอรับลูก เค้าแนะนำให้กินวิตามินเสริม Koala C ของ Blackmores (ฝาม่วง ฉลากส้ม) 1 เม็ด ตัวนี้ไม่ได้มีแค่วิตามิน C นะ แต่มีวิตามิน A, D, E แล้วก็ zinc ด้วย จากที่ลองไปหาข้อมูลดู วิตามินแต่ละตัวช่วยเสริมเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน และลดโอกาสการรับเชื้อโรค ช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานไปสู้กับฝุ่นที่อาจจะเข้ามาทำให้เกิดอาการภูมิแพ้กับลูกที่กินอาหารยากและป่วยบ่อยได้

และอีกตัว คือ Koala Friuty Multi (ฝาม่วง ฉลากม่วง) 2 เม็ด ตัวนี้มีวิตามินหลากหลาย มีข้อมูลว่าเด็กไทยขาดสารอาหารเยอะ ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางร่างกายและสมอง

เด็กๆชอบค่ะ เพราะเป็นเม็ดแบบเคี๊ยว รสชาติอร่อย หมดห่วงเรื่องฟันผุได้ เพราะไม่มีน้ำตาล

และที่สำคัญจะย้ำลูกให้ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 6 – 8 แก้วต่อวันด้วยค่ะ



4. เรื่องการดูแลให้ลูกๆ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคาร เลยขอมาแนะนำกิจกรรมสนุกๆ ที่ทำได้ในบ้านช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมต่างๆในบ้านล่าสุดที่เล่นกันมา
-คือการซ่อนหาของ แล้วสลับกันหาค่ะ เพราะเกมส์นี้จะทำให้ลูกได้ใช้ความคิด และได้ออกกำลังกายไปด้วย ถือเป็นเกมส์ที่ทำให้ได้พัฒนาสมองและสนุกมาก ๆ เลยค่ะ
-การร้องเพลง การเปิดเพลงเต้นรำกับลูกด้วยกัน ก็ถือเป็นกิจกรรมรีแลคไม่น้อยในระหว่างอยู่ในบ้าน เลือกเปิดเพลงที่ลูกชอบแล้วครีเอทท่าเต้นกันเต็มที่ อาจจะถ่ายวิดีโอเก็บไว้ดูเล่นด้วยค่ะ
-บางวันก็ชวนกันทำความสะอาดบ้าน กวาดขยะ ถูพื้น ล้างจาน เก็บของเล่นเข้าที่ เป็นการฝึกลูกน้อยให้รู้จักทำงานบ้านที่แฝงการเล่นด้วยกันกับแม่เบาๆค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอทิ้งท้ายการมีส่วนร่วมง่าย ๆ ที่พวกเราพอจะช่วยให้หมอกฝุ่นมันเจือจางลง และไม่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกในอนาคตข้างหน้า นอกจากรอคอยช่วงฤดูฝน มาช่วยทำให้หมอกฝุ่นหายไป

นั่นก็คือ งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิด PM 2.5 ค่ะ เช่น ไม่ติดเครื่องยนต์เป็นเวลานานในบริเวณบ้าน และหันมาปลูกต้นไม้กลุ่มลดสารพิษ เช่น ลิ้นมังกร เยอบีร่า จั๋ง บอสตันเฟิร์น เดหลี ปาล์มไผ่ เพราะ“ต้นไม้” คือวิธีที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดในการลดปัญหาฝุ่นควัน ถ้ามีพื้นที่สีเขียว สถานการณ์มลพิษในอากาศคงไม่แย่ขนาดนี้ เพราะการปลูกต้นไม้สามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเวลากลางวันได้ และต้นไม้ยังสามารถดูดซับก๊าซอันตรายอย่างซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์อีกด้วย

นี่เราก็ยังคุยๆ กับสามีอยู่ว่า วันหยุดเสาร์ทิตย์นี้ จะไปหาซื้อต้นไม้มาปลูกกันซะหน่อย ถือโอกาสเป็นกิจกรรมในครอบครัว ไปซะเลย แถมได้สวนเล็กๆ ไว้ได้เชยชมไปอีก ^^
เราเลย search ภาพตัวอย่างต้นไม้จาก google มาเผื่อเพื่อนๆ ด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม