Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

กระทู้นี้อยู่ในคลังกระทู้ คุณไม่สามารถโพสต์หรือแก้ไขข้อความใดๆ ได้
สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ไร้สังกัด  > การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E)
ผู้ดูแล: withyaw
พิมพ์
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E)  (อ่าน 4 ครั้ง)
Guest
นายอมร ทองมูล
 

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E)

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 18 ก.พ. 19, 16:12 น

บทคัดย่อ
เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้รายงาน นายอมร ทองมูล
ปีการศึกษา 2560
การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว สังกัดสานักการศึกษา เทศบาลนครอุบลราชธานี ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560จานวน 34 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จานวน 13 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 13 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 40 ข้อ มีค่าอานาจจาแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.46 – 0.86 และค่าความยากง่าย (p) อยู่ระหว่าง 0.38 – 0.74 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จานวน 12 ข้อ ค่าอานาจจาแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.43 – 0.94 ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ ค่า t (t-test Dependent) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูป
ผลการศึกษา พบว่า
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้รายงานสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 84.00/86.50 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เป็นไปตามสมมติฐาน ข้อที่ 2
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่ม
สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเท่ากับ 0.6959 หมายถึง นักเรียนมี
ความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.59 เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3
4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหา
ความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการเรียน
ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.62, S.D. = 0.68) เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 4
กิตติกรรมประกาศ
รายงานฉบับนี้สาเร็จได้ด้วยความอนุเคราะห์ของบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ซึ่งไม่อาจนามากล่าวได้ทั้งหมด ผู้รายงานขอกราบขอบพระคุณ ดร.กรศิริ มิ่งไชย ดร.ศศิกาญจณ์ โพธิ์ลังกา นางอัญชนี ศรีรักษา นางนิพัธธา มณีวรรณ และนางกุสุมา ดอกไม้ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่กรุณาให้คาแนะนาเกี่ยวกับการจัดทาเครื่องมือในการทดลอง และการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้
นางสาววิไลวรรณ ทองมูล ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลบูรพาอุบล และนางเกษศิรินทร์ ทองมูล ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการ โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว ช่วยเหลือด้านการพิมพ์ พิสูจน์อักษร และการจัดรูปเล่มให้มีความสมบูรณ์
ขอขอบพระคุณผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนที่มีส่วนช่วยทาให้การศึกษาค้นคว้า จัดทารายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาเร็จลุล่วงด้วยดี
ขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดา และครูอาจารย์ที่ได้ให้ทุนความรู้จนทาให้รายงาน การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในครั้งนี้ประสบความสาเร็จด้วยดี
นายอมร ทองมูล
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาล 2 หนองบัว

 
add
Re : การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ (5E)
        ความคิดเห็นที่ #1: 19 มี.ค. 19, 22:06 น

ชื่อเรื่อง      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
             ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6      
ผู้วิจัย      นายกิตติกร   เชื้อชะเอม
ปีที่ทำการวิจัย   ปีการศึกษา  2560
บทคัดย่อ

   การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อทดลองรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหา         อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ปีการศึกษา 2560  จำนวน 30 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยวิธีจับสลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย  คู่มือรูปแบบการจัดการเรียนรู้  แผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และแบบประเมินความพึงพอใจ        ของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t - test  dependent samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา 
   ผลการวิจัยพบว่า
   1. ผลศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทำให้ได้องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ  คือ 1) หลักการ  2) วัตถุประสงค์  3) กระบวนการจัดการเรียนรู้  4) เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้  และ 5) การวัดและประเมินผล กระบวนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นรับรู้ปัญหา (Perceive Problem)  2) ขั้นระดมความคิด (Brainstorming)  3) ขั้นวางแผน (Plan a Solution)  4) ขั้นปฏิบัติ (Action)  และ 5) ขั้นสรุปและกรองความคิด (Summary and Filtering Ideas) 
   2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อันประกอบไปด้วยองค์ประกอบ  หลักการ  วัตถุประสงค์  กระบวนการจัดการเรียนรู้  เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้  การวัดและประเมินผล  มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนคือ 1) ขั้นรับรู้ปัญหา (Perceive Problem) 2) ขั้นระดมความคิด (Brainstorming)  3) ขั้นวางแผน (Plan a Solution)  4) ขั้นปฏิบัติ (Action) 
5) ขั้นสรุปและกรองความคิด (Summary and Filtering Ideas) มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.06/80.89  เมื่อเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ปรากฏว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
     3. ผลการทดลองรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ  ทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์สูงกว่าก่อนเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
   4. ผลศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก แปลความหมายได้ว่านักเรียน   มีความพึงพอใจมากต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหา    อย่างสร้างสรรค์  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

Tags:  เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ 

พิมพ์
หน้า: 1
  ย้ายข้อความ  |  ลบกระทู้  |  ล็อกกระทู้  |  ติดหมุดให้กระทู้นี้อยู่ด้านบน  |  รวมกระทู้  
  ย้ายข้อความ  |  ลบกระทู้  |  ล็อกกระทู้  |  ติดหมุดให้กระทู้นี้อยู่ด้านบน  |  รวมกระทู้  |  ลบสำรวจความคิดเห็น (โพลล์)  |  ลิ้งค์ไปยังปฏิทิน  |  ลบความคิดเห็นที่เลือก  
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้