หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เผยแพร่ผลงานวิชาการ  (อ่าน 7 ครั้ง)
Guest
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ก.พ. 19, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ชื่อเรื่อง         
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD  เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย         
นางนันท์นภัส  กุลสุข
ปีการศึกษา       
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560
สถานศึกษา      
โรงเรียนนาคำวิทยา ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี

บทคัดย่อ

   การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD
เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้
มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์
มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้  คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 40 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนนาคำวิทยา ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) รูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบการวิจัยแบบทำการทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest - Posttest Design) ระยะเวลาในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด วิชาการงานอาชีพ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.32-0.78 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.24- 0.95 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.81 2) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยาย
พันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.42 – 0.86 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และทดสอบสมมติฐานโดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples)
   ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
      1. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 83.86/82.75
ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
      2. เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.59  แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 59
      3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
      4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีผลต่อการเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการขยายพันธุ์มะนาวโดยวิธีการเสียบยอด โดยรวม
อยู่ในระดับมากที่สุด  (  = 4.58, S.D. = 0.69)  ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ
ด้านที่ 3 เอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD ทำให้เกิดทักษะในการปฏิบัติกิจกรรม
อยู่ในระดับมากที่สุด  (  = 4.78, S.D. = 0.81) รองลงมาคือ ด้านที่ 2 การเรียนด้วยเอกสารประกอบการเรียนโดยใช้เทคนิค STAD ทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด
(  = 4.73, S.D. = 0.51) รองลงมาคือ ด้านที่ 11 นักเรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้ด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด  (  = 4.65, S.D. = 0.62) และด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านที่ 8 กิจกรรมในชุดฝึกปฏิบัติโดยใช้เทคนิค STAD เหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก (  = 4.25, S.D. = 0.78)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม