หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วช.-กองทัพบก เตรียมมอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทยอยู่ดีกินดีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม  (อ่าน 9 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ธ.ค. 18, 21:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยฐานความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งหวังให้ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การดำเนินงานทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาคประชาชนและความเข้มแข็งของชุมชน โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างให้เกิดพลังชุมชน สู่การอยู่ดีกินดี มีอาชีพ มีรายได้และมีความพอเพียง เป็นฐานพลังที่จะสร้างความยั่งยืนโดยการใช้องค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเป็นต้นทุนทางเทคโนโลยีที่จะสร้างมูลค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการให้ประชาชนและชุมชนมีรายได้สูงขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างพอเพียงและพอดีกับความต้องการภาคประชาชนในแต่ละชุมชนอย่างเข้มแข็งได้ต่อไป

ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยและการบริหารจัดการผลงานวิจัย ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการในภาพรวมของการขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในมิติการพัฒนาเชิงพื้นที่ วช. จึงได้พิจารณาองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุนและมีความพร้อมต่อการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการส่งเสริม การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม โดยการน้อมนำแนวทางพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชาตามนโยบายรัฐ เป็นแนวทางในการบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกองทัพบก ในฐานะหน่วยงานประสานงานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีศูนย์การเรียนรู้ฯครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความสุข โดยการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่โดยรอบศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่มีอยู่ใน 4 ภูมิภาค

ดังนั้นเพื่อให้เกิดการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนโดยรอบ ในความดูแลของศูนย์ฯ เพื่อแก้ไขปัญหาพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมกองทัพบก จึงได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกับการใช้องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ในระดับชุมชนและพื้นที่ โดยกองทัพบกในฐานะหน่วยงานประสานศูนย์การเรียนรู้ฯ และวช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการวิจัย และบริหารจัดการผลงานวิจัย ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างกองทัพบก และ วช. : พอเพียงเพิ่มพลังชุมชน มั่นคงด้วยวิจัยและนวัตกรรม (ขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม สู่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง) ได้จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือโดยมี พลเอกธีรวัฒน์ บุญยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ร่วมลงนาม ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ได้มีการนำผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมาจัดแสดงนิทรรศการ อาทิ การจัดการองค์ความรู้งานวิจัยนมแพะครบวงจร เพื่อการใช้ประโยชน์ในชุมชน และสังคมตามแนวพระราชดำริของชุมชนอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี การยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแห้งของไทยและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริก และการจัดการความรู้การผลิตแป้งกล้วยและผลิตภัณฑ์จากกล้วยและแป้งกล้วย และโครงการเส้นใยป่านศรนารายณ์ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น โดยแต่ละตัวอย่างผลงานวิจัย ทาง วช.ได้เข้ามาขับเคลื่อนและสนับสนุนทั้งในแง่ของงบประมาณ ความรู้ รวมทั้งการลงไปยังพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่เข้าไปพัฒนาหรือนำมาคิดค้นใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะเข้าไปเติมเต็มศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทุกภูมิภาคด้วยความครอบคลุม อันจะนำมาสู่การพัฒนาที่ฐานราก เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างพอเพียง

ผศ.ดร.วราภา มหากาญจนกุล หัวหน้าโครงการการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแห้งของไทย กล่าวว่า แต่เดิมพริกไทยมักประสบปัญหาเรื่องของเชื้อรา แต่เมื่อเรานำพริก อาทิ พริกชี้ฟ้าเข้าสู่กระบวนการล้าง อบแห้ง สามารถคงสภาพพริกให้มีอายุการใช้งานได้มากขึ้น ที่สำคัญนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะ น้ำพริก ปัจจุบันความรู้ดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดในหลากหลายชุมชนทั้งจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ตลอดจนเตรียมพร้อมสู่การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย พริกถือเป็นหนึ่งเครื่องปรุงที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างกว้างขวาง โดยงานวิจัยนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี

ดร.เกษม มานะรุ่งวิทย์ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร เจ้าของโครงการเส้นใยป่านศรนารายณ์ในเชิงพาณิชย์ กล่าวว่า ชิ้นงานวิจัยชิ้นนี้เป็นกระบวนการปรับเส้นใยให้มีความนุ่มจากเยื้อจากธรรมชาติของป่านศรนารายณ์จนกลายเป็นสินค้า อาทิ เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า หมวกและเข็มขัด โดยระยะแรกพบว่าชาวบ้านใช้สารเคมี แต่พอเราเข้าไปถ่ายทอดการย้อมสีจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น คราม ทำให้สินค้าดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น ปัจจุบันมีการพรีออเดอร์เข้ามาจากหลากหลายกลุ่มลูกค้า หนึ่งต้นแบบงานจักรสานที่ใช้ภูมิปัญญามาเพิ่มมูลค่าและก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ด้วยงานฝีมือ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม