หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดร.โสภณพูดชัดๆ เรื่องฟองสบู่อสังหาฯ  (อ่าน 7 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 ธ.ค. 18, 17:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

บางท่านบอกว่ายังไม่มีฟองสบู่ ทั้งที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเปิดโครงการกันสนั่นโครมคราม ไม่รู้ว่าพวกเขาตาบอด ขาดข้อมูล หูหนวก ขาดความรู้ หรือเป็นใบ้เพราะถูกสั่งไม่ให้พูดความจริง! เราต้องพูดความจริงเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ทั้งนักพัฒนาที่ดิน สถาบันการเงิน ผู้บริโภค และส่วนราชการ

ดูวิดิโอ Youtube: https://www.youtube.com/watch?v=lR202LQ1Dow


fb Live: https://www.facebook.com/dr.sopon4/videos/2181456055442544/
[imghttps://areaonlineblog.files.wordpress.com/2018/12/image1.jpg][/img]
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) แถลงชัดเจนว่า ณ ปี 2561 จะมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ถึง 410 โครงการ หรือเท่าๆ กับปี 2560 แต่มีจำนวนหน่วยมากกว่าคือจะเปิด 121,974 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญที่สุดก็คือ มูลค่าการพัฒนาในปี 2561 น่าจะสูงถึง 524,760 ล้านบาท หรือสูงกว่าปีที่แล้วถึง 19% ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาที่มีมูลค่าสูงสุดตั้งแต่ตั้งศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย มาสำรวจเมื่อ 24 ปีก่อน (ตั้งแต่การสำรวจครั้งแรกในปี พ.ศ.2537) ดังนั้นจึงถือเป็นการยืนยันได้ว่าได้เกิดฟองสบู่ขึ้นแล้วในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าฟองสบู่แตก เพิ่งเกิดขึ้นเท่านั้น จึงยังไม่แตก (https://bit.ly/2ztiTnA)

ปกติฟองสบู่จะแตกก็ต่อเมื่อมีผ่านการสะสมฟองสบู่มาระยะหนึ่ง เช่น ปี 2561 เกิดฟองสบู่ และอาจเกิดต่อเนื่องในปี 2562 และ 2663 ดังนั้นในปี 2564 น่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตกเพราะการสะสมของสินค้าที่ล้นเกิน อย่างไรก็ตามในปี 2560 สินค้าที่อยู่อาศัยได้รับการซื้อโดยชาวต่างชาติประมาณ 20% โดยส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (https://goo.gl/fpbv6m) หากเกิดสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา อาจทำให้นักซื้ออสังหาริมทรัพย์จากจีนหดหายลงก็เป็นไปได้ ถ้าเศรษฐกิจปี 2562 ไม่ดี ปริมาณการเก็งกำไรของนักลงทุนภายในประเทศเองอีกราว 15% (https://bit.ly/2PlfwVR) ก็อาจหดหายไปอีก ดังนั้นอุปทานที่เกิดขึ้นมามากมายในปี 2561 ก็อาจ "สะดุดขาตัวเองหกล้ม" ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นเล็กๆ ก็อาจแตกเร็วกว่าที่คิด

ความเปราะบางของตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็คือ บ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาทในตลาดมีเพียง 21% หรือราว 25,615 หน่วย แต่มีมูลค่ารวมกันเพียง 8% ของทั้งหมด คือมีค่าราว 41,981 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 1.639 ล้านบาท ในขณะที่บ้านราคาแพง คือราคาตั้งแต่ 5 ล้านขึ้นไป แม้มีจำนวนรวมกันเพียง 23% ของทั้งตลาด หรือ 28,054 หน่วย ซึ่งมากกว่าบ้านราคา (ค่อนข้าง) ถูก (ต่ำกว่า 2 ล้านบาท) แต่มีมูลค่ารวมกันถึง 50% ของทั้งตลาด คือ 262,380 ล้านบาท หรือมีมูลค่ามากกว่าบ้านราคา (ค่อนข้าง) ถูกถึงราว 5 เท่าตัว ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีในปีหน้า แล้วคนที่ซื้อบ้านราคาสูงเกิดทิ้งดาวน์ขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก สถาบันการเงินที่อำนวยสินเชื่อให้กับโครงการาคาสูงๆ ก็จะมีความเสี่ยงตามไปด้วย

ภาพฟองสบู่เห็นชัดเจนแบบนี้ กลับหูหนวกตาบอดมองอะไรไม่เห็น พูดอะไรไม่ได้ หรือมีอะไรอุดปากไว้ ทำให้น้ำท่วมปาก เราควรเห็นแก่ประโยชน์สุขของประชาชนผู้ซื้อบ้านส่วนรวม ไม่ใช่เห็นแก่ใครบางคน ประเทศชาติไม่ใช่https://bit.ly/2ATcqCqของใคร แต่เป็นของประชาชน
ที่มา : https://bit.ly/2ATcqCq

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม