Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ชุมชนสนุก! > ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ > พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
หน้า: 1
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ  (อ่าน 39 ครั้ง)
add

พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ

 
        ผู้ตั้งกระทู้: 4 ธ.ค. 18, 11:04 น
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค.2521)

 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #1: 6 ธ.ค. 18, 09:41 น

. “...การทำบุญนั้น ได้ผลตั้งแต่แรกที่ทำบุญ ตั้งแต่วาระแรกที่ทำ มีความเบิกบานใจ เมื่อเห็นความเบิกบานใจในผู้อื่น เราก็มีความเบิกบานในเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อเราทำบุญเป็นนิสัยแล้วก็สบายมากในการทำ เพราะว่าทำดีเป็นนิสัยนั้น ทำได้ง่ายแล้วจิตใจก็ยิ่งเบิกบานมากขึ้นทุกที ....”
(พระราชดำรัส ในโอกาสที่คณะบุคคลต่าง ๆ และคณะลูกเสือชาวบ้านเข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินและสิ่งของ โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อพระราชทานในกิจการลูกเสือชาวบ้าน ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2520)

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #2: 11 ธ.ค. 18, 10:45 น

“…ขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งปณิธานร่วมกันด้วยว่า จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของชาติ ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และบทกฎหมายของบ้านเมือง ประกอบอาชีพด้วยความสุจริตขยันหมั่นเพียร ให้บังเกิดประโยชน์ในการที่จะช่วยสร้างตนเองและครอบครัวให้ผาสุกสมบูรณ์ ก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นมั่นคงในทางเศรษฐกิจของชาติ นำสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราสืบไป…”
พระกระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2500

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #3: 24 ธ.ค. 18, 11:23 น

ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันสูงสุด  ถือว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของคนไทยทุกคน เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีอยู่จนถึงลูกหลานเราถึงทุกวันนี้ พระองค์เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ พระองค์ทรงเป็นมหาราชปกครองแผ่นดินโดยธรรม  พระบารมีอันแผ่ไพศาล ย่อมบริบาลผู้ที่มีความจงรักภักดีตลอดไป  ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ตราบเท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #4: 8 ม.ค. 19, 16:45 น

● รู้จักประมาณตน...
'การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด
และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง
เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้
และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น' ●
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #5: 9 ม.ค. 19, 19:38 น

“คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดีทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดีจะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี”

– พระราชดำรัส รัชกาลที 9 พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2539

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #6: 11 ม.ค. 19, 11:29 น

การเรียนรู้มีอยู่ 3 ลักษณะ…

“ลักษณะของการศึกษาหรือการเรียนรู้นั้น มีอยู่สามลักษณะ ได้แก่ เรียนรู้ตามความรู้ ความคิด ของผู้อื่นอย่างหนึ่ง เรียนรู้ด้วยการขบคิดพิจารณาของตนเองให้เห็นเหตุผลอย่างหนึ่ง กับเรียนรู้จากการปฏิบัติฝึกฝนจนประจักษ์ผล และเกิดความคล่องแคล่วชำนาญอีกอย่างหนึ่ง การเรียนรู้ทั้งสามลักษณะนี้ จำเป็นจะต้องกระทำไปด้วยกัน ให้สอดคล้องแลอุดหนุนส่งเสริมกัน จึงจะช่วยให้เกิดความรู้จริง พร้อมทั้งความสามารถที่จะนำมาใช้ทำการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพได้ กล่าวคือ การเรียนรู้ทุกอย่างนั้น จะต้องเรียนตามความรู้ของผู้อื่นก่อนเป็นเบื้องต้น เมื่อรู้แล้วจึงนำมาพิจารณาให้เห็นแจ่มชัดละเอียดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ให้ถึงเนื้อหาสาระ อันจะอ้างอิงอาศัยเป็นหลักฐานได้ มิให้เป็นการเรียนรู้อย่างเลื่อนลอย แต่เมื่อถึงขั้นที่สองนี้แล้ว ก็ยังถือว่าจะนำมาใช้การได้ให้ได้ผลแน่นอนจริง ๆ ไม่ได้ ยังจำเป็นต้องนำความรู้นั้นมาปฏิบัติฝึกฝนอีกให้เกิดผลประจักษ์แจ้ง และเกิดความคล่องแคล่ว ชำนิชำนาญขึ้นพร้อมกันไปด้วย จึงจะนำไปใช้ปฏิบัติให้สำเร็จผลได้ไม่ขัดข้อง”

พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 25 มิถุนายน 2524

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #7: 11 ม.ค. 19, 12:44 น

เจริญขึ้น หรือเสื่อมลง ขึ้นอยู่การศึกษาของ ประชาชน…

”ประเทศชาติของเราจะเจริญหรือเสื่อมลงนั้นย่อมขึ้นอยู่กับการศึกษาของประชาชน แต่ละคนเป็นสำคัญ ผลการศึกษาอบรมในวันนี้จะเป็นเครื่องกำหนดของชาติในวันข้างหน้า ท่านทั้งหลายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อท่านออกไปเป็นครู ท่านต้องพยายามทำหน้าที่ของท่านให้สำเร็จโดยสมบูรณ์”

พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 2 ธันวาคม 2508

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #8: 16 ม.ค. 19, 19:27 น

● รู้จักประมาณตน...
'การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด
และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง
เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้
และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น' ●
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #9: 17 ม.ค. 19, 10:27 น

ศึกษาให้ตรงตามวัตถุประสงค์…

“การศึกษานั้น ไม่ว่าจะศึกษาเพื่อตนหรือจะให้แก่ผู้อื่น สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงจะได้ผลเป็นคุณเป็นประโยชน์ มิฉะนั้นจะต้องมีการผิดพลาดเสียหายเกิดขึ้น ทำให้เสียเวลาและเสียประโยชน์ไปเปล่า ๆ วัตถุประสงค์ของการศึกษานั้นคืออย่างไร กล่าวโดยความคิดรวบยอด ก็คือการทำให้บุคคลมีปัจจัยหรือมีอุปกรณ์สำหรับชีวิตอย่างครบถ้วน เพียงพอทั้งในส่วนวิชาความรู้ ส่วนความคิดวินิจฉัย ส่วนจิตใจและคุณธรรมความประพฤติ ส่วนความขยันอดทน และความสามารถในอันที่จะนำความรู้ความคิดไปใช้ปฏิบัติงานของตนเองให้ได้จริง ๆ เพื่อสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยความสุขความเจริญมั่นคง และสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมและบ้านเมืองได้ตามควรแก่ฐานะด้วย”

พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 23 มิถุนายน 2523

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #10: 21 ม.ค. 19, 10:43 น

การเอาชนะใจตน

“ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ”

พระราชดำรัสพระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศครั้งที่ ๑๒ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๓

 

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #11: 21 ม.ค. 19, 15:02 น

“ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไปด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังและความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ ผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๐

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #12: 22 ม.ค. 19, 08:10 น

 “...คำพูดดูจะไม่น่าจะทำให้เจ็บได้ แต่ก็เจ็บได้เหมือนกัน ฉะนั้นถ้าเราอยากที่จะทำให้คนเจ็บ เราก็พูดด่าเขาบ้าง หรือพูดอะไรที่ทำให้เขากระทบกระเทือน มันก็เจ็บเหมือนกันหมายความว่าคำพูดนี้มีพลัง พลังนี้ถ้าใช้เปะปะก็เป็นสิ่งที่เสียหายต่อผู้อื่นได้...”
     พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะกรรมการและสมาชิกของสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ณ ศาลาดุสิดาลัย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๕

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #13: 23 ม.ค. 19, 19:51 น

ความเพียร

"การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตามมิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุดคือความอดทนไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันควรทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีควรต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง"

พระบรมราชาโอวาท ร. 9 พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๖

Tags:
Guest
nutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #14: 28 ม.ค. 19, 08:31 น

● รู้จักประมาณตน...
'การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด
และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง
เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้
และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น' ●
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #15: 29 ม.ค. 19, 10:57 น

การเรียนรู้มีอยู่ 3 ลักษณะ…

“ลักษณะของการศึกษาหรือการเรียนรู้นั้น มีอยู่สามลักษณะ ได้แก่ เรียนรู้ตามความรู้ ความคิด ของผู้อื่นอย่างหนึ่ง เรียนรู้ด้วยการขบคิดพิจารณาของตนเองให้เห็นเหตุผลอย่างหนึ่ง กับเรียนรู้จากการปฏิบัติฝึกฝนจนประจักษ์ผล และเกิดความคล่องแคล่วชำนาญอีกอย่างหนึ่ง การเรียนรู้ทั้งสามลักษณะนี้ จำเป็นจะต้องกระทำไปด้วยกัน ให้สอดคล้องแลอุดหนุนส่งเสริมกัน จึงจะช่วยให้เกิดความรู้จริง พร้อมทั้งความสามารถที่จะนำมาใช้ทำการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพได้ กล่าวคือ การเรียนรู้ทุกอย่างนั้น จะต้องเรียนตามความรู้ของผู้อื่นก่อนเป็นเบื้องต้น เมื่อรู้แล้วจึงนำมาพิจารณาให้เห็นแจ่มชัดละเอียดลงไปอีกชั้นหนึ่ง ให้ถึงเนื้อหาสาระ อันจะอ้างอิงอาศัยเป็นหลักฐานได้ มิให้เป็นการเรียนรู้อย่างเลื่อนลอย แต่เมื่อถึงขั้นที่สองนี้แล้ว ก็ยังถือว่าจะนำมาใช้การได้ให้ได้ผลแน่นอนจริง ๆ ไม่ได้ ยังจำเป็นต้องนำความรู้นั้นมาปฏิบัติฝึกฝนอีกให้เกิดผลประจักษ์แจ้ง และเกิดความคล่องแคล่ว ชำนิชำนาญขึ้นพร้อมกันไปด้วย จึงจะนำไปใช้ปฏิบัติให้สำเร็จผลได้ไม่ขัดข้อง”

พระบรมราโชวาท รัชกาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 25 มิถุนายน 2524

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #16: 30 ม.ค. 19, 10:27 น

“ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก การคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล
เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์
การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญา คือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาด และอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น
ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน”

(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539)

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #17: 30 ม.ค. 19, 15:51 น

“ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้ จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้ แล้วการทำงานของท่าน ก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้นที่พูดกันว่า ให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรเราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน”

(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 8 กรกฎาคม 2519)

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #18: 1 ก.พ. 19, 10:07 น

 “...คำพูดดูจะไม่น่าจะทำให้เจ็บได้ แต่ก็เจ็บได้เหมือนกัน ฉะนั้นถ้าเราอยากที่จะทำให้คนเจ็บ เราก็พูดด่าเขาบ้าง หรือพูดอะไรที่ทำให้เขากระทบกระเทือน มันก็เจ็บเหมือนกันหมายความว่าคำพูดนี้มีพลัง พลังนี้ถ้าใช้เปะปะก็เป็นสิ่งที่เสียหายต่อผู้อื่นได้...”
     พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะกรรมการและสมาชิกของสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย ณ ศาลาดุสิดาลัย ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๕

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #19: 5 ก.พ. 19, 11:04 น

● รู้จักประมาณตน...
'การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเองมีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด
และควรจะทำงานด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้อง
เหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุดเต็มตามประสิทธิภาพ ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้
และเพิ่มพูนประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น' ●
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔

Tags:
Guest
ืnutum
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #20: 5 ก.พ. 19, 14:03 น

พระราชกรณียกิจ : ด้านการกีฬา
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในฐานะผู้แทนพระองค์และในส่วนของพระองค์เองนานัปการ เช่น การพระราชทานไฟพระฤกษ์ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักกีฬาไทยผู้นำความสำเร็จนำเกียรติยศมาสู่ประเทศ ชาติ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม รับพระราชทานพร และทรงแสดงความชื่นชมยินดี ซึ่งนักกีฬาของไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความปลาบปลื้มในสิริมงคลและมีขวัญกำลังใจที่จะนำความสำเร็จและนำเกียรติยศ มาสู่ตนเอง สู่วงศ์ตระกูล และประเทศชาติต่อไป และเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2541 ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงประกอบพิธีเปิดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ทำให้นักกีฬามีขวัญและกำลังใจในการแข่งขัน เป็นการเสริมสรางพลังใจให้นักกีฬาเกิดความมุ่งมั่นในการสร้างผลงานและชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ ทำให้นักกีฬาไทยประสบชัยชนะนำเหรียญรางวัลมาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่นเพื่อแม่ Bike for Mom” และ ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad”

เพื่อ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศเป็นแขกของพระองค์ รวมปั่นจักรยานอยางพร้อมเพรียงกัน ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่นเพื่อแม่ Bike For Mom” พระราชทานเสื้อสำหรับใส่ปั่นจักรยาน เข็มกลัดของขวัญที่ ระลึก และน้ำดื่ม พระราชทาน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2558 ทรงนำประชาชนปั่นจักรยานพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา เป็นระยะทาง 43 กิโลเมตร มีประชาชนจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศเขาร่วมกิจกรรมมากถึง 136,411 คน และสามารถ สร้างสถิติโลก กินเนสส์บุก เวิลด์ เรคคอร์ด ได้สำเร็จ เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีของคนในชาติ ส่งเสริมให้ประชาชน ได้ออกกำลังกายให้รางกายสมบูรณ์แข็งแรง ปลูกฝังให้ประชาชนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬาตามพระราชปณิธานของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่นเพื่อพอ Bike For DAD” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 ทรงมีพระราชปณิธานถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูหัวรัชกาลที 9 ผ่านกิจกรรมปั่นจักรยานอีกครั้ง ทรงเป็นผู้รวมดวงใจของชาวไทยในการสร้างความรักสามัคคี พระราชทานเสื้อสำหรับใส่ปั่นจักรยาน เข็มกลัดของขวัญที่ระลึก และน้ำดื่มพระราชทาน และเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2558 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ นำประชาชนปั่นจักรยานเป็นระยะทาง 29 กิโลเมตร สร้างความปลื้มปิติและเป็นขวัญกำลังใจใหแก่พสกนิกรเป็นที่ยิ่ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 568,427 คน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์และมีพระราชกระแสขอบใจพสกนิกรในกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติ “ปั่นเพื่อพ่อ Bike For DAD” ว่า "ขอขอบใจท่านทั้งหลาย ด้วยความปลาบปลื้มและซาบซึ้งยิ่งนัก การที่ทุกทานได้สำแดง ความสามัคคีและน้ำใจ ตลอดจนความจงรักภักดีต่อองค์พระประมุขและชาติบ้านเมือง นั้น เป็นนิมิตหมายที่ประเสริฐ ประเทศชาติอันเป็น ที่รักของเราทุกคนจะเจริญก้าวหน้าเป็นบ้านที่ร่มเย็นและมั่นคง ก็ด้วยความรักและสามัคคีของคนในชาติ เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม งานนี้ได้ประจักษ์แล้วว่าคนไทย “ทำได้” และปลื้มที่สุด ที่ได้เห็นทุกคน “ปั่นเพื่อพ่อ” จากหัวใจ (คือการแสดงออกด้วยการกระทำนั่นเอง)” พระนามาภิไธย 11 ธันวาคม 2558

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... (ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพ
        ความคิดเห็นที่ #21: 13 ก.พ. 19, 13:34 น

“เป็นความจริงอยู่โดยธรรมดา ที่บุคคลในสังคมนั้นย่อมมีอัชฌาสัยจิตใจแตกต่างเหลื่อมล้ำกันเป็นหลายระดับ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภูมิธรรมของตน บางคนก็มีความคิดจิตใจสูง มีความประพฤติปฏิบัติดีงาม เป็นคุณเป็นประโยชน์อยู่แล้วเป็นปกติ แต่บางคนไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ เพราะยังไม่เห็นคุณค่าของการปฏิบัติดี จึงมักก่อปัญหาให้เกิดแก่สังคม คนเรานั้น สำคัญอยู่ที่ควรจะได้ปรารภปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเป็นลำดับ เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข และเจริญรุ่งเรือง”

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ(ขออภัยค่ะ! คำนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ)พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุม
ยุวพุทิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖   ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔

Tags:
Tags:  

หน้า: 1
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้