หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กีวี เขมร สิงคโปร์ ไทย: ผู้นำใดฉลาดกว่า  (อ่าน 13 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 ต.ค. 18, 17:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เมื่อเร็วๆ นี้กีวีหรือนิวซีแลนด์ ห้ามต่างชาติซื้อบ้านอีกต่อไป สิงคโปร์ให้ซื้อได้แต่ต้องจ่ายภาษี 30% ส่วนเขมร ไร้ขีดจำกัด ใครฉลาดกว่ากัน

นิวซีแลนด์ห้ามต่างชาติซื้อบ้าน

ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2561 นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ นางจาซินดา อาร์เดิร์น ได้ผ่านกฏหมายห้ามชาวต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศนิวซีแลนด์อีกต่อไป เพราะที่ผ่านมา ชาวต่างชาติซื้อไว้มาก เช่น ราว 3% ของที่อยู่อาศัยในนิวซีแลนด์เป็นของชาวต่างชาติ ในนครควีนส์ทาวน์ ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศทางเกาะใต้ ก็มีชาวต่างชาติซื้อบ้านไว้ราว 5% โดยเฉพาะที่นครโอ๊กแลนด์ ปรากฏว่า 22% ของที่อยู่อาศัยเป็นของชาวต่างชาติ (https://cnb.cx/2woKUer) ทั้งนี้เป็นตามที่นางได้หาเสียงไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะนำมาตรการนี้มาใช้

ข้อห้ามต่างชาติซื้อบ้านในนิวซีแลนด์นี้ ก็มีข้อยกเว้นบางประการ โดยเฉพาะชาวออสเตรเลียและชาวสิงคโปร์ที่ได้รับสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยในนิวซีแลนด์ ยังสามารถซื้อบ้านในนิวซีแลนด์ได้ต่อไปเพราะทั้งสองประเทศมีข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างกันอยู่ แต่ผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น จีน หรือสหรัฐอเมริกา จะไม่สามารถซื้อบ้านได้อีกต่อไป ทำให้การซื้อขายบ้านจะลดลง ราคาบ้านจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นแต่ก่อน ผลประโยบชน์ก็จะตกแก่ประชาชนคนนิวซีแลนด์ ที่ไม่ต้องทนซื้อบ้านในราคาสูงที่ไปแข่งกับชาวต่างชาติที่มาแย่งซื้อนั่นเอง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ International Monetary Fund (IMF) ก็ออกโรงมาเตือนว่าการกระทำของรัฐบาลนิวซีแลนด์นี้ จะทำให้การลงทุนต่างชาติลดน้องลง แต่นิวซีแลนด์ก็ไม่เห็นต่างชาติเป็น "พ่อ" ก็เลยไม่ได้ทำตาม อันที่จริงการลงทุนของต่างชาตินั้นเราควรเน้นในด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือภาคที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ในภาคที่อยู่อาศัย ซึ่งหากพวกต่างชาติมาลงทุนมากก็เท่ากับเป็นแบบ "แร้งลง" ก็เท่านั้น ไม่ได้สร้างสรรค์อะไร

สิงคโปร์เก็บภาษีหฤโหด

ตั้งแต่ 6 กรกฎาคม 2561 ต่างชาติที่เข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ ต้องเสียภาษีอย่างหนัก บุคคลธรรมดาที่เป็นคนต่างชาติต้องเสียภาษีเมื่อซื้อจากเดิม 15% มาเป็น 20% แล้ว แต่ถ้าเป็นบริษัทต่างชาติต้องเสียถึง 25% และบริษัทพัฒนาที่ดินที่ขายทรัพย์ให้ต่างชาติ ก็ต้องเสียภาษีอีก 5% ด้วยเช่นกัน รวมแล้วเป็น 30% มาตรการนี้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์มากเกินไป ป้องกันไม่ให้ต่างชาติมาครอบงำประเทศสิงคโปร์ เพราะรัฐบาลเขาสำนึกในการช่วยเหลือชาวสิงคโปร์ หรือถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งนั่นเอง



อันที่จริงอาจกล่าวได้ว่า สิงคโปร์ห้ามต่างชาติซื้อบ้านในสิงคโปร์ก็ว่าได้ เพราะที่อยู่อาศัยถึงราว 80%-85% เป็นอาคารชุดที่การเคหะแห่งชาติสิงคโปร์ (Housing Development Board) สร้างขึ้นเรียกว่า HDB Flat ที่อยู่อาศัยประเภทนี้อยู่ในข่ายห้ามต่างชาติซื้อ ที่ต่างชาติซื้อก็มีแค่ 15-20% ของที่อยู่อาศัยที่ภาคเอกชนสร้างขึ้นเท่านั้น ที่อยู่อาศัยที่เอกชนสร้างนั้น ก็สร้างบนที่ดินที่ "เซ้ง" สิทธิจากรัฐบาลสิงคโปร์เป็นหลัก ใช่ว่าจะสามารถซื้อได้ทั้งที่ทั้งตึกทั้งหมด

ประเทศที่คิดเพื่อชาติและประชาชนต้องเป็นเยี่ยงสิงคโปร์ ในขณะที่ไทยเราปล่อยให้ต่างชาติมาซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องเสียภาษีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ก็ยังอนุญาตให้ต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยไม่ต้องเสียภาษี เราเพียงต้องการให้เศรษฐกิจดูเฟื่องฟู เพื่อความมั่นคงทางการเมืองระยะสั้น เพื่อผลประโยชน์ของพวกนายทุนขุนศึกระยะสั้น โดยไม่นำพาผลประโยชน์ระยะยาวของประชาชนหรือไม่

กัมพูชาอ้าแขนรับต่างชาติ

ในทางตรงกันข้าม กัมพูชาอ้าแขนรับนักลงทุนต่างชาติเต็มที่ ตามกฎหมายของกัมพูชา (https://bit.ly/2wCBNX5) ต่างชาติไม่สามารถซื้อที่ดินได้ แต่สามารถเช่าได้ ห้องชุดก็สามารถซื้อได้ ปรากฏว่ามีคนต่างชาติไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กันมาก โดยเฉพาะ เกาหลีใต้ และจีน ประมาณกันว่า ที่อยู่อาศัยในกรุงพนมเปญราวหนึ่งในสามพัฒนาขึ้นโดยบริษัทพัฒนาที่ดินจากประเทศจีน

กระแสจีนรุนแรงมากในกัมพูชา นอกจากนี้กัมพูชาก็คล้ายไทยที่ระเบียบข้อบังคับอาจจะหละหลวม หรือมีการผ่อนปรนมากเป็นพิเศษ คนต่างชาติสามารถขอสัญชาติเป็นชาวกัมพูชาได้ค่อนข้างง่าย ทำให้สามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้มากมาย ราคาที่ดินในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น 100 เท่าในรอบ 40 ปีที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าในกัมพูชา เพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่าในบางบริเวณเพราะแต่เดิม บางพื้นที่แทบไม่มีราคาเลย

ไทยจะเอาแบบไหน

อาจกล่าวได้ว่า สิงคโปร์คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์เฉพาะหน้าของนักพัฒนาที่ดินหรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เป็นสำคัญ รัฐบาลนิวซีแลนด์ที่ผ่านกฎหมายห้ามต่างชาติซื้อบ้านในนิวซีแลนด์อีกต่อไปนั้น เขาไม่ได้เห็นต่างชาติเป็น "พ่อ" อันที่จริงประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิกใต้หลายประเทศก็กำลังทบทวนนโยบายที่เคยให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นการครองงำประเทศในระยะยาวโดยเฉพาะประเทศจีน

การที่ไทยและกัมพูชาพยายามให้ต่างชาติมาลงทุนมาก ๆ ส่วนหนึ่งคงหวังให้ต่างชาติมากระตุ้นให้เศรษฐกิจแลดูดีขึ้นเพื่อรักษาเก้าอี้ตัวเอง! แต่มาตรการต่าง ๆ ของไทยนั้นไม่ได้เน้นที่การกระจายรายได้ การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างงาน การส่งเสริมสินค้าเกษตรกร การไม่มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ฯลฯ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ "รวยกระจุก จนกระจาย" ไม่สามารถ "ซื้อใจ" ประชาชนได้อยู่ดี และอาจทำให้ประเทศชาติแย่ลง

อันที่จริงผู้บริหารทุกประเทศก็ล้วนชาญฉลาดทั้งนั้น แต่จะฉลาดเพื่อตัวเองหรือเพื่อชาติเท่านั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม