หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องทั่วโลกปรับปรุงการวินิจฉัยผู้ป่วยโรคโรซาเซีย  (อ่าน 24 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 18 ก.ย. 18, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องทั่วโลกปรับปรุงการวินิจฉัยผู้ป่วยโรคโรซาเซียระดับ 'High Burden'

- ผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากข้อมูลการสำรวจทั่วโลกพบว่าคุณภาพชีวิตของมนุษย์ได้รับผลกระทบจากหลากหลายปัจจัยที่นอกเหนือไปจากความรุนแรงของโรคโรซาเซียเพียงอย่างเดียว

ผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากข้อมูลการสำรวจทั่วโลกซึ่งจัดทำและนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ในรายงานRosacea: Beyond the visible'ซึ่งเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญนั้น สามารถช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัย (HCPs) ในการระบุลักษณะทั่วไปของผู้ป่วยโรคโรซาเรียที่มีภาระโรคสูง หรือ High Burden* (HB) เพื่อเพิ่มหลักเกณฑ์ในการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น ผลการวิเคราะห์ซึ่งนำเสนอในงานประชุมสัมมนา European Academy of Dermatology and Venerology ครั้งที่ 27 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวานนี้ บ่งชี้ว่าการกำหนดคำนิยามผู้ป่วย HB ให้กว้างขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยลดภาระในกิจวัตรประจำวัน


การวิเคราะห์ได้จำแนกผู้ป่วย HB โดยดูว่าความรุนแรงของโรคส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต (QoL) ของพวกเขาอย่างไร ซึ่งมีขอบเขตไปจนถึงอิทธิพลต่อพฤติกรรมพวกเขาและความต้องการรับการรักษา [1]

“คนที่เป็นโรคโรซาเซียมักตัดสินจากสิ่งที่เห็น ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หากโรคโรซาเซียของพวกเขารุนแรง อาการของโรคก็น่าจะรุนแรงด้วยเช่นกัน โดยมีอาการตั้งแต่คันและแสบร้อนไปจนถึงมีผื่นแดงบนใบหน้า อย่างไรก็ตาม แม้คนที่มีอาการของโรคโรซาเซียไม่รุนแรงก็มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะว่าการวินิจฉัยความรุนแรงของโรคในทางการแพทย์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ” Prof. Dr. Uwe Gieler แห่งแผนก Dermatology and Clinic of Psychosomatic Medicine and Psychotherapy มหาวิทยาลัย Justus-Liebig-University of Giessen ประเทศเยอรมนี และหนึ่งในผู้เขียนรายงาน Rosacea: Beyond the visible กล่าว “การปรับปรุงการวินิจฉัยของผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ แพทย์โรคผิวหนัง และเจ้าหน้าที่เฮลธ์แคร์อื่นๆ จะช่วยยกระดับการรักษาเพื่อให้สอดคล้องตามความต้องการส่วนบุคคลและท้ายที่สุดจะช่วยดูแลผู้ที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังได้ดียิ่งขึ้น”

ข้อมูลเผยให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคโรซาเซียขั้น HB ส่วนใหญ่มีอายุไม่มาก มีงานทำ และเป็นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่มีภาระโรคน้อยกว่า

อีกหนึ่งลักษณะที่กำหนดไว้ก็คืออาการแพ้ของผิวหนัง (เช่น คัน 48% vs 37% และ เจ็บ 23% vs 13%) เปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยกว่า ตลอดช่วงการตรวจอาการ 12 เดือน

ความเสี่ยงของ HB ถูกกระทบจากความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตาม สภาพของโรคอาจเกี่ยวข้องกับความรุนแรงของโรซาเซีย เมื่อตรวจอาการนาน 12 เดือน ผู้ป่วย HB มีความเสี่ยงที่จะรับรู้ถึงผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้น เช่น การเข้ารับการรักษาผิวหนัง ตลอดจนรู้สึกอึดอัดใจกับโรคที่เป็นเมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ใช่ HB ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ประกอบด้วยประวัติการป่วยโรคนี้ของคนในครอบครัวและการเยี่ยมห้องฉุกเฉินที่เกี่ยวกับโรคโรซาเซีย

ผู้เชี่ยวชาญได้ข้อสรุปว่าแพทย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วยโรคโรซาเซียควรเพิ่มคำถามเกี่ยวกับการรักษาในทุกๆ วัน เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาจะสอดคล้องกับอาการของผู้ป่วย ไม่ใช่แค่ความรุนแรงของโรคเท่านั้น

สื่อนำเสนอมีชื่อว่า "Defining High Burden patients" (Gieler, U. et al., 27th European Academy of Dermatology and Venerology (EADV) Congress, 13 September 2018)

*ผู้ป่วยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม High Burden (HB) เมื่อ 4 โดเมนเป็นบวก (เส้นแบ่งกำหนดโดยค่ามัธยฐานคนร่วมรุ่น)


โดเมนคำถามตัวแทนเส้นแบ่ง

QoLผลกระทบโดยรวมต่อคุณภาพชีวิต (0-10)คะแนน >5

ไลฟ์สไตล์ระดับการปรับพฤติกรรม (0-10)คะแนน >6

ฐานะยินดีจ่ายเพื่อรักษาให้หายขาด>20% ของรายได้ต่อเดือน

จิตใจ/อารมณ์ยินดีปล่อยให้เวลาผ่านไปก่อนรักษา>6 เดือน


แหล่งข้อมูลมัลติมีเดียที่เกี่ยวข้อง สามารถรับชมได้ที่
http://www.epresspack.net/galderma-rosacea

เกี่ยวกับโรคโรซาเซีย

โรคโรซาเซียเป็นโรคผิวหนังอักเสบทั่วไปซึ่งมีลักษณะทางคลินิกหลากหลาย โดยมากจะมีอาการหน้าแดง เป็นผื่นแดง และอักเสบ ส่วนใหญ่จะเกิดที่ตรงกลางของใบหน้า เช่น คางและจมูก โรคนี้สามารถเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่เกิดหลังอายุ 30 ปี นอกจากนี้คนเป็นโรคนี้ยังมีอาการปวด แสบร้อน หรือผิวหนังแพ้ง่าย รวมถึงมีอาการที่นัยน์ตาด้วย เช่น ตาแดง ตาแห้ง หรือคันที่ตา

ถึงแม้สาเหตุของโรคนี้ยังเป็นที่ถกเถียง แต่มีปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคมากมาย ได้แก่ อาหารเผ็ด แอลกอฮอล์ ความเครียด การสัมผัสกับแสงอาทิตย์/รังสี UV การอาบน้ำร้อนและดื่มเครื่องดื่มร้อน นอกจากนี้ในบางกรณีอาจพบ Demodex ซึ่งเป็นเห็บที่ไม่มีอันตรายในผิวหนังของคนที่เป็นโรคโรซาเซียด้วย

โรคโรซาเซียอาจรุนแรงขึ้นหากไม่รักษา คนที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้ควรพบแพทย์ผิวหนังหรือเจ้าหน้าที่สุขอนามัยเพื่อให้วินิจฉัยและปรึกษาวิธีการรักษาที่ถูกต้อง เพราะโรซาเซียเป็นโรคที่มีอาการเด่นชัด ซึ่งทำให้คนเป็นโรคบางคนรู้สึกกระดากอายและวิตกกังวล หรืออาจทำให้รู้สึกคับข้องใจและส่งผลกระทบด้านลบต่อการใช้ชีวิตในสังคม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม