หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: “อันตรายจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น”  (อ่าน 4915 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 พ.ย. 16, 10:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 



ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น้ำมันมะพร้าวได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะคำโฆษณาชวนเชื่อโดยอ้างถึงบทความวิชาการต่างๆ ว่าน้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณนานัปการที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งหนึ่งในสรรพคุณที่มีการโฆษณากันอย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดียก็คือ กรดลอริก (lauric acid) ในน้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เพียงกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นเวลา 15 นาทีก็ช่วยลดการเกิดกลิ่นและโรคในช่องปากได้

ความเชื่อที่ว่ากรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวฆ่าแบคทีเรียได้นั้น อ้างอิงมาจากการทดลองฆ่าแบคทีเรียในจานเพาะเลี้ยงในห้องแล็บแห่งหนึ่ง แต่สำหรับวงการแพทย์ หลักฐานที่อ้างอิงจากการวิจัยในสัตว์ทดลองถือเป็นหลักฐานระดับต่ำ ไม่สามารถนำมาใช้กับคนได้จริงๆ ซึ่งในกรณีนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่บ่งชี้ว่าระดับกรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวที่เรารับประทานหรือใช้กลั้วปากจะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ดังนั้น ข้อมูลที่มีการเผยแพร่อยู่ขณะนี้จึงเป็นเพียงการกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ในทางกลับกัน มีหลักฐานที่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจแล้วว่า การกลั้วปากด้วยน้ำมันมะพร้าวเสี่ยงต่อการเป็นโรคปอดอักเสบ!

โดย นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ให้ข้อมูลถึงเรื่องนี้ว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา ทำให้การดื่มหรือกลั้วปากจะเกิดการสำลักได้ง่ายกว่าน้ำ เมื่อเกิดการสำลักแล้ว น้ำมันมะพร้าวจะเล็ดลอดลงไปในปอด กลายเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้ปอดอักเสบได้ ยิ่งโดยเฉพาะคนสูงอายุ คนที่มีโรคทางสมอง คนที่กลืนลำบาก ไม่ควรอมหรือกลั้วคอ หรือกลืนน้ำมันมะพร้าวเข้าไปในร่างกายเด็ดขาด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานการรักษาคนไข้โรคปอดอักเสบของ นพ.ดำเกิง ตันธรรมจาริก อายุรแพทย์โรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด ที่ตรวจพบความผิดปกติของปอดอักเสบในคนไข้จำนวน 2 ราย

รายแรกเป็นผู้ป่วยอายุ 79 ปี มีปัญหาเรื่องการสำลักและมีเสมหะเยอะ ญาติจึงให้กินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นวันละ 1-2 ช้อนชา ทุกวันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตามความเชื่อว่าจะช่วยลดเสมหะได้ แต่ปรากฏว่าผู้ป่วยมีอาการไอ เป็นไข้ หอบรุนแรง เมื่อเอกซเรย์ปอดก็พบว่าปอดมีสีขาวขุ่นทั้งสองข้าง และเต็มไปด้วยเสมหะจำนวนมาก เมื่อดูดออกมาก็พบว่าเป็นไขสีขาวลอยอยู่เหนือน้ำ ผิดแปลกจากเสมหะโรคปอดอักเสบทั่วไปที่จะไม่เป็นไขและจมน้ำ หลังทำการตรวจพิสูจน์และวินิจฉัยอย่างละเอียดพบว่า สิ่งที่เกาะอยู่ในปอดและทำให้ปอดอักเสบคือไขมันมะพร้าว ซึ่งกว่าจะรักษาให้หายต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน ต้องใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจเพราะผู้ป่วยอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลว และต้องให้ยาปฏิชีวนะดูดซึมไขน้ำมันมะพร้าวออกมาเป็นเสมหะจนปอดสีขาวขุ่นค่อยจางลง



รายที่สอง เป็นผู้ป่วยอายุ 50 ปี มีพฤติกรรมใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วปากก่อนนอนติดต่อกันทุกวันนานถึง 3 เดือน เมื่อทำการตรวจรักษาก็พบว่ามีอาการคล้ายคลึงกับผู้ป่วยรายแรก คือมีสีขาวขุ่นเกาะเป็นเส้นใยที่ปอดข้างขวา จากการสอบประวัติผู้ป่วยรายนี้ไม่มีปัญหาการสำลัก แต่มีอาการไอ เมื่อวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องในปอด ดูดเสมหะ ก็พบน้ำเสมหะมีไขสีขาวลอยอยู่ด้านบน หลังจากตรวจพิสูจน์ก็พบว่ามันคือไขมัน

นอกจากการโฆษณาสรรพคุณเรื่องการฆ่าเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวมาแล้ว ยังมีการอวดอ้างว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยลดน้ำหนักได้ ซึ่งข้อมูลนี้ทำให้สุภาพสตรีที่ต้องการลดน้ำหนักซื้อน้ำมันมะพร้าวมาดื่มกันเป็นจำนวนมาก แต่วารสาร lipids 2009 ได้เปิดเผยข้อมูลวิจัยกรณีนี้ในประเทศบราซิล ซึ่งทำการทดลองกับกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะอ้วนลงพุง อายุระหว่าง 20-40 ปี โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 20 คน จำนวน 2 กลุ่ม ให้กลุ่มหนึ่งรับประทานน้ำมันมะพร้าว ส่วนอีกกลุ่มรับประทานน้ำมันถั่วเหลือง ในปริมาณ 30 มล./วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ซึ่งระหว่างการทดสอบผู้ทดสอบทุกคนจะได้รับอาหารพลังงานต่ำ (hypocaloric diet) และออกกำลังกาย 4 วัน/สัปดาห์ หลังการทดลองพบว่า น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย และเส้นรอบพุงของทั้งสองกลุ่มลดลงในปริมาณที่ไม่ต่างกัน รวมถึงระดับไตรกลีเซอไรด์ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมก่อนที่จะทำการทดสอบ

แม้ผลการวิจัยนี้จะแสดงให้เห็นว่าน้ำมันมะพร้าวไม่ได้มีผลต่อการลดลงของน้ำหนักตัวของกลุ่มทดลอง และไม่ได้ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น แต่การศึกษานี้ทำการทดสอบในคนกลุ่มน้อย และทดสอบเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 12 สัปดาห์ อีกทั้งการได้รับอาหารพลังงานต่ำและการออกกำลังกายก็นับเป็นปัจจัยร่วมที่อาจส่งเสริมให้ผลการทดลองเป็นไปในทางที่ดี ดังนั้น ข้อมูลที่มีในขณะนี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีผลต่อการลดน้ำหนัก ยังควรต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดูผลของน้ำมันมะพร้าวต่อการลดน้ำหนักต่อไปในระยะยาว สรุปแล้ว หากต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผลดีและปลอดภัยที่สุดควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการส่งต่อข้อมูลทางโภชนาการที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่ไม่น้อย ทำให้ผู้รับสารเกิดความเข้าใจในการเลือกบริโภคอาหารแบบผิดๆ ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลที่ได้รับมาอย่างละเอียด เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวท่านเองและคนรอบข้าง

แหล่งอ้างอิง
1. ภญ.ธนิกา ปฐมวิชัยวัฒน์. น้ำมันมะพร้าวกับการลดน้ำหนัก. ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge-article-info.php?id=17 (10 มิถุนายน 2553)
2. นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์. บทความสุขภาพ. http://visitdrsant.blogspot.com/2011/05/blog-post_16.html (16 พฤษภาคม 2554)
3. หมอดื้อ. ความจริง(ที่ปกปิด)ของน้ำมันมะพร้าว. http://www.thairath.co.th/content/503397 (7 มิถุนายน 2558)
4. ปฏิญญา เอี่ยมตาล. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเสี่ยงโรคปอดอักเสบ. http://www.komchadluek.net/news/detail/210896 (3 สิงหาคม 2558)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พ.ย. 16, 09:56 น โดย mykonsuay » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม