หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ควรให้การให้บริการทางเพศเป็นสิ่งถูกกฎหมาย  (อ่าน 88 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 มิ.ย. 16, 15:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการตรวจจับสถานอาบอบนวดหลายแห่ง แต่ส่วนมากตรวจพบว่าไม่มีการค้าประเวณี มีใครเชื่อบ้างว่าไม่มี ควรให้การค้าประเวณีเป็นสิ่งถูกกฎหมาย การค้าประเวณีถูกกฎหมาย ช่วยปราบทุจริต รักษาศีลธรรม
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) กล่าวว่า ซ่องถือเป็นสถานที่ "อโคจร" แต่ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทรงรังเกียจบุคคลที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ แต่สมัยนี้สังคมสลับซับซ้อนยิ่งขึ้นมีสปา อาบอบนวด ฯลฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่ปัจจุบันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่ง ดร.โสภณมีสมมติฐานว่าการทำให้ผิดกฎหมายคือรากเหง้าของการทุจริต เราลองมาศึกษาประสบการณ์จากต่างประเทศดู
ในประเทศไทย การให้บริการทางเพศเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย แต่กลับมีผู้ประกอบอาชีพนี้อยู่มากมาย มีสถานค้าประเวณีอยู่เป็นจำนวนมากในรูปแบบสถานอาบอบนวด ร้านคาราโอเกะ ฯลฯ ศีลธรรมคือข้ออ้างสำคัญที่ทำให้อาชีพนี้ผิดกฎหมาย แต่การที่ทำให้อาชีพนี้ผิดกฎหมาย กลับเป็นการทำลายศีลธรรมอย่างถึงแก่น และกลายเป็นการปกป้องกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่มให้สามารถทำอาชีพนี้อย่างเป็นล่ำ เป็นสัน
ในทางตรงกันข้าม อาชีพการให้บริการทางเพศกลับถูกกฎหมายในยุโรปตะวันตกนับสิบประเทศ โดยเฉพาะประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่เจริญ น่าอยู่และโปร่งใสที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนั้น อาชีพการให้บริการทางเพศเป็นอาชีพที่ต้องได้รับใบอนุญาต ผู้ให้บริการเสียภาษีถูกต้อง ลูกค้าสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ด้วย น่าแปลกแท้ ๆ ประเทศที่ประชาชนมีจริยธรรมสูงส่ง มีวินัยดีเยี่ยม มีคุณภาพชีวิตและการศึกษาชั้นยอด กลับเปิดกว้างสำหรับอาชีพการให้บริการทางเพศอย่างถูกกฎหมาย
การเปิดกว้างและสร้างความโปร่งใสให้เป็นอาชีพที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายคล้าย อาชีพวิศวกร สถาปนิก แพทย์ ช่างก่อสร้าง ช่างตัดผม ฯลฯ ก็เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ให้บริการทางเพศที่ได้รับการควบคุมการประกอบอาชีพสามารถโฆษณา หรือติดต่อธุรกิจผ่านทางโทรศัพท์ หรือจัดหาสถานที่ ๆ เหมาะสมเพื่อการทำธุรกิจ ทางราชการสามารถจัดโปรแกรมการฝึกอบรมความรู้ การออมทรัพย์ การใช้เงิน การวางแผนความมั่งคั่งในอนาคตของผู้ให้บริการ รวมทั้งการอบรมผู้ใช้บริการให้อยู่ในกรอบกฎหมายโดยเคร่งครัด
ว่ากันว่าการให้บริการทางเพศเป็นอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยนับย้อนไปถึงยุคเมโสโปเตเมียซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมอารยธรรมยุคแรกๆ ของมนุษยชาติ ในกรณีประเทศไทยมีบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง ครั้งต้นกรุงศรีอยุธยา และไม่ได้ถือว่าเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย ในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีการตราพระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค รัตนโกสินทร์ศก 127 (พ.ศ.2451) เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาโรค แต่ก็ไม่ได้ทำให้อาชีพนี้ผิดกฎหมาย กฎหมายนี้มีความตอนหนึ่งว่า “(สถานค้าประเวณี) ต้องมีโคมแขวนไว้หน้าโรงเป็นเครื่องหมาย . . .” กฎหมายฉบับนี้ยังบัญญัติให้การให้บริการทางเพศต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน มีการจัดทำบัญชีรายชื่อ และมีข้อห้ามการบังคับล่อลวงหญิงมาเพื่อค้าประเวณี เป็นต้น ว่ากันว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานค้าประเวณีมีอยู่ทั่วไปแทบทุกหัวระแหง
ในบางศาสนา ศาสดาก็ไม่ได้รังเกียจผู้ให้บริการทางเพศ และผู้ให้บริการทางเพศก็มีโอกาสขึ้นสู่สรวงสวรรค์หรือบรรลุธรรมเช่นกัน เพียงแต่สถานค้าประเวณีถือเป็นสถานที่ ‘อโคจร’ สำหรับนักบวช ยิ่งกว่านั้นนักบุญบางท่านถึงกับมองว่าผู้ให้บริการทางเพศช่วยแก้ปัญหาความแตกแยกในครอบครัวจากการมี ‘มากชู้หลายผัว’ ในพุทธศาสนา ก็มีภิกษุณีที่อดีตเป็นผู้ให้บริการทางเพศเช่นกัน นอกจากนี้ในสมัยโบราณยังยกย่องผู้ให้บริการทางเพศเป็น ‘หญิงงามเมือง’ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ และมีศักดิ์ศรีในสังคม แต่ในปัจจุบันอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย และกลายเป็นแหล่งทำเงินสำหรับกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่ม
ในขณะ ที่การให้บริการทางเพศเป็นอาชีพผิดกฎหมาย แต่รัฐกลับปล่อยให้มีการเปิดสถานค้าประเวณีกันมากมายนั้น ย่อมเป็นเพราะผู้ประกอบอาชีพต้อง ‘ส่งส่วย’ แก่ผู้รักษากฎหมายในระดับต่าง ๆ เป็นการสร้างอาชีพและความมั่งคั่งแก่กลุ่มอิทธิพลบางกลุ่มที่ประกอบการค้า ประเวณี กลุ่มอิทธิพลกลุ่มนี้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องย่อมขยายอิทธิพลกว้าง ขวางไปได้เรื่อย ด้วยเงินจำนวนมหาศาลจากการลอบประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมายนี้ ย่อมทำให้สุจริตชนถูกเบียดเบียนหรือไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเสรี
ใน ทางตรงกันข้ามหากสามารถทำให้อาชีพนี้ถูกกฎหมาย ก็จะเป็นการทะลายขุมทรัพย์ ‘ตัดท่อน้ำเลี้ยง’ ของเหล่าผู้มีอิทธิพล ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ อย่างครบวงจร ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพให้บริการทางเพศมีรายได้มากขึ้น ไม่ถูกขูดรีดโดยผู้มีอิทธิพล รัฐมีรายได้จากภาษีอากรในการให้การศึกษาประชาชนในเรื่องนี้ และนำเงินมาพัฒนาประเทศได้มากขึ้น สุจริตชนไม่ถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และสวัสดิภาพสังคมของประชาชนทั่วไปจะดีขึ้น และศีลธรรมจรรยาของประชาชนทั่วไปก็จะมีความมั่นคงมากขึ้นเช่นกัน
การเปิดให้การให้บริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะไม่ยิ่งส่งเสริมให้อาชีพนี้ระบาด เพราะในปัจจุบันก็มีสถานค้าประเวณีอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว แต่การที่ต้อง ‘ส่งส่วย’ หรือ ‘เสียค่าคุ้มครอง’ เช่นในปัจจุบันต่างหากที่ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อผลิต และส่งต่อเงินนอกระบบเหล่านี้ แต่หากอาชีพนี้ถูกกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองที่ดี อาจยิ่งช่วยจำกัดการประกอบอาชีพที่ขาดความรับผิดชอบ กลายเป็นอาชีพที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
สังคมจะยิ่งสงบสุขมากขึ้น เพราะ ‘ซาตาน’ ไม่อาจอยู่ในที่สว่าง มาช่วยกันรณรงค์ให้การให้บริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายกันเถอะ


ที่มา: http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement1444.htm

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม