หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ชี้แจงข้อเท็จจริง น้ำมันถ้าจะมันหยด!  (อ่าน 346 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 เม.ย. 16, 18:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตามที่ รองศาสตราจารย์ทวี ผลสมภพ ได้นำเสนอบทความผ่านคอลัมน์ น้ำมันถ้าจะมันหยด! [อ่านบทความได้ตามลิ้งค์
http://www.matichon.co.th/news/113707] เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 21 เมษายน 2559 นั้น

ปตท.ขอขอบคุณสำหรับข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ และพร้อมรับฟังเพื่อชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับคำฟ้องของรักษาการประธานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ปตท.ได้เผยแพร่การชี้แจงผ่านทาง www.pttplc.com และ facebook : pttnews ดังนั้น จึงขอชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวกับราคาน้ำมัน ดังนี้

“ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันดิบน้อยมากในอันดับที่ 48 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก แต่เรากลับใช้น้ำมันในปริมาณมากเป็นอันดับที่ 18 มากกว่าที่ผลิตได้




ดังนั้น จึงต้องนำเข้าเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ เป็นปริมาณถึง 85% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด เป็นมูลค่าเก้าแสนกว่าล้านบาทต่อปี ประเทศไทยจึงเป็นนับเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน (net importer)



“น้ำมันถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity) ที่มีการซื้อขายกันทั่วโลก ถึงแม้ไทยจะมีโรงกลั่นในประเทศ แต่ก็ไม่สามารถตั้งราคาน้ำมันสำเร็จรูปเองได้ เพราะน้ำมันดิบที่ใช้ในการกลั่น มาจากการนำเข้าเป็นหลักด้วยราคาตลาด เมื่อกลั่นได้น้ำมันสำเร็จรูป จึงต้องตั้งราคาขายที่อ้างอิงจากราคาตลาด และตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียก็คือตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีผู้ค้าน้ำมันมากกว่า 325 บริษัท ทำการซื้อขายกัน ราคาตลาดสิงคโปร์ไม่ใช่ราคาที่กำหนดขึ้นโดยประเทศสิงคโปร์ หรือราคาขายที่สถานีบริการในสิงคโปร์ แต่เป็นราคากลางที่ถูกกำหนดโดยกลไกตลาดที่ผู้ค้าน้ำมันตกลงซื้อขายกัน

“ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ

1.เนื้อน้ำมันที่มาจากโรงกลั่น ซึ่งมีอัตราส่วนมากที่สุดประมาณ 60%

2.ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในอัตราส่วน 35%

3.ค่าการตลาด ในอัตราส่วน 5% ซึ่งยังไม่ใช่กำไร เพราะยังต้องหักค่าบริหารจัดการของสถานีบริการ

ดังนั้น ราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปของประเทศไทยจึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับมาเลเซียได้ เพราะโครงสร้างราคาแตกต่างกัน เพราะประเทศมาเลเซียเป็นประเทศส่งออกน้ำมันเป็นหลัก รัฐบาลจึงมีรายได้สามารถอุดหนุนราคาโดยไม่ต้องเรียกเก็บภาษีหรือกองทุนฯ ซึ่งปัจจุบันมาเลเซียกำลังพิจารณายกเลิกเพื่อลดภาระการเงินของประเทศ



“ปตท.ในฐานะบริษัทพลังงานของไทย กำหนดราคาอย่างสมดุลระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบสถานีโดยมีค่าการตลาดเฉลี่ยเพียง 1.50 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเทียบกับผู้ค้ารายอื่น ปตท.ปรับขึ้นช้ากว่าผู้ค้ารายอื่น 15 ครั้ง ครั้งละ 1-10 วัน รวมทั้งหมด 33 วัน (ปี 2558)

เอามาจาก:http://www.matichon.co.th/news/118811
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  น้ำมันแพง น้ำมัน ราคาน้ำมัน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม