หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กรีซ ตอนที่1 แดนตำนานแห่งเทพเจ้า  (อ่าน 428 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 พ.ย. 14, 17:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 


หากพูดถึงเทพเจ้าสมัยโรมัน คงต้องนึกถึงเทพเจ้าชาวกรีกโบราณ ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศกรีซอย่างแน่นอน ที่เปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมชาวเทพในครั้งประวัติศาสตร์โบราณ ที่เป็นเช่นนั้น อาจเนื่องมาจากประเทศกรีซมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน อีกทั้ง ยังเป็นประเทศที่มีสถาปัตยกรรม และศิลปะโบราณหลงเหลืออยู่มากมาย ไม่น้อยหน้าชาติใดในยุโรป ที่ทำให้นักโบราณคดีได้ศึกษาค้นคว้าความเป็นมาในดินแดนของตน ยิ่งค้นก็ยิ่งลึก ยิ่งลึกก็ยิ่งอยากรู้ ทำให้ร่างกายต้องกระตุก ฉุดกระชากตัวเองให้ก้าวเดินหน้าไปหาเทพเจ้าชาวกรีกดูสักครั้ง แล้วยิ่งมีบางสิ่งเป็นตัวเร้า อย่างคนใกล้ตัวมาเล่าให้ฟังว่า เคยล่องเรือใบคู่ใจไปเยือนดินแดนแห่งนี้มาก่อน และหลงใหลน้ำทะเลสีครามอันเงียบสงบ สายลมแห่งธรรมชาติผ่านลมหายใจเข้าออกทุกอณูพาให้ชื่นฉ่ำ แล้วไฉนเลยจะอยู่เฉย ในเมื่อต่อมนักเดินทางเริ่มทำงาน ถึงไม่ได้ล่องเรือใบในครานี้ แต่ก็ขอไปให้ได้ดั่งใจฝัน




Greece (กรีซ) มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลนิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป พรมแดนทางตอนเหนือติดกับประเทศบัลแกเรีย แอลเบเนีย ทางตะวันออกติดกับประเทศตุรกี และมีภูมิประเทศติดกับทะเลอีเจียนทางทิศตะวันออก ทะเลไอโอเนียนทางทิศตะวันตก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศใต้ มีกรุงเอเธนส์เป็นเมืองหลวง ใช้ภาษากรีกเป็นภาษาราชการ แต่ประชากรส่วนใหญ่สามารถพูดได้ทั้งภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส แต่สำเนียงค่อนข้างจะแปร่งๆ หน่อย ส่วนเรื่องอากาศค่อนข้างสบายเพราะติดกับแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ประเทศกรีซมีอากาศที่แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ทะเล ภูเขา และปานกลาง กล่าวคือ มีฝนตกในหน้าหนาว ทำให้มีอากาศที่หนาวชื้น หากในหน้าร้อนก็ร้อนแบบแห้งแล้ง แต่อุณภูมิก็ไม่ร้อนมากเท่าไหร่ ส่วนภูมิประเทศที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็จะมีอากาศที่เย็นสบาย จะมีหิมะตกบ้างเหมือนกันทางตอนเหนือของประเทศและที่กรุงเอเธนส์ในฤดูหนาว เมื่อรู้จักดินแดนเทพเป็นที่หอมปากหอมคอแล้ว ก็จะเริ่มต้นค้นหาความงามมาเสพให้สมอยาก จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจากเมืองหลวงก่อนเลย




Athens (เอเธนส์) หรือ อะเธเน ฟังดูคล้ายชื่อของเทพเจ้า ใช่เลยหล่ะ เพราะเขาตั้งชื่อเมืองหลวงตามชื่อของเทพเจ้าอาธีนาในประวัติศาสตร์โบราณของกรีซ กรุงเอเธนส์มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปีก่อนคริสตกาล เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมตะวันตก และเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตย โบราณสถานอันเก่าแก่ในสมัยกรีก โรมัน ไบแซนไทน์ และออตโตมัน ล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของโลกเลยทีเดียว หากใครชอบดูหนังโรมัน ก็นั่นเลย เสาหินที่สง่างาม สถาปัตยกรรมต่างๆ คล้ายๆ กัน เพราะเขาดัดแปลงมาจากประวัติศาสตร์ของชาวกรีกโบราณนี่แหละ

ในกรุงเอเธนส์มีร่องรอยของสถาปัตยกรรมในครั้งประวัติศาสตร์กว่าพันปีหลายแห่งที่น่าศึกษา ลองคิดดู ผู้คนก่อนคริสตกาลสามารถปลูกสร้างสิ่งสวยงามนี้ได้ย่างไร เล่นเอาทึ่ง จึงต้องไปต่อกันที่




Acropolis (อะโครโพลิส) คือโบราณสถานอายุกว่า 2,500 ปี เป็นป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง ซึ่ง Acro แปลว่าสูง และ Polis แปลว่าเมือง ที่มีอยู่หลายจุดในประเทศกรีซ โดยทั่วไปจะมีการปลูกสร้างวิหารสำหรับเทพเจ้าผู้พิทักษ์เมือง แต่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานบูชาเทพีอาธีนา เทพีแห่งปัญญา ในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช




สิ่งปลูกสร้างของประเทศกรีซมีความงดงามทางประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งอารยธรรมดั้งเดิม และกรีซก็มีหมู่เกาะน้อยใหญ่มากมาย เพราะอยู่ติดกับทะเลทั้งสามด้าน งั้น เห็นทีจะต้องล่องเรือเพื่อไปเยือนกันหน่อยแล้ว ไปดูว่าชีวิตของชาวเกาะแบบชาวกรีกนั้นเขาอยู่กันอย่างไร ส่วนการเดินทางแล้วแต่รสนิยมเลย ใครที่ชอบความรวดเร็วก็สามารถนั่งนกเหล็กไปได้ ส่วนพวกชิวหน่อยก็ลงเรือเฟอร์รี่ชมวิวกันไปที่เกาะนี้เลย




Santorini (เกาะซานโตรินี) โอ้ว…ว้าว…ว้าว…ว้าว นี่มันเกาะสวรรค์รึไงในใจคิด มันช่างเหมือนภาพเขียนหรือโปสการ์ดที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาดไม่มีผิด ภาพที่ปรากฎคือ ท้องทะเลสีน้ำเงินใสประกายระยิบเมื่อต้องแสงอาทิตย์ และทิวทัศน์ของบ้านปูนสีขาวสะอาดตา หลังคาทรงโดมสีฟ้าบ้าง น้ำเงินบ้าง รับกับสีของท้องทะเลอีเจียน ที่ปลูกไล่เรียงระดับไปตามไหล่เขา เหมือนศิลปินบรรจงสร้างไม่มผิดเพี้ยน




เกาะซานโตรินี เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงอันโด่งดังของประเทศกรีซ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะครีตในทะเลอีเจียน เกาะซานโตรินีมีความโดดเด่นด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมตามที่ได้เพ้อพรรณาไป มันสวยจริงๆ อยากจะโดดกอดพร้อมประทับรอยจูบให้รอบเกาะ แต่สิ่งที่ยิ่งสะกดให้ลุ่มหลงเข้าไปอีกคือ ประวัติของเกาะนี้น่ะสิ ไม่ธรรมดา




ชาวฟินีเซียนได้อพยพมาอยู่อาศัยบนเกาะนี้ราว 3,600 ปี ก่อนคริสตกาล หลังจากนั้นก็ถูกปกครองด้วยชาวลาโคเนียน จนกระทั่งราว 3,000 ปี ก่อนคริสตกาล กษัตริย์ไมนอสก็แผ่ขยายอิทธิพลด้านศิลปะและวัฒนธรรมมาถึงเกาะนี้ แต่น่าเสียดายที่เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้เกาะนี้แตกออกเป็นเสี่ยง แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูจากคนรุ่นต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ดั่งมนต์สะกด ที่ดึงดูดนักท่องโลกจากทั่วสารทิศให้มาติดกับ

มาท่องโลกต่างเมืองทีไร ทำให้ติดใจไม่อยากกลับทุกที โดยเฉพาะดินแดนที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน มันทำให้เราได้รู้ถึงเรื่องราวต่างๆ มากมาย เหมือนย้อนจิตวิญญาณกลับไปในอดีต ให้ได้รู้จักกับบรรพบุรุษบนโลกใบเดียวกัน สัมผัสบนพื้นดินเดียวกัน งั้น…ตอนหน้าจะพาไปเที่ยวต่างเมืองในแดนเดิมนะ


ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม