หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: อุทาหรณ์! บ้านถูกไฟไหม้เพราะโคมลอย  (อ่าน 45460 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 พ.ย. 14, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
บ้านผมถูกไฟไหม้เพราะโคมลอยครับ


ขอเกริ่นก่อนนะครับ ว่าไม่เคยตั้งกระทู้มาก่อน หากใช้ภาษาได้ไม่ดีพอ หรือผิดพลาดประการใด ขออภัยล่วงหน้าครับ
กระทู้นี้ผมอยากแชร์ประสบการณ์ ฝากให้ทุกท่านลองพิจารณาดูนะครับ ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.4 บ้านของผมถูกไฟไหม้เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้วในคืนวันลอยกระทงครับ เนื่องจากโคมลอยมาตกใส่หลังคา คือบ้านมีลักษณะเป็นเต้นท์ผ้ายาง เรียงต่อๆกันหลายหลังครับ ก็ถือว่าใหญ่พอสมควรเพราะว่าเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่ว่าภายในก็มีการโบกปูนทำเป็นห้องๆสำหรับออฟฟิศและอยู่อาศัยแน่นหนา ภายในก็จะมีเฟอร์นิเจอร์มากมาย ตั้งแต่โซฟา ตู้ โต๊ะ เตียง ที่นอน ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้และที่นอนกาบมะพร้าวครับ(เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี) ทีนี้ตอนที่โคมลอยมาตก ให้จินตนาการว่ายางโดนเผาครับ มันจะหยด เลยลุกลามรวดเร็วมาก จนไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เสียหายทั้งหมด เหลือเพียงแค่ตู้เซฟ กับรถครับที่ไม่ถูกเผา นี่คือเรื่องย่อ แต่ผมจะขอเล่าถึงเหตุการณ์อย่างละเอียดนะครับ เพื่อสะท้อนจิตใจของผมและครอบครัวว่ามันเป็นอย่างไร ณ ตอนนั้น


เรื่องมีอยู่ว่าผมออกไปงานวันลอยกระทงกับเพื่อนที่ศาลากลางครับ (อ้อ! ลืมบอกว่าบ้านของผมอยู่แถวท่าน้ำนนท์) ก็ไปช่วยแม่เพื่อนขายกระทง เพราะเราว่างๆ กะว่าเสร็จงานจะได้ลอยกระทงกับเพื่อนด้วย กว่าจะแยกกัน กลับมาถึงบ้านตัวเองก็เที่ยงคืนกว่าครับ วันนั้นบอกตรงๆว่าเพลียแล้วคิดว่าคงหลับยาวแน่ๆหลังจากผ่านมาทั้งวัน พอกลับมาถึงเตรียมตัวจะนอน แม่ก็มาทักครับ แกยังไม่หลับ ก็บอกผมว่าอยากลอยกระทง พาไปลอยกระทงตอนนี้ได้ไหม? เพราะแม่ตัดผมตัดเล็บน้องๆใส่กระทงไว้(ตามความเชื่อของแม่) แต่ยังไม่ได้เอาไปลอย เพราะน้องยังเล็ก ไม่อยากพาออกไปตอนคนเยอะๆ กลัวว่าจะอันตราย ตอนนั้นน้องยังแบเบาะครับ ส่วนอีกคนอยู่อนุบาล ผมโตมากเพราะคนละพ่อ // ดูแกไม่สบายใจครับ ถ้าไม่เอาไปลอย แกตั้งใจไว้แล้ว ก็ไม่อยากเอาเศษผมกับเล็บน้องไปทิ้ง ด้วยว่าท่าน้ำมันไม่ได้ไกลมากด้วย ผมเลยพาแม่เดินออกมากันสองคนที่ท่าน้ำนนท์

ตอนนั้นคนซาหมดแล้วครับ หลังจากลอยกระทงเสร็จ เราก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวกัน ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง จากนั้นในขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน ก็เห็นมีคนวิ่งแตกตื่นแล้วตะโกนว่าไฟไหม้ๆ ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ตกใจ เลยมองตาม ก็เห็นฟ้าบริเวณนั้นเป็นสีแดงครับ แม่ก็บอกว่าทางนั้นมันแถวบ้านเราเลย ใจไม่ดีเนอะ ผมก็บอกแม่ว่าอย่าคิดมาก แล้วก็พากันรีบเดินกลับอย่างไว สักพักก็มีคนขี่จักรยานวิ่งสวนมาครับ แล้วตะโกนเหมือนกันว่าไฟไหม้ๆ เราเลยโบกให้เขาหยุดแล้วถามว่าไฟไหม้ที่ไหน? พอเขาตอบว่าร้านเฟอร์นิเจอร์เท่านั้นแหละครับ แม่กรี๊ดเลย แล้ววิ่งนำผมไปอย่างเร็ว

แม่กรี๊ดว่าลูกกูๆ! (ขออภัยถ้าไม่สุภาพนะครับ) ผมรีบวิ่งตามแม่ไป จับมือ แล้วบอกใจเย็นๆ ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก ได้แค่วิ่งไปให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ ประคองแม่ด้วย กลัวแม่จะล้ม เพราะแม่ดูสติแตกแล้ว เราก็กลัวมาก ในใจยังคิดว่าหวังว่าคงยังไม่น่าจะใหญ่โต แต่เปล่าเลยครับ ผิดคาด พอใกล้ถึงบ้านเราก็เห็นคนเป็นร้อย(ไม่เว่อร์นะครับ) มุงรอบบ้านเรา พร้อมกับรถดับเพลิงอีก 3 คัน กำลังฉีดน้ำ ตอนนั้นไฟมันท่วมจนพีคมากแล้ว รัศมีสูงประมาณตึก 3 ชั้น (นี่คือมองจากไกลๆนะครับ ยังไม่ถึง) ตอนนั้นเข่าอ่อน เราสองคนแม่ลูกวิ่งแทรกผลักคนอื่นออกหมดเลย แม่ก็ตะโกนหาน้องเหมือนคนสติแตก ผมก็ด้วยครับ คุมอะไรไม่อยู่เลย จนกระทั่งชาวบ้านรั้งเราทั้งคู่ไว้แล้วบอกว่า เด็กๆออกมากันหมดแล้ว เราถึงหยุดแล้วมันตื้อไปหมด ถามชาวบ้านว่าคนในบ้านอยู่ตรงไหนกัน ก็มีคนพาเราไปเจอน้องๆกับพ่อเลี้ยงครับ นั่งอยู่ริมฟุตบาตไกลๆ มือนึงอุ้มคนเล็ก อีกมือจับคนโต มันทั้งโล่งใจทั้งเศร้าใจ หลายอารมณ์มาก สงบใจได้ไม่ทันถึงนาทีก็ต้องเหลียวกลับไปมองครับ ว่าไฟยังไหม้อยู่

เรากลับไปถามหาสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆจากชาวบ้านครับ ว่าใครอยู่ไหนบ้าง? เพราะอยู่กันเยอะ มีครอบครัวลุงด้วย มีลูกๆ แล้วก็คนงานอีกหลายคน ก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้ทุกคนออกมาแล้ว แต่เห็นว่ามีคนแก่ติดอยู่!! ตอนนั้นหัวใจมันระเบิดเลยครับ นึกได้ว่ามีคุณตาอยู่ด้วย เวลานั้นมันคิดอะไรไม่ทันครับ แล้วทั้งหมดที่เล่าก็รวดเร็วมาก คุณตาของผมเป็นอัมพฤกด้วย ขยับได้แค่ครึ่งตัวด้านขวา ฉะนั้นแกไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แน่ พอแม่ได้ยินอย่างนั้นก็กรี๊ดอีกรอบครับ ทีนี้จะวิ่งฝ่าไฟเข้าไป แกตะโกนเรียกคุณตาว่าพ่อๆ! ผมนี่กอดแม่แน่นเลย แม่ดื้อจะลุยเข้าไปให้ได้ ซึ่งผมมองด้วยสายตาแล้วมันไม่ทันจริงๆครับ ไฟสูงมาก แม้จะยังมีหลายส่วนยังไม่ถูกเผา แต่ว่าข้างในมันต้องเหมือนเขาวงกตไฟแน่ๆ เพราะตู้ เตียง วางเรียงกั้นเป็นทางเดินไว้ แม่ไม่ไหวแน่ถ้าเข้าไป ตัวผมเองก็ด้วย แม่กรี๊ดๆทั้งดิ้นทั้งทุบให้ผมปล่อย ร้องไห้สติแตก ผมก็ไม่ต่างกัน แต่ผมเสียแม่ไปไม่ได้ อยากเข้าไปช่วยตา แต่ต้องตัดใจ ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายมาก เพราะต้องประคองแม่ไว้ ในขณะที่จิตใจของตัวเองก็แย่พอกัน

อยู่ๆลุงของผมก็วิ่งมาจากอีกทางครับ แกวิ่งฝ่าคนเข้ามาพร้อมกับชาวบ้านที่อาสา แล้วอ้อมไปหลังบ้าน ซึ่งเป็นซอกแคบๆติดกับบ้านคนอื่น พอให้เดินได้แทรกเขาไปได้ พวกเขาเอาค้อนทุบๆๆๆกำแพงจนแตกในที่สุด พอกำแพงแตกเท่านั้นแหละครับ ไฟพุ่งฟู่ๆๆออกมาจากช่องเลย แต่ยังพอมองเห็นว่าข้างในยังไม่ไหม้หมดครับ พวกเขาก็เข้าไปในตัวบ้าน สักพักลุงก็แบกคุณตาอย่างทุลักทุเล พยายามจะออกมาจากกำแพงแตกๆ ผมกับแม่ก็ทำได้แค่ภาวนาครับ เข้าไปช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะไฟพวยพุ่งออกมาเป็นระยะ สุดท้ายลุงก็ร้องขอความช่วยเหลือ จนอาสารุดเข้าไปแทน แล้วลุงก็วิ่งหนีออกมาพร้อมกับเนื้อตัวที่ไหม้พองและเยิ้มรุนแรงจากการถูกเผา ลุงไหว้แม่แล้วบอกว่าพี่ไม่ไหวจริงๆ คือทุกคนเข้าใจ แล้วหันกลับไปมองที่เดิม ก็เห็นพี่อาสาแบกคุณตาขี่หลังครับ ดูทุลักทุเลเหมือนกัน เนื่องจากทางแคบและลึกกว่าจะออกมาได้ แล้วคุณตาก็ค่อนข้างตัวใหญ่ ประกอบกับพื้นตรงนั้นเป็นดินโคลนครับ ชุ่มไปด้วยน้ำจากรถดับเพลิงด้วย พี่คนนั้นเลยลื่นหงายหลัง และทำคุณตาหัวฟาดกับพื้น พอพี่เขาลุกได้ก็ไหว้คุณตาบอกว่าผมขอโทษ ผมไม่ไหวๆ แล้ววิ่งออกมาเลยครับ ตอนนั้นคุณตาตะโกนไล่หลังมาว่าคุณหนุ่ม อย่าทิ้งตาๆ คือบอกตรงๆว่าใจจะสลายที่ทำอะไรไม่ได้เลย // พี่อาสาวิ่งออกมาทั้งกราบทั้งไหว้พวกเราครับ ตอนนี้ทั้งตัวพี่เขาเองก็ชุ่มไปด้วยแผลไฟไหม้ครับ เราเข้าใจว่าทุกคนทำสุดความสามารถแล้ว เราสงสารเขาด้วยซ้ำที่เข้าไปเสียงให้ มองกลับไปคือเห็นไฟมันพุ่งๆมาลนคุณตาครับ ในลักษณะที่แกนอนดิ้นๆเหมือนจะขาดใจ ทำได้แค่พยายามสาดน้ำเข้าไปให้ไฟมันดับบ้าง แล้วก็หาทางจะเข้าไปช่วยต่อ เสียงแกแผ่วลงๆ ไฟก็ยังคงสูงและลามอยู่อย่างนั้น มันโหดร้ายมากที่เราทำได้แค่ไม่หลบตา มองดูแกอย่างนั้น พยายามกันอยู่นานกว่าจะสามารถกลับไปช่วยแกได้อีก พอหามคุณตาออกมาได้ก็สายไปแล้วครับ แกไปแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 พ.ย. 14, 23:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากนั้นก็มีรถพยาบาลมาพาคุณตาไปครับ พร้อมกับยืนยันว่าไม่สามารถช่วยแก เราให้ลุงกับพี่อาสาไปกับรถพยาบาลเพราะแผลมันแย่มากครับ // ถึงตอนนี้ไฟก็ยังคงไหม้อยู่ เราเดินหาสมาชิกคนอื่นที่เหลือแล้วพากันมองไฟลุกต่อไปครับ ตัดใจแล้ว ทีมกู้ภัยบอกว่าดับไม่ได้แล้วครับ ตอนนี้เน้นสกัดไม่ให้ลามไปบ้านอื่น ใช่ครับ ในสายตาเรามันก็ดูจะไม่เหลืออะไรให้หวังแล้ว ชาวบ้านมองเราด้วยความสงสาร หาน้ำหาผ้าห่มมาให้ เรากอดกันร้องไห้มองดูไฟเผาทุกอย่าง จนมันแผ่วลงๆ แล้วในที่สุดก็ดับครับ

เวลาประมาณตีห้า บ้านที่เคยมีตอนนี้เหลือแค่ซากตะโกครับ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและแจ้งว่า พบอีกหนึ่งศพ เป็นเถ้ากระดูกในตัวบ้าน ทราบภายหลังว่าเป็นพี่คนงานที่น่าสงสารอีกคนที่เราคุ้นเคยดีครับ แกเป็นคนพิการ หูหนวกเป็นใบ้ คืนนั้นมีงานฉลอง พี่เขาก็คงจะเมาด้วยแล้วคงไม่ได้ยินด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกว่าจะรู้ตัวก็คงสาย นอกจากนี้ยังพบว่ามีโครงเสาเหล็กของเต้นท์ทับหน้าอกแกด้วย สะเทือนใจมากครับ แล้วก็เลยพบหลักฐานของเหตุเพลิงไหม้นี้ ว่าคือซากของโคมลอย ตกอยู่บริเวณที่นอนห้องผม และเป็นห้องต้นเพลิง // เรื่องนี้ขนลุกมากครับ ทำให้ย้อนคิดไปว่าถ้าแม่ไม่ชวนผมออกมา ตอนนี้ผมคงไม่รอด

หลังจากที่เจ้าหน้าที่เช็คทุกอย่าง เราจึงมีโอกาสเดินสำรวจรอบๆ มันน่าเศร้าใจมากครับที่เห็นทุกอย่างเป็นเศษเถ้าถ่าน มันหมดแล้วจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเราสูญไปเท่าไหร่ แต่มันหนักหนาจริงๆ ไม่มีที่ซุกหัวนอน จนต้องไปอาศัยชาวบ้านแถวนั้นอยู่พักใหญ่ ทุกท่านใจดีกับเรามากจริงๆ สภาพเราตอนนั้นมันแย่ที่สุด แต่ละคนเลอะเขม่า หัวฟู รุงรัง คราบน้ำตาเปรอะเหมือนคนบ้า กว่าจะคิดว่าชีวิตมันต้องดำเนินยังไงต่อไปมันใช้เวลามากครับ

ตอนนี้ครอบครัวเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ค่อยๆเริ่มกันใหม่ และมันคงไม่มีทางลืมง่ายๆ เราไม่ได้รับอะไรนอกจากการช่วยเหลือเล็กน้อยจากทางรัฐ เพราะเราทำประกันไม่ได้ครับ ตัวบ้านมันไม่ได้มาตรฐาน(เรื่องนี้ผมไม่แน่ใจรายละเอียด เพราะตอนนั้นยังเด็ก อยากให้ข้ามไปนะครับ) สำหรับทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ ผมอาจจะเขียนน่าเบื่อ ยืดเยื้อ แต่ผมเขียนด้วยความรู้สึกที่มันเจ็บปวดจริงๆ มันโหดเกินไปจริงๆ เชื่อไหมครับ? ว่าพวกเราไม่ได้คิดจะโทษใครเลย กลับโทษตัวเองในหลายๆเรื่อง เพราะเราไม่รู้จะโทษใคร แล้วไม่รู้ว่าโทษแล้วจะได้อะไร ตอนนี้เมื่อมองกลับไป สำหรับผมมันเป็นบทเรียนราคาแพงมาก ผมคิดว่ากว่าจะผ่านมาได้ ทุกคนเข้มแข็งขึ้นมาก ผมคิดว่าผมโตขึ้นเยอะจากเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจนถึงปัจจุบัน


อย่างไรก็ตาม ผมอยากฝากเป็นสิ่งเตือนใจถึงทุกท่านในสังคมนะครับ กรุณาเถอะครับ อย่าให้ใครต้องเจอเรื่องราวแบบนี้เลย ตัวผมเองก็ไม่เคยลอยโคมสักครั้งในชีวิต ผมเลยรู้สึกว่ามันก็ตลกดีที่กลับเป็นฝ่ายมาโดน // สำหรับประเพณี มันเป็นสิ่งสวยงามครับ ผมไม่ขอร้องให้หยุด แต่ผมอยากถามว่า มีสักกี่คนครับ? ที่คิดว่าหลังจากที่เราลอยความทุกข์ของตนไปกับโคมไฟแล้ว หลังจากนั้นมันจะเป็นอย่างไรต่อ? มันจะลอยขึ้นไปสู่ฟากฟ้าไม่รู้ดับ หรือหวังว่ามันคงค่อยๆมอดและล่วงลงอย่างสงบ? หรือเราจะให้ใครเก็บมันหลังจากนั้น? // ผมเชื่อว่าทุกท่านปล่อยโคมด้วยเจตนาอันดีครับ ฉะนั้นผมก็หวังเช่นกันว่าเมื่อท่านได้อ่านเรื่องจริงของผมแล้ว อาจเป็นอุทาหรณ์ที่ท่านจะสามารถนำไปเล่าต่อๆกันได้ // ประเพณีที่สวยงาม ผมเชื่อว่ามันจะยังคงสวยงาม หากผู้ที่สานต่อมีความเข้าใจ และสืบสานคงไว้ให้เหมาะสมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ไม่จำเป็นต้องเลิก แต่ขอให้สานต่ออย่างประณีต อย่าทำไปด้วยฉาบฉวย ขอเท่านี้แหละครับ


ขอบคุณที่อดทนอ่านจนจบครับ :")

ที่มา จากกระทู้คุณสมาชิกหมายเลข 925292 http://pantip.com/topic/32794333

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 00:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเลิกเที่ยวลอยกระทงก็เพราะโคมลอยเนี่ยแหละ
และยามของหมู่บ้านก็เอาโคมลอยมาขายด้วย... (ไม่รู้จักหน้าที่เลยจริงๆ)
ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเลยจริงๆ
ต้องรอให้โคมลอยไปทำให้บ้านทั่นนายกไฟไหม้ก่อนถึงจะคิดได้ว่าควรควบคุมได้แล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สอน
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 08:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โคมลอยอันตรายมากครับ แจ้งตำรวจแล้วทำไรไม่ได้ มีแต่กฏหมายห้ามจุดพลุไฟกับประทัด แต่ไม่ห้ามโคมไฟยิ่งหน่วยราชการตัวดีเลย เปิดงานลอยกระทงปั้งผู้ว่าราชการจังหวัดจุดโคมลอยฟ้าเปิดงานกันเลยเป็นร้อยใบ เคยเตือนประชาชนที่ชอบจุดโคมไฟ พี่ต้องเขียนชื่อตนเองที่โคมไฟ เวลาบ้านไฟไหม้จะได้รู้ว่าเป็นโคมไฟที่ตัวเองจุดลอยขึ้นไป เขาบอกโหพูดแรงนะ ก็บอกจริงๆนะชาวบ้านเขาเดือดร้อน มันหล่นใส่หลังคาบ้านมันสูงมองไม่เห็นด้วย หากเห็นทันก็เอาไม่เขี่ยให้ร่วงจากหลังคา ตอนกลางคืนไม่ต้องหลับนอนคอยดูโคมโฟร่วงใส่หลังคาบ้านกันทั้งหมู่บ้าน คอยเอาไม้ยาวๆเขี่ยออก คลังสรรพาวุธทหารก็ต้องคอยระวังไม่ให้โคมไฟร่วงใส่คลังอาวุธกัน เดือดร้อนกันไปทั่วไม่มีประโยชน์ครับ โคมบางอันจุดตรงนั้นได้สักพักก็ร่วงใส่หลังคาบ้านคนแถวนั้นแล้วบ้านไม้ก็ซวยลำบากหน่อยบ้านตึกหลังคากรเบื้องก็ยังพอทนได้ บางจังหวัดต้องมีรถดับเพลิงคอยวิ่งฉีดน้ำใส่หลังคาบ้านที่โคมร่วงใส่เลยครับ เวรกรรมครับ ออกกฏหมายยกเลิกเถิดครับไม่มีผลดีตรงไหนเลยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 08:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 ฟังแล้วหดหู่ตามไปด้วย เสียใจด้วยนะคะ เราก็คนนึงที่เคยคิดจะขายโคมลอยในวันลอยกระทง แต่ก็กลัวจะไปทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน
แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนจุดโคม แต่ก้เปนคนขาย เพราะฉะนั้น เราจึงไม่..ไม่..ไม่
ขายเด็ดขาด..........

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
kluay
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ กับ จขกท แต่ผมคิดต่างนะเทศกาลประเพณี มันมีกี่ร้อยปีอย่าไปเกลียดมันเลย คนเรานี่ละที่ไปหาเรื่องวัตถุทั้งๆที่คนเรานี่ละที่ประมาทเอง เทศกาลมีไม่กี่วันเองอีกอย่างทุกอย่างไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ้นหรอกครับมันเกิดได้ทุกที่ ขอให้มีสติว่ามันเกิดขึ้นจากน้ำมือ มนุษเราหรือประเพณีที่สวยงามกันแน่ อย่าไปโทษโคมเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ฟ้า77
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 10:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันตราย มากเลย วันลอยกระทง กังวัลว่าบ้านจะไฟไหม้ไหม เพราะมีญาตห่าง เขาสูญเสียพ่อ และญาติ และท่ีทำมหากิน หมดตัวแถมเป็ฯหนี้ ควรเลิกไปเลย เพราะไม่มีคนมารับผืดชอบน่ะ สงสาร มากคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผ่านไป
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็เคยลอยนะ สวยดี คือมีคนบอกว่า เดี๋ยวลอยๆ ไปมันก็จะดับก่อนตกลงมา (ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงขยะเท่าไหร่)

แต่มีอยู่หนนึง มีโคมลอยมาติดต้นไม้หน้าบ้าน ก็เลยรู้แจ้งขึ้นมาว่า มันไม่ได้ดับจริงนี่หว่า .. งี้ถ้าไปลงบ้านใครเขาหลับๆ อยู่ลุกขึ้นมาดับไม่ทัน หรือไปติดเสาไฟฟ้าที่ไหนจะซวยกันหมด

จากนั้นก็ไม้เคยคิดจะลอยอีกเลยกลัวจะทำบาปไม่รู้ตัว

เพื่อนที่ตจว. ก็บอกว่า บางทีโคมมันลงตามไร่ชาวบ้านเขากำลังจะเก็บเกี่ยวจนวอดวายหมด.. น่าสงสารอ่ะ

สมัยก่อนพื้นที่โล่งมันเยอะกว่านี้ จำนวนคนลอยก็ไม่เยอะขนาดนี้เลยลอยได้มั๊ง เราว่าประเพณีอะไรไม่เหมาะกับยุคสมัยแล้ว ก็คงต้องงดเว้น หรือปรับกันไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ผ่านแล้วอ่านหน่อย
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 11:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เอ่อ....อย่าหาว่าโลกสวยหรืออะไรเลยนะครับ

แล้วตรงไหนที่ว่า โคมลอยทำไฟไหม้อ่ะ หาไม่เจอ



แล้วก็เลยพบหลักฐานของเหตุเพลิงไหม้นี้ ว่าคือซากของโคมลอย ตกอยู่บริเวณที่นอนห้องผม และเป็นห้องต้นเพลิง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กระดาษทราย
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 12:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เฮ้อ!! บางคนอ่านไม่ละเอียด อ่านไม่เจอว่าโคมไฟทำให้ไฟไหม้ได้อย่างไร คงต้องรอให้บ้านเขา ญาติเขาโดนโคมตกใส่ก่อน จึงจะเข้าใจ ปี 2556 ใน กทม.ก็มีข่าวโคมลอยตกใส่หลังคารถที่วิ่งบนทางด่วน โชคดีว่าไฟไหม้แค่หลังคานิดหน่อย ถ้าโชคร้าย ไม่อยากจะจินตนาการเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อ๊อฟ
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันเป็นประเพณีมาหลายร้อยปี และก็เป็นของหมู่เฮาชาวเหนือ ภาคอื่นๆ ที่เห็นว่าอันตรายก็ไม่ควรนำไปปฏิบิติตาม ส่วนเครื่องบิน ไม่ต้องมาลงช่วงลอยกระทง หมู่เฮาก็ไม่เดือดร้อน เราอยู่มาได้หลายพันปีโดยไม่มีเครื่องบิน ไม่พอใจก็ยกเลิกสนามบินไปเลย ใครอยากมาแอ่วก็มารถโดยสาร พวกเฮาก็ยินตีต้อนฮับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ กับ จขกท แต่ผมคิดต่างนะเทศกาลประเพณี มันมีกี่ร้อยปีอย่าไปเกลียดมันเลย คนเรานี่ละที่ไปหาเรื่องวัตถุทั้งๆที่คนเรานี่ละที่ประมาทเอง เทศกาลมีไม่กี่วันเองอีกอย่างทุกอย่างไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ้นหรอกครับมันเกิดได้ทุกที่ ขอให้มีสติว่ามันเกิดขึ้นจากน้ำมือ มนุษเราหรือประเพณีที่สวยงามกันแน่ อย่าไปโทษโคมเลย

ประเพณี มีได้ ค่ะ แต่ ต้องเล่นให้ พองาม เหมาะกับสถานที่ และ สภาพ แวดล้อมค่ะ เมื่อก่อน เค้าจุดกลางทุ่งค่ะ ไม่ใช่กลางเมือง บ้าน คนเยอะขึ้นรอบตัว ไม่ลงหลังคาบ้าน ของคุณ คุณ คงไม่เดือดร้อน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 18:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณคนผ่านมาความเห็นที่โดนลบไปแล้วน่ะคุณอ่านให้หมดให้ละเอียดสิจะได้ฉลาดเป็นเป็นคนรุ่นใหม่หัดทำตัวใหม่ได้แล้วอย่าทำตัวเป็นคนอ่านไม่เกิน8บรรทัดต่อปีนะครับประเทศชาติจะได้เจริญกับเขาบ้าง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 20:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ห้ามไม่ได้ มันเป็นประเพณี มันเซลฟี่สวยดี มันได้เงินท่องเที่ยว เอางี้ไม๊ คนทำโคมลอย พลุ ดอกไม้ไฟ บั้งไฟ ลงขันกันทำประกันไม๊ ถ้าอุปกรณ์สร้างสนุกเหล่านี้ทำความเสียหาย ต้องชดใช้ไม๊ แล้วบวกค่าเบี้ยประกันเข้าไปในราคาด้วย ไม่แน่นะ อาจได้ใช้เครื่องบินเป็นลำๆ คนตายทีละ 2-3 ร้อยคน เผลอๆแถมพ่อแม่ลูกเมียตายไปด้วยก็ได้ อย่างว่า ตายไม่ว่า ชิหายไม่เป็นไร ขอให้สนุกไว้ก่อน มันเป็นประเพณีง่ะ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 3 พ.ย. 14, 20:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตั้งแต่เล็กมาก็ลอยแค่กระทง โคมลอยนี่เลียนแบบประเพณีความเชื่อทางเหนือมากกว่าค่ะ แต่ที่นั่นสมัยก่อนคงปลอดภัยเพราะมีประชากรน้อยไม่หนาแน่น แต่เอามาที่เมืองหนาแน่นแบบกทม. และปริมณฑลไม่น่าจะเหมาะค่ะ. แต่ปีนี้ใครลอยโคม ตำรวจจับได้นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
jjj
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 07:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดี่ยวนี้กลับไม่ใช่ประเพณีแล้ว เกือบทุกเทศกาล พ่อค้าแม่ค้าตัวดี วางขายกันทุกเทศกาลทุกจังหวัดมีขายหมด พวกคุณนำมาขายเพื่อสร้างกำไรให้ตัวเอง ส่วนคนที่ซื้อขายปล่อย หยุดเถอะครับมีหลายชีวิตกับอีกหลาย ๆ ครอบครัวที่เขาต้องเดือดร้อนจากการกระทำที่สิ้นคิด หยุดหล่อยโคมลอยเถอะครับ ต้องให้บ้านให้พวกคุณ ๆ ที่ปล่อยหรือขายโคมลอยโดนไฟไหม้ หรือเกิดความสูญเสียกับคนในครอบครัว พวกคุณถึงจะหยุดกันอย่างจริงจัง โคมลอยไปตามกระแสลมเราไม่รู้ว่ามันจะหล่นไปตกที่ใด แต่ที่แน่ๆ ยุคสมัยเปลี่ยนเราไม่มีพื้นที่โล่งอีกแล้วมีแต่บ้านเรือน มาช่วยกันรณรงค์เลิกซื้อ เลิกปล่อยโคมกันเถอะครับ มันอาจแลดูสวยรู้สึกดีเวลาปล่อยสนุก
แต่ผลลัพธ์หลังจากนั้นคุณกำลังคิดเผาบ้านเรือนคนอื่นอยู่ หากท่านใดเลิกซื้อเลิกปล่อยผมก็ขออวยชัยให้ครอบครัวท่านมีความสุข แต่หากท่านใดยังซื้อยังปล่อยขอให้ภัยภิบัตินั้นย้อนมาสู่ตัวท่านเทอญ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
4711
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 10:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในเมื่อคุมไม่ได้ ก็ออกมาตรการให้ร้านที่ทำโคมลอยขาย ติดระหัสของแต่ละร้านทีผลิตโคมขาย ถ้าไปตกบ้านใครและทำใหหหหหหห้เขาเสียหายก็ให้ร้านนั้นที่ทำชดใช้ค่าเสียหายไป เพราะห้ามผลิตแล้วไม่เชื่อ แต่ถ้าชาวบ้านเป็นทำโคมเองก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย ติดคุก5ปี ไปเลย คนเขาจะได้หายเดือดร้อนสักที

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ฟ้า22
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 10:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นคาตาเลยค่ะ ในวัด ไหม้ต้นไม้ ดีน่ะท่ีรีบไปดับไม่งั้นเสัยหายมากเลยทำลายของๆๆของวัด จะทำบาปโดยไม่รู้ตัว ผู้จัดงานต้องรับผิดชอบ ความเสียหายนะ และเรื่องท่ีน้องเขาลงมานี้ของยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงๆๆๆ เพราะตัวเองก็ไปงานศพของคูรตาท่านนี้ เคยโทรไปบอกว่าอย่าจุดโคมลอยเลยมันทำให้เกิดเพลิงไหม้ แต่สุดท้ายกับว่า มีเพิ่มมากกว่าเดิมอีกน่ะ กระทรวงมหาไทยควรเข็มงวดให้มากๆๆจักขอบพระคุณอย่างสูง น่ะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เสียใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 10:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 โคมลอยหน่ะ ไส้เทียนเค้าทำมาจากกระดาษเอาไปชุบไขขี้ผึ้ง เคยเห็นเค้าทำ เอากระดาษ 1 ม้วน มาตัดแบ่งให้ได้ 3 ท่อน แล้วนำไปชุบน้ำขี้ผึ้งที่หลอมละลายอยู่บนเตา ชุบเสร็จนำมาตากให้แห้ง แล้วนำไปเป็นส่วนประกอบของโคมลอย มันต้องชุบให้หนา ๆ ให้อยู่ได้นานที่สุด เพราะมันต้องลอยอยู่บนท้องฟ้าให้ลมพัดไปพัดมา แล้วแต่บ้านไหนจะเจอแจ๊กพล็อต มันตกลงไปใส่หลังคา ถ้ามันดับแล้วก็รอดแต่ถ้ามันไม่ดับเสร็จ เคยมีคนที่ไม่รู้เรื่องโดนโคมลอยตกใส่บ้านไหม้มาหลายคนแล้ว พวกคนที่ลอย ๆ กัน เคยคิดถึงบ้างไหมว่าจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไฟไหม้บ้าน ไหนจะเครื่องบินอีก เทศกาลหน่ะ บางอย่างมันก็ต้องดูยุคสมัยด้วยว่าสมควรทำไหม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เสียดาย
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 12:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในชีวิตไม่คิดจะลอยโคมเลย

น่าจะให้เขียนชื่อ สกุล เบอร์โทร ติดรอบๆโคม เพื่อเวลาโคมไปตกใส่ทรัพย์สินผู้อื่นแล้วทำให้ทรัพย์สินเสียหาย จะได้ตามเอาผิดกับผู้ปล่อยโคมได้ นะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เป็นห่วง
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 12:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ออกกฎอัยการศึก ว่าใช้อาวุธอันตรายเหนือน่านฟ้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เพื่อนเคย
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เห็นเพื่อนปิดตามาเรียน เราก็ถามว่าเป็นอะไร เพื่อนบอกไปลอยโคมแล้วโคมไฟไหม้ ตอนลอยขึ้นไป เป้นจังหวะที่แหงนหน้าไปดู น้ำมันที่ใส่ไว้ในถ้วยเล็กๆเพือให้ไส้เทียนติด หยดลงมา ใส่ ขอบตาล่างพอดี เพื่อนบอกโชคดีมากๆ ที่ไม่หยดเข้าตา แต่ก็ต้องรักษาอีกเป็นเดือนกว่าแผลจะหาย น่ากลัวจริงๆโคมลอยเนี่ย q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ต้องจับ
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 4 พ.ย. 14, 16:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ตำรวจก้อจับมันดิ ลอยโคมยื่เป้งมันวัดทะนะทำชาวเหนือ คนเมืองในภาคกลางทะลิ่งเอามาลอยเล่นได้ไง ผิดที่ผิดทาง ไฟไหม้มาทำไง ตำรวจไม่จัดการเองต่างหาก สมแล้วเหรอ ปล่อยให้มาลอยในกทม ต้องจับ เพราะมันไม่ใช่ที่ทางถุกกาละเทสะ มันมั่วกันไงจับๆๆๆๆตำรวจอย่าบื้อออออ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จัดไป
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 5 พ.ย. 14, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปะเพนีทางเหนือ ภาคอื่นมันมามั่วกันใหญ่แล้ว อย่างที่พุทธมนทลทำไปได้ไงโคมลอย แล้วก้อในเมืองกทม อีก ตกบ้านใครก้อโชคดีกันทั้งซอยละคับ ลอยกะทงปีนี้ชุมชนไหน จะโชคดีได้ที่อยุ่ใหม่กันบ้างนะ คริคริคริ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 9 พ.ย. 14, 22:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เสียใจด้วยจริงๆค่ะ อ่านแล้วเสียใจและหดหู่ตาม
เรากลับมาจากญี่ปุ่นวันลอยกระทงพอดี ลงจากสนามบิน (สุวรรณภูมิ)เห็นโคมลอยเกือบ40 อัน ลอยอยู่

ตกใจเหมือนกันว่า เค้าออกกฎหมายห้ามแล้ว ทำไมยังมีลอยเยอะแยะเลย

ออกเป็นกฎหมายห้ามแล้ว อย่าลืมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อนวันลอยกระทง จะได้ทราบกันทั่วๆๆ ว่าผิดกฎหมาย นะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม