หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ขับรถฝ่าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย  (อ่าน 649 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 1 พ.ย. 14, 11:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ ผู้ขับขี่หลายคนคงรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย และยังต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว แต่จะให้จอดรถรอฝนหยุดตก คงรอนานแน่ๆ จะทำยังไงถ้าฝนยังตกไม่มีแววจะหยุดวันนี้มีเทคนิคง่ายๆ ช่วยให้คุณขับรถฝ่าฝนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยมาฝาก




1. อย่าขับชิดคันหน้าเกินไป

ขณะฝนตกจะมองอะไรได้ไม่ชัดเจน บวกกับถนนเปียกลื่น ไม่ควรใช้ความเร็วสูง และที่สำคัญไม่ขับชิดคันหน้าจนเกินไป ควรทิ้งระยะห่างจากการขับในสภาพปกติ 10-15 เมตร เพื่อความปลอดภัย หากขับชิดเกินไปและมีการเบรกกระทันหัน รถยนต์ที่ตามหลังจะไม่สามารถใช้เบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งละอองน้ำที่ดีดจากรถยนต์คันหน้ายังทำให้การมองของผู้ขับรถยนต์ที่ตามมาด้านหลังไม่ชัดเจน



2. ชะลอความเร็วเพื่อความปลอดภัย

ในกรณีที่ฝนตกหนัก ไม่ควรใช้ความเร็วสูงด้วยเช่นกัน จากการทดสอบในช่วงฝนเริ่มตกจนถึง 10 นาทีแรกค่าความต้านทานต่อการลื่นไถลของผิวถนนจะลดต่ำลงมาก เพราะน้ำฝนจะไปชะล้าง คราบดินหรือฝุ่นละอองที่อยู่บนถนนคล้ายกับมีการละเลงโคลนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย



3. เปิดไฟเพิ่มความปลอดภัย

แม้ช่วงฝนตกจะเป็นเวลากลางวัน แต่บ่อยครั้งสภาพอากาศในช่วงเวลาที่ฝนตกมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ประสิทธิภาพในการมองของผู้ขับลดลง การเปิดไฟคู่หน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตนเอง และเพื่อนร่วมทาง เพราะจากทัศนวิสัยที่ไม่ชัดเจนผ่านการมองกระจกทั้งมองข้าง และมองหลัง ซึ่งมักมีเม็ดฝนเกาะ อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหน้าไม่สามารถสังเกต เห็นรถยนต์ที่ตามมาด้านหลังได้ การเปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง



4. ใช้น้ำฉีดกระจกเพื่อมองทาง

ช่วงที่ฝนตกปรอยๆ หรือหลังฝนหยุดใหม่ๆ น้ำที่กระเด็นจากการดีดของล้อรถคันหน้ามีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน เมื่อกระเด็นมาเกาะที่กระจกบังลมหน้าของรถยนต์คันหลัง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยได้ชัดเจน แม้ใช้ก้านปัดน้ำฝนก็ไม่สามารถกวาดได้อย่างหมดจด ต้องใช้น้ำฉีดกระจก ช่วยชะล้างคราบโคลน ผู้ขับควร ตรวจสอบระดับของน้ำในกระป๋องอยู่เสมอ แต่ข้อควรระมัดระวังคือไม่ควรฉีดน้ำในขณะขับด้วยความเร็วสูง



5. ไม่เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหนัก

บ่อยครั้งที่ฝนตกหนักจนมองทางข้างหน้าไม่ชัดเจน ผู้ขับจึงไฟฉุกเฉินด้วยความหวังดี เพราะต้องการให้รถยนต์ที่ตามมาข้างหลังมองเห็นได้ชัดเจน แต่ในความจริงแล้วเป็นการรบกวนสายตา ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้ขับคันหน้าต้องการเปลี่ยนช่องทาง จะทำให้ผู้ขับที่ตามมาข้างหลังไม่ทราบเพราะมีไฟกะพริบทั้ง 4 มุม แค่เปิดไฟต่ำก็เพียงพอแล้ว


การเดินทางในขณะฝนตกก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยควรตรวจเช็คสภาพรถ และประกันรถยนต์ด้วย หากประกันรถหมดอายุ ควรรีบต่อประกันโดยด่วน หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถต่อประกันออนไลน์กับไดเร็คเอเชีย สามารถคุ้มครองได้ทันที อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทางที่ดีไม่ควรประมาทกับเรื่องเล็กๆ น้อย เท่านี้ทุกการเดินทางก็อุ่นใจได้เลย


Cr. http://board.postjung.com/821153.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1 พ.ย. 14, 11:45 น โดย parkoa » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม