หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วิธีการทำสมาธิแบบพระอาจารย์มั่น  (อ่าน 3523 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

วิธีการทำสมาธิแบบพระอาจารย์มั่น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกัมมัฏฐาน



เกิด 20 มกราคม พ.ศ. 2413
อุปสมบท 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436
มรณภาพ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492
พรรษา 56
อายุ 79
วัด วัดป่าสุทธาวาส
จังหวัด สกลนคร
สังกัด ธรรมยุติกนิกาย
ตำแหน่งทางคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง (จังหวัดเชียงใหม่)
พระครูวินัยธร ฐานานุกรมของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)

ประวัติ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต) หรือที่นิยมเรียกด้วยความเคารพว่า “หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต” (20 มกราคม พ.ศ. 2413—11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492) เป็นพระภิกษุชาวไทยสายธรรมยุตชื่อดังในประวัติศาสตร์พระกรรมฐานไทย เมื่อท่านเป็นพระภิกษุ ได้ปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยวางแนวทางในการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนาตามหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้า แก่ประชาชน ทำให้ท่านมีพระสงฆ์และฆราวาสเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก จึงทำให้แนวคำสอนของท่านเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นคำสอนพระวัดป่า (สายพระอาจารย์มั่น) หลังจากท่านมรณภาพลง ในปี พ.ศ. 2492 ยังคงมีพระสงฆ์ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านสืบต่อแนวปฏิบัติของท่านสืบมา โดยลูกศิษย์ของท่านเรียกว่า พระกรรมฐานสายวัดป่า หรือ พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านได้รับยกย่องจากผู้ศรัทธาให้เป็น พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่า สืบมาจนปัจจุบัน

ภูมิหลัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชื่อเดิมคือ “มั่น แก่นแก้ว” ท่านเกิดที่บ้านคำบง อำเภอโขงเจียม (ปัจจุบันคือ อำเภอศรีเมืองใหม่) จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนายด้วง และนางจันทร์ แก่นแก้ว และได้อุปสมบทในธรรมยุติกนิกายเมื่ออายุ 22 ปี ในปี พ.ศ. 2436 ณ วัดเลียบ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2436 โดยมีพระอริยกวีเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสีทา ชยเสโน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูประจักษ์อุบลคุณเป็นพระอนุสาวนาจารย์

ก่อนหน้านี้หลวงปู่มั่นได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ 15 ปี ณ วัดบ้านคำบง เมื่อบวชได้ 2 ปี บิดาขอร้องให้ลาสิกขาเพื่อช่วยการงานทางบ้าน จิตท่านยังหวนคิดถึงร่มผ้ากาสาวพัสตร์อยู่เนืองนิจ เพราะติดใจในคำสั่งของยายว่า “เจ้าต้องบวชให้ยาย เพราะยายก็ได้เลี้ยงเจ้ายากนัก” ครั้นอายุได้ 22 ปีจึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้เข้าฝึกปฏิบัติธรรม ในสำนักวิปัสสนากับหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ณ วัดเลียบ จ.อุบลราชธานีจนกระทั่งท่านได้ออกจาริกเดินธุดงค์ตามสถานที่ต่างๆ เมื่อออกพรรษา แล้วไปศึกษาธรรมะจากพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) แห่งวัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร แล้วออกจาริกไปอีกหลายที่หลายแห่ง จนกระทั่งถึงที่ถ้ำไผ่ขวาง น้ำตกเขาสาริกา จ.นครนายก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชีวิตสมณะ การแสวงหาธรรม และปฏิปทา

ประมาณปี 2450 – 2453 ท่านได้จาริกไปทางจังหวัดลพบุรี ไปพักอยู่ที่เขาพระงามบ้าง ถ้ำสิงโตบ้าง ต่อมา ท่านได้ไปพักอยู่ที่ถ้ำสาริกา จ.นครนายกนี่เอง ท่านได้ประสบเหตุการณ์ต่าง หลายประการ และเป็นที่ติดใจท่านมาตลอด คือ ขณะที่ท่านไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับถ้ำมากกว่าหมู่บ้านอื่น ๆ ท่านวานให้ชาวบ้านพาไปส่งที่ถ้ำดังกล่าว เพราะไม่รู้จักทาง ชาวบ้านเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับถ้ำนั้นให้ฟัง พร้อมกับนิมนต์ให้เลิกล้มความต้งใจที่จะไปถ้ำนั้นเสีย แต่ท่านบอกว่า ท่านไม่กลัว ท่านทดลองพักดู

ขณะที่พักที่ถ้ำสาริกาแห่งนี้ในระยะเดือนแรกๆ ท่านรู้สึกปรกติดี จิตใจสงบ ไม่มีอะไรพลุกพล่าน พอดีคืนต่อๆมา ท่านรู้สึกว่าโรคเจ็บท้องที่เคยเป็นประจำชักกำเริบ และมีอาการรุนแรงขึ้นตามลำดับ แต่ด้วยอาศัยด้วยเหตุว่าท่านได้บำเพ็ญบารมี (กำลังใจในการปฏิบัติที่สั่งสม) ไว้มากในพระบวรพุทธศาสนา ท่านจึงตัดสินใจออกไปนั่งสมาธิ พิจารณาธรรม แยกธาตุขันธ์ เจริญอสุภะกรรมฐาน จนกระทั่งจิตเกิดความอ้ศจรรย์ สามวันสามคืน แม้กระทั่งเม็ดทราย พอจิตของท่านอิ่มตัวจากการประพฤติปฏิบัติ ได้เกิดนิมิตลูกสุนัขปรี่เข้าไปดูดนมแม่สุนัข ท่านจึงได้เกิดความสงสัยว่า “ในการพิจารณาขั้นนี้ที่จิตรวมในการพิจารณาแล้ว ไม่น่าจะมีนิมิตแล้ว” เพราะนิมิตจะเกิดจากการปฏิบัติสมาธิที่ยังไม่เป็นวสี (ยังไม่ชำนิชำนาญ) เมื่อท่านเกิดความสงสัย จึงได้พิจารณาจนได้ความว่า ลูกสุนัขที่ได้กระทำการดูดนมแม่หาใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวท่านเองที่เสวยอัตภาพมาตลอด 500 ชาตินั้นเองจึงได้เกิดความสลดสังเวชใจ จึงนำสิ่งที่ได้พบได้เห็นมาพิจารณาธรรมในข้อที่ว่า “กายะ ทุกขัง อริยสัจจัง”คือว่าพิจารณาว่ากายเป็นทุกข์ ไม่ทำให้เกิดความสุขให้เรา แต่ต่อมาท่าเกิดความรู้สึกกังวล จึงใช้ญาณตรวจดูเกิดพบว่าท่านเคยปรารถนาพุทธภูมิ (ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า) จึงค้นลงไปอีกว่าปรารถนาตอนไหน พอเห็นว่าปรารถนาเมื่อสมัยสมัยพระศาสนาของพระพุทธโคดม จึงเห็นว่าเป็นการเนิ่นช้า ท่านเล่าอีกว่าจึงถอนความปรารถนานั้น มุ่งมั่นความพ้นทุกข์ในปัจจุบันชาติ จนเกิดเหตุในนิมิตว่ามียักษ์ตนหนึ่งจะเข้ามาทำร้าย แต่ไม่สามารถทำร้ายท่านได้ จนยักษ์ได้ยอมแพ้ จึงอันตรธานหายไป ในกาลเวลาต่อมาจิตท่านจึงรวม เห็นว่าโลกใบนี้ราบเลียบเตียนแล้ว เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เสมอกัน

ต่อมาท่านขึ้นไปที่ภาคเหนือจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวง 1 พรรษาได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เป็นพระครูวินัยธร และพระอุปัชฌาย์ ขณะนั้นท่านจึงจำใจรับตำแหน่ง เพราะเห็นแก่ท่านเจ้าคุณอุบาลี ผู้นิมนต์ที่เป็นอาจารย์ของตน ขณะที่กำลังอาพาธเป็นโรคมะเร็งที่กระดูกตรงขา แต่ต่อมาท่านจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะเป็นเจ้าอาวาส โดยท่านรำพึงในใจว่า"หากเรายังรับตำแหน่งอยู่ต่อไป ลาภสักการะอาจจะฆ่าการปฏิบัติของเรา อันเป็นเหตุแห่งการฆ่าการประพฤติปฏิบัติก็เป็นได้" ท่านจึงได้สละตำแหน่ง หนีธุดงค์เข้าป่า อาศัยอยู่ตามดอยมูเซอ ถ้ำเชียงดาว ถ้ำพวง ฯลฯ แล้วออกไปพำนักตามที่วิเวกต่างๆ ในเขตภาคเหนือหลายแห่ง เพื่อสงเคราะห์สาธุชนในที่นั้นๆ นานถึง11ปี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จนในปี พ.ศ. 2478 ท่านบรรลุธรรมชั้นสูงสุดที่ ถ้ำดอกคำ ตำบลน้ำแพร่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นท่านได้ธุดงค์ไปยังดอยนะโม ท่านได้พูดกับลูกศิษย์คือ หลวงปู่ขาว อนาลโย ว่า “ผมหมดงานที่จะทำแล้ว ก็อยู่สานกระบุงตระกร้า พอช่วยเหลือพวกท่านและลูกศิษย์ลูกหาได้บ้างเท่านั้น” ต่อมาท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ได้นิมนต์ท่านให้นิวัติกลับภาคอีสาน โดยท่านได้อาศัยรถไฟสถานีเชียงใหม่ ลงที่นครราชสีมา โดยพำนักที่วัดป่าสาลวัน แล้วลงจำพรรษาที่วัดป่าบ้านนามน ต.นาใน จ.สกลนคร พอพระภิกษุเข้ามาอยู่ศึกษากับท่านมาเข้า ท่านจึงดำริว่าจะย้ายที่จำพรรษาไปวัดป่าบ้านหนองผือ จ.สกลนคร พอเข้ามาลงหลักปักฐานที่วีดป่าบ้านหนองผือเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ทุ่มเทสอนอุบายการหลุดจากความยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งทั้งปวง แก่ลูกศิษย์โดยอุบายทางตรงแลทางอ้อม โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย



ที่มา: http://www.pranamo.com/ประวัติหลวงปู่มั่น/

http://www.youtube.com/watch?v=d_AHW5TT1Ks


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วิธีการทำสมาธิแบบพระอาจารย์มั่น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 5 ก.ค. 14, 23:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบุญแห่งกุศลในการทำเพื่อส่วนรวมนี้ จงแผ่เมตตาแก่ลูกศิษย์ของพระอาจารย์ทุกๆคนทั่วประเทศและทั่วโลกด้วยเทอญ...สาธุ...สาธุ...สาธุ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 00:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภาพด้านบนเป็นกุฏิของพระอาจารย์มั่นครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 07:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครเคยไปปฏิบัติธรรมที่กุฏินี้บ้างครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 19:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลวงปู่มั่น

อ.เทวฤทธิ์ อยู่สุนทร ก่อนที่จะมาทำงานด้านนี้ ได้ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่นอยู่เสมอทุกวัน เป็นเวลานานสามถึงสี่เดือน เพื่อเรียนรู้ธรรมะ หลวงปู่ท่านจะมารับอ.ในช่วงกลางคืนประมาณสี่ทุ่ม และมาส่งอ.ในเวลาหกโมงเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตรงเวลาเสมอ ในเวลานั้นอ.เทวฤทธิ์ได้แต่เรียกท่านว่าลุงๆ เพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่นในตอนนั้น และท่านไม่ได้นุ่งห่มจีวร ท่านใส่ชุดขาว แบบผู้ปฏิบัติธรรม พูดจานุ่มนวลเรียบร้อย ท่านใจดี พา อ.เทวฤทธิ์ ไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งอ.ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในโลกมนุษย์ จนกระทั่งมาเห็นรูปหลวงปู่มั่นในรูปภาพที่ติดตามฝาผนัง จึงทราบว่าคุณลุงที่มารับ มาส่งทุกวัน ที่แท้ก็คือหลวงปู่มั่นนั่นเอง จึงอยากจะเล่าประสบการณ์ที่อ.ได้พบเห็นมา เพื่อแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจทุกท่านทราบ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 19:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นิมิตที่ได้พบเห็นในชีวิต อีกครั้งหนึ่ง...



เรื่องราวอ.เทวฤทธิ์ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่น (พ.ศ. 2539)

อ.เทวฤทธิ์ถอดจิตออกไป ก็พบท่านมารออยู่ เหมือนรอพบมานานแล้ว ช่วงแรกที่พบหลวงปู่มั่น ท่านได้พาไปนั่งปฏิธรรมกรรมฐานที่กุฎิของท่าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นดี อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย และมีบ่อน้ำอยู่ข้างกุฎิ ถอดจิตมาครั้งใด ก็จะมาพบท่านที่สถานที่แห่งนี้

พบพระทองคำองค์ใหญ่ นับร้อยองค์ในน้ำ

หลัง จากนั้นสองสามหลังจากได้ปฏิบัติธรรมเสร็จแล้ว หลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูพระพุทธรูปทองคำ(แท้)อยู่ใต้น้ำ มีเป็นร้อยองค์ เรียงรายเป็นแถวยาวเป็นสองแถว แสงพระอาทิตส่องเป็นเงาระยิบระยับอยู่ใต้น้ำ มีขนาดสูงเท่ากับหลวงพ่อที่วัดไตรมิตร หรือสูงประมาณเท่ากับพระประธานวัดซำปอกง อยู่ในบ่อลึก ท่านบอกว่าบ่อนี้เป็นบ่อธรรมชาติ ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ ซึ่งไม่มีใครได้เคยพบเห็นมาก่อน มีเธอเป็นคนแรกที่ลุงพามาที่นี่ เดี๋ยวลุงจะพาเธอดูสิ่งแปลกๆในนี้ ในโลกมนุษย์ไม่มี .... เห็นปลาแหวกว่าย เป็นปลาสมัยโบราณ ตัวใหญ่ๆ มีหลายสี (สีขาว, เทา,น้ำตาล,แดง, ฟ้า,ม่วง,เขียว,น้ำเงิน,เหลือง) ซึ่งสูญพันธุ์ไปนานแล้ว นอกจากนั้นยังมีปลาลักษณะคล้ายปลาบึก หลวงปู่บอกว่าปลาพวกนี้ดูแลพระทองคำ ถ้าคนดีมา ปลาก็จะเป็นมิตรไม่ทำร้าย แต่ถ้าคนไหนคิดไม่ดีเข้ามาในนี้ ปลาก็จะทำร้าย ดินแดนแห่งนี้เป็นแดนสนทยา เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นหลวงปู่มั่นได้บอกให้อ.เทวฤทธิ์ลองเอามือไปแตะที่องค์พระ อ.ได้แตะที่ฉัตร และที่บ่าขององค์พระ สัมผัสแล้วเย็นมาผมรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวเหมือนกับแตะน้ำแข็ง ท่านบอกว่าพระทองคำมาอยู่ที่นี่นานแล้วหลายร้อยปี เป็นพระศิลปะแบบสุโขทัย ท่านไม่ได้บอกที่มาที่ไป ว่าใครเป็นคนสร้าง แต่บอกว่าไม่มีใครพบเห็นมาก่อน สักวันหนึ่ง จะมีผู้ที่มีบุญบารมีมาพบ พระเหล่านี้ก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้ง อ.เทวฤทธิ์รู้สึกปลื้มปิติที่ได้มาพบเห็นสิ่งมหัศจรรย์ ณ ที่แห่งนี้ ดูเสร็จแล้ว มาก็มานั่งฝึกปฏิบัติธรรม เป็นเช่นนี้ทุกวัน หลวงปู่มาส่งอ.เข้าร่างตอนหกโมงเป็นประจำทุกวัน เพื่อ อ.จะได้ส่งลูกไปโรงเรียนทุกเช้า เป็นเวลาหลายเดือน อ.ยังไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย แม้แต่คนในครอบครัว มาเปิดเผยเรื่องพระทองคำที่นี่เป็นครั้งแรก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 20:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภาพพระทองคำวัดไตรมิตร


ระพุทธรูปทองคำ(แท้)อยู่ใต้น้ำ มีเป็นร้อยองค์ เรียงรายเป็นแถวยาวเป็นสองแถว แสงพระอาทิตส่องเป็นเงาระยิบระยับอยู่ใต้น้ำ มีขนาดสูงเท่ากับหลวงพ่อที่วัดไตรมิตร หรือสูงประมาณเท่ากับพระประธานวัดซำปอกง อยู่ในบ่อลึก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 20:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดไม่มีระฆัง

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นได้พาอ.เทวฤทธิ์ไปดูวัดที่ไม่มีระฆัง แต่มีไม้ห้อยเป็นแผง แขวนลงมาจากบนหลังคา เวลาลมพัด เสียงดัง ป๊อกแป๊ก วัดนี้แปลกมาก อ.ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน หลวงปู่ให้มองไปที่หน้าต่าง ก็มีไม้เป็นแผงแขวนที่หน้าต่าง แปลกดี เวลาลมพัด เสียงดังไปทั้งวัดเลย สิ่งที่แปลกอีกอย่างอีกอย่างก็คือ เรื่องของเวลา ที่นั่นจะไม่เหมือนกับที่โลกมนุษย์ ที่โลกจะมีมืดมีสว่าง แต่ที่นั่น อ.ไปเมื่อไหร่ ก็สว่างทุกที เวลาแต่ละวันยาวนานกว่าบนโลก เป็นอีกมิติหนึ่ง

หมายเหตุ เป็นไม้เนื้อแข็งสองแผ่นประกบกันยาวประมาณหนึ่งคืบ เรียงเป็นแผง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 20:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์จิ๋ว ในป่าหิมพานต์ q*060

วัน ต่อมาหลวงปู่มั่นบอกอ.เทวฤทธิ์ว่าจะพาไปที่แห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ ท่านพูดว่าธอจะได้พบกับสิ่งน่ามหัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก แล้วถามว่า รู้จักมนุษย์จิ๋วไหม? อะไรเหรอครับ? คนแคระเหรอครับ ... อ.ถาม ท่านตอบว่าเล็กกว่านั้นอีก แล้วก็พาเดินไปที่ลำธารตื้นๆ แห่งหนึ่งใน แล้วอ. ก็ได้ยินเสียงเรียกว่า คุณครับ....คุณครับ อยู่หลายครั้ง... ก็หันไปมองว่าใครเรียก แต่ก็ไม่เห็นมีใคร ท่านบอกว่า ก็อยู่ข้างเธอนั่นไง....ระวังเหยียบโดนนะ ให้ยืนอยู่เฉยๆ แล้วหลวงปู่ก็หยิบแว่นขยาย ออกมาจากย่าม เอามาให้ส่องดูมนุษย์จิ๋ว อ.เทวฤทธิ์ ก็เลยมองห็นครอบครัวมนุษย์จิ่ว มี 4 คน มี พ่อ แม่ ลูก 2 คน เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง อ.เลยหยิบมนุษย์จิ๋วมาวางไว้ที่ฝ่ามือทีละคน ผู้ที่เป็นพ่อได้แนะนำลูกๆ และภรรยาให้รู้จัก บอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก บอกว่าไม่เคยมีใครมาที่แห่งนี้มาก่อน นอกจากคุณลุงกับท่าน หลังจากนั้น อ.และหลวงปู่ก็พาเดินไปส่งที่กระท่อม บ้านของพวกเค้าอยู่เหนือลำธารแห่งนี้ หลังจากถึงบ้านแล้วหยิบมนุษย์จิ่วขึ้นมาอย่างระมัดระวังทีละคนวางลงที่พื้น บ้าน เป็นกระท่อมเล็กมาก กว้าง ยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ อ.และหลวงปู่จึงยืนอยู่นอกบ้าน มนุษย์จิ๋วได้ชักชวนให้ดื่มน้ำชาก่อน หลวงปู่มั่นบอกว่าเดี๋ยวจะเกินเวลา และ อ.ก็บอกว่าไม่ต้องหรอก เพราะต้องรีบกลับไปให้ทันเวลาที่โลกมนุษย์ เพื่อส่งลูกไปโรงเรียน หลังจากนันก็บอกลากัน มนุษย์จิ๋วบอกว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้พบอ. พูดว่าถ้าท่านอยากมาเยี่ยมอีกก็ส่งจิตบอกให้คุณลุงพามาอีกนะ

หมายเหตุ มนุษย์จิ๋วหน้าตาเหมือนมนุษย์เรานี่แหละ ผิวขาว หน้าตาผ่องใส สูงประมาณ 1-2 ซม. มีอยู่หลายครอบครัวในป่าหิมพานต์ แต่ครอบครัวที่พบอาศัยอยู่ที่ต้นลำธาร




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 20:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์จิ๋ว ในป่าหิมพานต์ q*060




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน

อีก วันต่อมาอ.เทวฤทธิ์ก็ไปพบหลวงปู่มั่น ตอนนั้นยังเรียกท่านว่าคุณลุงเพราะว่าไม่รู้จักหลวงปู่มั่น... คุณลุงบอกว่าจะพาไปที่วัดในป่าแห่งใหม่ มีสะพานแขวนอยู่ข้างบนเดินได้รอบเลย สะพานนี้ยังเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านได้อีก อ.บอกว่าแปลกดีนะครับ คุณลุงบอกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกมนุษย์ไม่มี แล้วก็พาเดินดูวัด เป็นวัดสมัยโบราณ ชมเสร็จก็เดินต่อออกไปยังหมู่บ้าน ได้เห็นชาวบ้าน แบบชนบท คุณลุงเล่าว่าชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างสะพานนี้ขึ้นมา เพราะเคารพรักท่าน และเห็นว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว จะได้เดินสบาย ซึ่งก็เดินได้สบายจริงๆ ไม่โยกเยก เพราะได้ขึงไว้แน่น เดินเห็นชาวบ้านปีนขึ้นเก็บมะพร้าว บ้างก็มาทักทาย ว่าท่านพาใครมา คุณลุงตอบว่าพาญาติสนิทมาเที่ยว ชาวบ้านก็พูดเชื้อเชิญว่า เชิญชมเลยครับ เป็นผลงานของพวกเราเอง

ภาพตัวอย่างหมู่บ้านที่มีสะพานแขวนแห่งหนึ่ง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดินบนสะพานแขวน ชมวัด ชมหมู่บ้าน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060

มา คราวนี้หลวงปู่มั่นพาวัวเทพมาด้วย อ.เทวฤทธิ์ และหลวงปู่ได้ขึ้นวัวเทพ เหาะขึ้นไปข้างบนบริเวณสะพานพระราม 9 เห็นตึกรามบ้านช่อง ถนนหนทางอยู่ข้างล่าง แล้วเหาะไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ขึ้นไปทางจังหวัดอยุธยา ในช่วงนั้นเอง มองลงมาก็เห็นคนที่อยู่ข้างล่าง ชี้ขึ้นมา พูดว่าเห็นวัตถุลึกลับหรืออะไรสักอย่างอยู่ข้างบน... จนกระทั่งถึงจ.อยุธยาชมวัดเก่าๆ อยู่ข้างล่างหลายแห่ง แล้วหลวงปู่ก็ถามว่า จะไปดูอบายภูมิไหม? อ.บอก ก็ไปครับ แล้วเหาะทะลุพุ่งลงไปข้างล่าง

ปรากฏ ว่าเห็นคนตายเยอะแยะเลย ส่วนใหญ่เป็นแผลพุพอง เป็นโรคเอดส์ตายกัน พอรู้ว่าจะได้ไปเกิดใหม่ ก็เดินเข้ามาล้อมรอบตัวหลวงปู่ และอ.กันมากมาย หลวงปู่ท่านบอกให้อ.ยกฝ่ามือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนท่าน เพื่อปล่อยแสงบุญ แสงบารมี ให้กับคนตาย เพื่อคนตายเหล่านี้จะได้ไปเกิดใหม่ ปรากฏว่าเดินแห่เข้ามาเยอะมาก ที่เดินมานี้ ไม่มีใครใส่เสื้อผ้า มีทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิง เป็นเด็กไม่ค่อยมีนัก อ.จึงพูดว่าคนทำบาปกันเยอะมากนะครับลุง แล้วแผ่แสงออกไป ก็หายวับไปเกิดทีละคน ทีละคน จำนวนเป็นหมื่น เป็นแสน แผ่ไปเยอะมาก จนเหนื่อย อ.จึงบอกว่าพอดีกว่า หลังจากนั้นจึงขี่วัวเทพกลับมาเข้าร่าง หลวงปู่มั่นได้มาส่งที่หน้าต่างบ้าน

ใครที่ทำบาปกรรมไว้ ตายไปก็จะอยู่ในนรก เพื่อชดใช้กรรม ขอให้ทำความดีกันมากๆ ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนขี่วัวเทพ q*060



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปดูอุโมงค์ มิติแห่งกาลเวลา

มี อยู่คืนหนึ่งที่อ.เทวฤทธิ์ได้ถอดจิตไปพบหลวงปู่มั่น ท่านไปพาอ.ไปดูอุโมงค์ลึกลับ ซึ่งมีแสงสว่างส่องออกมาจากอุโมงค์ มองเข้าไปข้างใน จะเป็นลายขดก้นหอย แบบเลขหนึ่งไทย หลวงปู่มั่นท่านบอกว่าเป็นอุโมงค์ข้ามมิติแห่งกาลเวลา ผู้ที่จะไปเกิดใหม่ทุกคน จะต้องเดินทางผ่านอุโมงค์นี้ ส่วนจะแยกไปทางไหน ไปสวรรค์ นรก หรือโลกมนุษย์ จะเกิดเป็นคน หรือเป็นสัตว์ หรืออะไร ก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่สร้างไว้

อ.ไปพบเห็นมา จึงอยากนำมาเล่าให้ท่านฟัง ก็ขอฝากให้ทุกท่านทำความดีกันมากๆ เพราะไม่รู้ว่าชาติหน้าจะมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ เกิดเป็นมนุษย์ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว ที่มีโอกาสสั่งสมบุญบารมี จึงไม่อยากให้ท่านประมาทในการดำเนินชีวิต

เป็นลักษณะคล้ายในรูปภาพ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปดูอุโมงค์ มิติแห่งกาลเวลา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปดูอุโมงค์ มิติแห่งกาลเวลา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไปดูอุโมงค์ มิติแห่งกาลเวลา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พบมนุษย์ยักษ์ หน้าตาเหมือนยักษ์วัดแจ้ง เขี้ยวใหญ่ๆ ตาโตๆ

สอง สามวันต่อหลวงปู่มั่นได้พา เข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง ในนั้นมีดินแดนของผู้ปฏิบัติธรรมที่สำเร็จเป็นอรหันต์ มาประทับอยู่ที่แห่งนี้ คุณลุงท่านบอกมา และได้พาเดินดูกุฏิของพระอรหันต์ บางรูปก็มีพื้นที่มาก บางรูปก็มีพื้นที่น้อย ขึ้นอยู่กับบุญบารมีของแต่ละรูปที่สั่งสมกันไว้ บริเวณรอบๆ จะมีดอกไม้นานาพรรณ พืชผักสวนครัว และมีการปลูกข้าว ไม่ได้เหมือนกับเมืองมนุษย์เสียทีเดียว ดอกไม้ดูสวยกว่า มีผีเสื้อบินไปบินมา ดูสวยกว่าในโลกมนุษย์ เติมสีสันให้กับที่นี่ อากาศเย็นสบาย สดชื่นอยู่ตลอดเวลา ขณะที่กำลังเดินชมอยู่นั้น ก็มียักษ์ตนหนึ่งปรากฏขึ้นมา ทำเขี้ยวโง้ว ทำหน้ายักษ์ ไม่พอใจใส่คนแปลกหน้า เพราะมีหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนี้ ได้ก้มลงมามอง แล้วถามว่า...ท่านมาทำอะไรที่นี่ หลวงปู่มั่นตอบว่า คนนี้เป็นญาติกัน พามาชมที่นี่ เพื่อที่จะได้นำเรื่องราวในนี้ไปเปิดเผยสู่สาธารณะชนให้ทราบกัน ว่าเป็นอย่างไร

หลังจากนั้นยักษ์ก็ยิ้ม ซึ่งดูน่ารักมาก สำหรับการที่ยักษ์ยิ้มได้ ยักษ์ได้พูดว่า เชิญครับ เชิญท่านดูให้ทั่วเลย ได้เดินชมจนทั่วอาณาบริเวณทั้งวัน เดินเข้าไปในกุฏิทุกหลัง แต่ละหลังจะก็มีพระนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมอยู่ นุ่งเสื้อสีขาว กางเกงแพร ทุกองค์ เป็นชุดปฏิบัติธรรม เหมือนกับหลวงปู่มั่นด้วยเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นหลวงปู่มั่นก็พามาส่ง...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พายุที่รุนแรงหมุนเป็นเลขหนึ่งไทยก็ดูดคนขึ้นไปบนฟ้าเสียชีวิตและไปเกิดใหม่เช่นกันครับ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เดือนนี้ยานอวกาศ Cassini พบพายุหมุนบนขั้วดาวเสาร์ แต่เมื่อราว 25 ปีก่อนนักดาราศาสตร์พบพายุหมุนบนขั้วดาวศุกร์เช่นกัน ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 21:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่นมีเป็นแสนเป็นล้านๆคน เป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าสัวมีโรงงานมีกิจการเป็นร้อยล้านพันล้านไปอยู่ไหนหมดไม่เห็นมาช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นเลย ทุกคนต้องออกมาช่วยเหลือกันครับทำให้สังคมนี้ดีขึ้นมาช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อหลวงของพวกเราเป็นจิตอาสาคอยช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้นครับทุกๆฝ่ายควรเข้ามาช่วยเหลือกันเพื่อให้ลูกหลานเราไม่ลำบากเหมือนกับรุ่นของเราครับ เด็กในวันนี้จะเป็นพลังสำคัญในอนาคตครับขอให้ทุกคนเป็นโพธิสัตว์กันทุกๆคนครับหรือมีจิตเป็นรัฐบุรุษกันทุกๆคนครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 22:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลูกศิษย์ท่านไปอยู่ไหนหมด ปัจจุบันคงจะหายากมากทีเดียวครับ ได้เป็นคนดีที่อยู่ทั่วไทยและอยู่ทั่วโลกเป็นเศรษฐีใหญ่กันหมดครับ มองหาลูกศิษย์ของอาจารย์มั่นได้ยากมากและบางท่านก็อายุเลย 55 ปีหรือ 60 ปีขึ้นไปแล้วครับ...หากยังอยู่ก็เข้ามาพูดคุยกันได้ครับท่านลูกศิษย์อาจารย์มั่นทุกๆท่านครับ...ขอบุญกุศลจงดลให้ท่านผู้มีบุญแห่งแสงธรรมของท่านนั้นจงปรากฏตัวมาช่วยเหลือสังคมนี้ให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไปครับ...เมื่อก่อนผมไม่ทราบว่าท่านอาจารย์พาดวงจิตผมไปทุกที่ทุกแห่งเพราะอะไรแต่ตอนนี้ผมทราบแล้วครับ..ว่าท่านท่านมีจุดประสงค์อะไรที่ท่านพาไปดูและให้ผมช่วยลงเรียกคนดีมีบุญทุกคนมาร่วมแรงร่วมใจมาเป็นจิตอาสามาช่วยเหลือสังคมนี้สืบไปครับก่อนที่ทุกๆคนจะต้องจากโลกที่เราอยู่นี้ไปครับ..จงดลให้ผมมาเปิดเผยให้ลูกศิษย์ของท่านทราบจุดประสงค์นี้กันทุกๆคนครับ....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 6 ก.ค. 14, 22:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะนี้หลวงปู่มั่นคงจะมองหาลูกศิษย์ท่านทุกคนว่าอยู่ที่ใดให้มาร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันทำงานที่ยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จให้จงได้เพื่อส่งต่อลูกหลานมาช่วยงานในโอกาสต่อไปครับเพื่อจัดสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าสู่สังคมของเราครับ...


(หลวงปู่มันคงจะพักอยู่ที่แห่งนี้ตลอดไปครับ...ตามที่ผมเห็นในนิมิตครับ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 06:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รุ่นที่เคยไปพบท่านอาจารย์มั่นก็คงจะเหลือไม่มากที่ยังมีชีวิตอยู่...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 7 ก.ค. 14, 20:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หรือลูกศิษย์ทุกท่านต้องการบรรลุสู่นิพพานกันหมด..สาธุ..สาธุ..สาธุ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 08:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีลูกศิษย์เข้ามาดูกัน 720 คนแล้วครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 8 ก.ค. 14, 17:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โอ้ววันนี้ขึ้นพันหนึ่งร้อยคนแล้วครับลูกศิษย์เยอะจังเลย...ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ด.ต.อธิพัฒน์(ปัญญ โคบาล
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 9 ก.ค. 14, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบพระคุณมาก ๆครับ ขออนุโทนาด้วยครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 10 ก.ค. 14, 22:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณ ด.ต.อธิพัฒน์(ปัญญ โคบาล


คุณคงเป็นลูกศิษย์อาจารย์มั่น ดีใจที่คุณเข้ามาพูดคุยครับ ขอให้ได้รับบุญกุศลร่วมกันครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 10 ก.ค. 14, 22:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีลูกศิษย์เข้ามาดูถึง 2200 ครั้งครับก็จะได้บุญกุศลร่วมกันครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
รัตตวัลย์
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 11 ก.ค. 14, 16:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ขอให้บุญกุศลที่ท่านทำดีในครั้งนี้ ทำให้ท่านบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทุกประการค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 13 ก.ค. 14, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รัตตวัลย์

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ขอให้บุญกุศลที่ท่านทำดีในครั้งนี้ ทำให้ท่านบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทุกประการค่ะ



ขอขอบคุณคุณรัตตวัลย์ที่เข้ามาให้กำลังใจ เราจะก้าวไปด้วยกันครับมีเวลาเชิญเข้ามาคุยกันอีกนะครับ....




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 13 ก.ค. 14, 15:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีลูกศิษย์เข้ามาดูถึง 3020 ครั้งครับก็จะได้บุญกุศลร่วมกันครับ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม