หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ประเทศไทยขยับอันดับขึ้นในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชียครั้งใหม่  (อ่าน 47 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 พ.ค. 14, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ลอนดอน--14 พ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

4 สถาบันจาก 6 สถาบันการศึกษาอันดับต้นๆ ของประเทศไทยขยับอันดับขึ้นในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชียครั้งล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ที่
: www.TopUniversities.com

โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130909/638188

Mahidol University ยังคงเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ โดยในปีนี้ขยับขึ้น 2 อันดับมาอยู่อันดับที่ 40 Chulalongkorn University
ยังคงรั้งอันดับที่ 48 เหมือนเช่นปี 2556 ในขณะที่ Chiang Mai University ขยับขึ้น 6 อันดับมาอยู่อันดับที่ 92 Prince of Songkla University
(อันดับที่ 142) และ Kasetsart University (อันดับที่ 151-160) ก็ขยับอันดับขึ้นจากปี 2556 เช่นกัน

มีมหาวิทยาลัยของไทยทั้งสิ้น 10 แห่งที่ติด 300 อันดับแรก นับว่าเป็นอันดับที่ 7 ในเอเชียเท่ากับปากีสถาน และมีมหาวิทยาลัยติดอันดับมาก
กว่าอินโดนีเซียหนึ่งแห่ง

มหาวิทยาลัยของไทยในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยQSประจำปี 2557
“สถาบันการศึกษาของไทยได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากนักวิชาการและเจ้าหน้าที่จากทั่วทั้งภูมิภาคนี้” เบน ซอว์เตอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ
QS กล่าว “ความท้าทายในปัจจุบันนี้คือ การเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณของงานวิจัย การลดอัตราส่วนระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ และการเพิ่มระดับการมี
ส่วนร่วมกับนานาชาติให้มากยิ่งขึ้น”

การจัดอันดับนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนถ่ายดุลอำนาจในภูมิภาคนี้โดยรวม โดยที่สิงคโปร์และเกาหลีเข้ามาแย่งชิงอันดับจากญี่ปุ่นและ
ฮ่องกงที่เป็นแชมป์เก่า

National University of Singapore (NUS) ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 เป็นครั้งแรก ในขณะที่ Nanyang Technological University (NTU) ขยับขึ้น
3 อันดับมาอยู่อันดับที่ 7 มหาวิทยาลัย KAIST ของเกาหลีกระโดดขึ้นจากอันดับที่ 6 มาเป็นอันดับที่ 2 ในขณะที่ Seoul National University (อันดับ
ที่ 4) และ Postech (อันดับที่ 9) ก็ติด 10 อันดับแรกด้วยเช่นกัน
ชมการจัดอันดับทั้ง 300 อันดับได้ที่www.Top Universities.com

Hong Kong University of Science and Technology สถานบันการศึกษาอันดับ 1 เมื่อปีที่แล้ว ตกลงไปอยู่อันดับ 5 Hong Kong University ซึ่ง
อยู่อันดับที่ 1 เมื่อปี 2554 ตกไปหนึ่งอันดับไปอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยของ
ฮ่องกงไม่ได้เป็นเบอร์ 1 ส่วน University of Tokyo ของญี่ปุ่นร่วงลงไปอยู่อันดับ 10 ซึ่งเป็นอันดับต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดอันดับมา

ส่วนจีนมี 13 มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 20 แห่งที่ขยับอันดับขึ้นในปีนี้เช่นเดียวกับเกาหลี แม้ว่า Peking University จะตกลงไป 3
อันดับไปอยู่อันดับที่ 8 ก็ตาม ในทางกลับกัน 13 มหาวิทยาลัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 20 แห่งของญี่ปุ่นกลับร่วงลงกว่าปีที่แล้ว โดยที่ University of
Tokyo ร่วงลงไปอยู่อันดับ 10 ซึ่งเป็นอันดับต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดอันดับมา

“ผลพวงจากวิกฤตทางการเงินทำให้ญี่ปุ่นวิ่งตามความก้าวหน้าของสิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง และจีนได้ลำบากขึ้น” ซอว์เตอร์กล่าว

“การจัดอันดับนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสิงคโปร์และเกาหลีกำลังเผยโฉมเป็นผู้เล่นคนสำคัญในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นการเชือดเฉือนกับเจ้าถิ่น
อย่างฮ่องกงและญี่ปุ่น” ซอว์เตอร์กล่าว “ทั้ง NUS และ KAIST ต่างได้รับผลพลอยได้จากการลงทุนครั้งใหญ่ของรัฐบาลในการวิจัย ในขณะที่การเรียนการสอน
เป็นภาษาอังกฤษก็ช่วยให้ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในระดับสากลมากยิ่งขึ้น”

ในปัจจุบันนี้ NUS และ NTU ได้รับประโยชน์จากแผนการลงทุนจากรัฐบาลมูลค่า 16.1 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในด้าน
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในขณะที่เกาหลีกำลังทุ่มเงินจำนวน 3.6% ของ GDP ภายในประเทศไปกับการวิจัยและการพัฒนา ซึ่งสูงที่สุดเป็นอันดับ
ที่ 2 ใน OECD

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

QS Quacquarelli Symonds

นับตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา QS มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะเครือข่ายชั้นนำของโลกในด้านอาชีพและการศึกษาระดับสูง การจัดอันดับ
มหาวิทยาลัยทั่วโลกโดย QS (QS World University Rankings(R)) การวิจัยอันเป็นนวัตกรรมใหม่ การจัดงานอีเวนท์ การตีพิมพ์เผยแพร่ และโซลูชั่นต่างๆ
สำหรับมหาวิทยาลัยโดย QS เป็นหนทางใหม่ๆ ที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยได้ติดต่อสื่อสารกับนักศึกษาที่ดีที่สุดและเก่งที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชีย

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชียตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อปี 2552 โดยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ทุกปีและจัดอันดับมหาวิทยาลัยในเอเชีย

สำหรับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชียประจำปี 2557 ได้มีการพิจารณาผู้ตอบแบบสำรวจดังต่อไปนี้

การสำรวจทางวิชาการ
ผู้ตอบแบบสำรวจ 8,259 คน: นักวิชาการในเอเชีย
ผู้ตอบแบบสำรวจ 35,111 คน: นักวิชาการนานาชาติที่มีความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในเอเชีย
รวมผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น: 43,370 คน

การสำรวจนายจ้าง
ผู้ตอบแบบสำรวจ 4,658 คน: นายจ้างในเอเชีย
ผู้ตอบแบบสำรวจ 3,345 คน: นายจ้างนานาชาติที่มีความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในเอเชีย
รวมผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น: 8,003 คน

ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS: เอเชียครั้งที่ 6 นี้ มีการประเมินสถานบันการศึกษา 491 แห่ง มีการจัดอันดับ 474 อันดับใน 18 ประเทศ
และมีการตีพิมพ์เผยแพร่จำนวน 300 แห่ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม