หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผลสำรวจชี้พนักงานบริษัทมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจในยุคดิจิตัลในฐานะตัวแทนองค์กร  (อ่าน 22 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 ก.พ. 14, 11:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ลอนดอน--11 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ผลสำรวจล่าสุดเผยพนักงานขององค์กรในโลกดิจิตัลเพียง 37% ที่มีทักษะการใช้ภาษา และโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่เป็นผู้กำหนดนิยามให้กับแบรนด์ต่างๆ

ข้อมูลสถิติที่สำคัญ

- ผู้ตอบแบบสำรวจ 83% รู้สึกว่า โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนแปลงธรรมชาติของการติดต่อสื่อสาร
- 83% ของผู้ตอบคำถามมองว่า โซเชียลมีเดียจะมีความสำคัญมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า
- มีผู้ตอบแบบสำรวจวัยทำงานเพียง 37% เท่านั้นที่มีทักษะในการใช้ภาษา และโซเชียลมีเดียอย่างเหมาะสมในยุคดิจิตัล

รายงานของศาตราจารย์ไมเคิล ฮัล์ม (Michael Hulme) นักวิชาการชั้นนำ และ Education First Corporate Language Learning Solutions (EF CLLS) เปิดเผยว่า แม้ 4 ใน 5 (84%) ของบรรดานักธุรกิจจะมองว่า โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนธรรมชาติในการติดต่อสื่อสารของมนุษย์ แต่มีประชากรวัยทำงานเพียง 37% เท่านั้น ที่มีทักษะด้านภาษาอังกฤษเพียงพอในการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิตัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้นำในการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการติดต่อสื่อสารทางดิจิตัลก็คือ กลุ่มประชากรวัยหนุ่มสาวไฟแรงที่เรียกว่า “Linguarati” พนักงานเหล่านี้มีทักษะที่ดีในการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงรู้วิธีการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมจะพัฒนาทักษะของตนเองอยู่เสมอ

นายแอนดี้ เบลีย์ (Andy Bailey) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ EF CLLS แสดงความเห็นเรื่องผลการสำรวจว่า “โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนแปลงวิธีการที่ลูกค้าสื่อสารกับแบรนด์ไปอย่างสิ้นเชิง และธุรกิจก็จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่า ตนเองมีพนักงานที่มีความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ”

ศาสตราจารย์ฮัล์ม กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจควรฝึกฝนพนักงานส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพียงหยิบมือหนึ่งเท่านั้น หากคุณฝึกฝนเพียงกลุ่ม Linguarati คุณก็จะมีจุดอ่อนอีกมาก ความล้มเหลวในการใช้ประโยชน์จากความกระตือรือร้นในการพัฒนาทักษะด้านภาษาของพนักงานสามารถส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการแข่งขันในระดับสากล และการสร้างแบรนด์ธุรกิจของคุณในระดับโลกได้”

ดิจิตัล และโซเชียลมีเดียได้เข้ามาครอบงำการติดต่อสื่อสารทั้งในระดับส่วนบุคคล และหน้าที่การงาน รายงานพบว่า 82% ของพนักงานทั้งหมดใช้โซเชียลมีเดียในที่ทำงานค่อนข้างมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงล่าสุดที่มีต่อธุรกิจ เมื่อพิจารณาจากกิจกรรมการสื่อสารแบบดิจิตัลที่คงอยู่ถาวร และโอกาสที่จะเกิดการสื่อสารแบบผิดๆมากขึ้น แม้แต่บทสนทนาส่วนตัวของพนักงานไปจนถึงสถานที่ทำงานก็สามารถถูกสืบค้นจากข้อมูลที่มีการเผยแพร่บนพื้นที่ประวัติส่วนตัวของเฟซบุ๊ก และลิงค์อินได้

นอกจากนี้ รายงานได้สร้างคำศัพท์ใหม่ขึ้นมา คือ Reputational Resource เพื่ออธิบายถึงจำนวนบทสนทนาแบบดิจิตัลของภาคธุรกิจและโลกภายนอก จุดแข็งของบทสนทนาดังกล่าวขึ้นอยู่กับทักษะภาษาอังกฤษ และการสื่อสารทางดิจิตัลของพนักงาน โดยพนักงานที่สร้างความเสี่ยงมากที่สุดต่อ Reputational Resource ขององค์กรก็คือ ผู้ที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นประจำ แต่มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับต่ำมาก ซึ่งเราเรียกว่า “Loose Cannons”

รายงานยังระบุด้วยว่า องค์กรต่างๆควรจับตาดูกลุ่ม Linguarati ในฐานะตัวอย่างของผู้ที่จะช่วยสนับสนุนแบรนด์ขององค์กรไปทั่วโลกผ่านทางการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยการสื่อสารแบบดิจิตัลที่เป็นบวก พนักงานกลุ่มดังกล่าวยังหนุ่มยังสาว ใช้โซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา และยังคงกระตือรือร้นในการพัฒนาทักษะทางภาษาของตนเอง แม้ว่าจะใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วอยู่แล้วก็ตาม

ทั้งนี้ แม้ว่าพนักงานส่วนใหญ่ 85% ต้องการที่จะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของตนเอง แต่ปัจจุบันมีบริษัทเพียง 46% เท่านั้นที่สนับสนุนความต้องการของพนักงานกลุ่มนี้ด้วยการจัดอบรม แนวโน้มดังกล่าวควรได้รับการพิจารณาใหม่จากองค์กร เพื่อที่องค์กรเหล่านี้จะได้กลับมาควบคุมดูแลแบรนด์ในระดับโลกได้อีกครั้ง รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายงานยังได้ระบุถึงขั้นตอนที่สำคัญ 4 ประการสำหรับองค์กรในการรับมือกับความแตกต่างด้านทักษะของพนักงานในปัจจุบัน โดยบริษัทจะต้องยอมรับการเชื่อมต่อระดับสูง (hyper-connectivity) ด้วยการนำเสนอองค์กรเป็นภาษาอังกฤษผ่านสื่อหลายประเภทที่มีความแตกต่างกัน และต้องสนับสนุนให้พนักงานที่พูดน้อยได้พัฒนาทักษะของตนเองโดยการส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับในองค์กรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับตลาดอยู่เสมอ และเป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าในอาชีพ บรรดาธุรกิจควรพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษให้เหมาะสมกับโลกดิจิตัลโดยไม่แบ่งแยกทักษะด้านดิจิตัล และโซเชียลมีเดียออกจากกัน ประการสุดท้าย องค์กรควรนำเสนอโอกาสในการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละคน

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.linguarati.com

*เกี่ยวกับรายงานผลสำรวจ

รายงานการสำรวจนี้จัดทำโดยศาสตราจารย์ไมเคิล ฮัล์ม จาก Social Futures Observatory ซึ่งได้รวบรวม และอ้างอิงข้อมูลจากหลายแหล่งทั้งข้อมูลด้านวิชาการจากภาครัฐ และเอกชน ซึ่งรวมถึงการศึกษาวิจัยระดับสากลของ Redshift Research รายงานนำเสนอผลสำรวจของนักธุรกิจกว่า 1,023 คนใน 10 ประเทศ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ระดับบริหารในองค์กรขนาดใหญ่ที่อย่างน้อยต้องทำงานติดต่อกับชาวต่างประเทศ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม