หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เอกอัครราชทูตไทยในปักกิ่งแนะรัฐ-เอกชนรุกขยายยอดนักท่องเที่ยวจีน ใช้กลยุทธ์สานสัม  (อ่าน 168 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 7 ก.พ. 14, 14:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง นาย วิบูลย์ คูสกุล แนะภาครัฐ-เอกชนไทยเตรียมพร้อมรับอานิสงส์จากการขยายตัวของปริมาณนักท่องเที่ยวจีนซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน (China National Tourism Administration) ประเมินว่าจะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวเป็นปีละ 200 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2563 หรือ ค.ศ. 2020 พร้อมทั้งชี้ว่าไทย ไต้หวัน และเกาหลีใต้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน

กลยุทธ์สำคัญคือการ ‘เข้าถึง’ นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลเหล่านั้นด้วยสิ่งที่เรียกกันว่า‘สื่อวัฒนธรรม’ หรือ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่เกิดจากการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม เพราะไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถ้าเขาชอบประเทศไทย ชอบอาหารและผลไม้ไทย ชอบภาพยนตร์และดาราไทย เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปเป็นอื่น ยิ่งถ้าเราทำบรรยากาศทางการเมืองให้ดี พยายามเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนชาวจีน ผลที่เกิดจะดีมากๆเพราะจะส่งผลไปถึงเรื่องอื่นๆทั้งการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และอื่นๆ”

ท่านทูตได้แนะนำให้ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดใจกลุ่มผู้บริโภคจีนยุคใหม่ เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และในงบประมาณที่ต่ำที่สุด โดยชี้ว่าประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของจีนตอนนี้มีอยู่ถึงกว่า 600 ล้านคน นับเป็น “ปรากฎการณ์ Netizen” ที่ส่งอิทธิพลไปทุกๆด้าน


“โจทย์อินเทอร์เน็ตนับเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศจีนในปัจจุบัน รัฐบาลจีนจึงให้ความสำคัญกับประชากรชาวอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก และถือว่าความเห็นของคนเหล่านี้คือมติมหาชนที่ต้องรับฟังก่อนที่จะกำหนดนโยบายของประเทศ ทุกวันนี้คนจีนรุ่นใหม่หันมานิยมซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยมูลค่าการซื้อขายของ e-commerce ของจีนเติบโตไม่หยุดยั้ง ตอนนี้อยู่ที่190-210 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ คาดว่าต่อไปจะแซงหน้าอเมริกาซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 210-230 พันล้านเหรียญสหรัฐ”

ท่านทูตย้ำว่า เพื่อให้สอดรับกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปของจีนยุคปัจจุบันเมื่อชาวชุมชนออนไลน์หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังกลายเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศจีน จึงได้ใช้กลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในคอนเซ็ปต์ใหม่ เช่นเปิดแฟนเพจประเทศไทยขึ้นใน ‘เหว่ยโป๋ว’ หรือ www.weipo.com ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียแบบเดียวกับ “facebook” และปรากฏว่าได้รับความนิยมสมัครอย่างรวดเร็วสมัครเป็นแฟนคลับกว่า 41,000 คน โดยทางสถานทูตได้มอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่คอยสื่อสารตรงและปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับจำนวนหลายหมื่นคนนี้ตลอดเวลา พร้อมจัดกิจกรรมโดนใจเพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นการสานความสัมพันธ์ไทย-จีนต่อไปในอนาคต

สถานทูตได้จัดงานยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2556 สามงานต่อเนื่อง เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์อันดีงามของประเทศไทยในหมู่คนรุ่นใหม่ชาวจีนและนานาชาติโดยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานวันชาติไทยเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 ณ โรงแรม เจ ดับลิว แมริออท ต่อเนื่องกับงาน ASEAN Ladies’ Meeting พร้อมการแสดงผ้าไทยจากโกมลผ้าโบราณ และ “เทศกาลไทย” ที่เต็มเปี่ยมสีสันทั้งในเรื่องของอาหารไทย ผลไม้ไทยและการแสดงทางวัฒนธรรมจาก “คิดบวกสิปป์” ซึ่งได้รับเกียรติบุคคลระดับผู้นำของฝ่ายจีน ได้แก่ นายเซี่ย หังเซิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งอดีตเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ตลอดจนประชาชนชาวไทยในปักกิ่ง และที่สำคัญคือกลุ่มแฟนคลับคนจีนรุ่นใหม่อีกหลายร้อยคนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ท่านทูตให้ข้อมูลอีกว่า ประเทศจีนมีขนาดเศรษฐกิจเป็นที่สองของโลก เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งและคู่ค้าสำคัญอันดับสองของไทย (รองจากญี่ปุ่น) ในปี 2555 จีนมีมูลค่าการค้ากับไทยสูงถึง 69,744 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ และมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทย 2.78 ล้านคน โดยใน
10 เดือนแรกของปี 2556 ที่ผ่านมาได้มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเมืองไทย 3.3 ล้านคน

ตลอดเกือบ 40 ปีที่ผ่านมาของความสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่สถานทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการส่งเสริมและสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศผ่าน “Soft Power” ที่ท่านทูตวิบูลย์ริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2555 และยังจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมไทยในประเทศจีนซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ Soft Power ของไทยที่คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้ได้ภายในปีนี้ นับเป็นแนวปฎิบัติที่ฉีกรูปแบบออกไปจากเดิมที่เน้นความร่วมมือทางการเมืองหรือด้านความมั่นคงเป็นสำคัญ

ท่านทูตกล่าวว่า รัฐบาลจีนตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2020 จะเพิ่ม GDP จาก 5,000 กว่าเหรียญเป็นสองเท่า และเพิ่มชนชั้นกลางให้เป็นครึ่งหนึ่งของประชากรซึ่งในขณะนั้นคงจะเป็น 1,500 ล้านคน ปัจจุบันจีนมีชนชั้นกลางกว่า 300 ล้านคน จึงนับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่กระแสวัฒนธรรมกำลังมาแรง ทั้งในเรื่องของอาหาร ผลไม้ ภาพยนตร์ ดารา ละคร เพลงไทยและมวยไทยซึ่งคนจีนรุ่นใหม่กำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง

“คนจีนรุ่นเก่ามักจะมองว่า จีน-ไทยนั้นไม่ใช่อื่นไกล คือพี่น้องกัน แต่ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ มองเพียงว่าถ้าคุณมีอะไรที่เหนือคนอื่นเขาก็ยินดีที่จะจ่าย ประเทศไทยมีจุดเด่นมากมาย เราจึงมีโอกาสทางธุรกิจมากมายมหาศาล ขอเพียงพยายามเรียนรู้ ทำความเข้าใจและออกไปใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคต” ท่านทูตวิบูลย์ย้ำหนักแน่น


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 7 ก.พ. 14, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  จีน นักท่องเที่ยว ใช้ กลยุทธ์ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม