หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สมมติว่า.....  (อ่าน 169 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

1. สมมติว่า.....ถ้ากฎหมายนิรโทษกรรมตกไป มันจะแปลว่าอย่างไรหนอ...

* คนทำผิด ต้องรับโทษ
* คนทำผิดแบบมาตรฐานเดียว ??
* คนทำผิดแบบสองมาตรฐาน ??
* คนทำผิด ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิด
* ผู้ออกคำสั่งให้ทหารไปยิงม็อบ หรือจะบอกว่าทำไปตาม พรก.ถือว่าไม่ผิด ถามต่อว่า พรก.นั้นเป็น พรก.ผิดหลักมนุษยธรรมหรือไม่
* ทหารที่ยิงม็อบ ผิดด้วยหรือไม่
* คดีเหล่านี้จะมีการวิ่งเต้นใช้กำลังภายในให้ตัวเองรอดหรือผ่อนหนักเป็นเบากันหรือไม่ จะมีการอวยกันหรือไม่
* ถ้ารัฐบาล ลงนามยอมรับอนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ใครบ้างจะได้รับผลกระทบ

2. สมมติว่า.....ถ้าม็อบ ปชป. ไล่รัฐบาลได้ หรือรัฐบาลเกิดอุบัติเหตุเพราะข้อกฎหมายจากองค์กรอิสระ หรือรัฐบาลพ้นไปด้วยเหตุใดๆ โดยไม่ยุบสภา

* ปชป.เสียงส่วนน้อย จะตั้งรัฐบาล โดยอาศัยช่องทางใด
* ปชช.ส่วนใหญ่ที่เขาเลือกรัฐบาลมา เขาจะยอมหรือไม่
* รัฐบาลแห่งชาติ คงเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐบาลปกติก็ทำได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นยังตั้งง่ายกว่าเลย พับผ่า..
* นายกฯ พระราชทานก็คงเป็นไปได้ยาก
* หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ของไทยๆ มันมีได้หลายแบบ เป็นแบบไหนก็ได้หากใจฉันต้องการ ??? สามารถอ้างไปได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

3. สมมติว่า.....ปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ต่อไป ประเทศไทย จะเป็นยังไง.....ในขณะที่โลกต้องเดินหน้าต่อไป โลกต้องมุนรอบแกนต่อไป ในระบบสุริยจักรวาล

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลองอ่านคำวิแคะ ของมติชนดู....


มอง "นิรโทษฯ สุดซอย" ผ่านทหาร "ปราบแดง" หยั่งเชิงทหาร "ปฏิวัติ" จาก Mega Deal ถึง Set Zero กับความมั่นใจเต็มเป๋า ของ "นายกฯ ปู"


ต้องยอมรับว่า การนิรโทษกรรม แบบที่เรียกว่า สุดซอย นั้น ทำให้กองทัพได้รับประโยชน์ไปแบบเต็มๆ ทั้งคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเหตุปราบปรามคนเสื้อแดงด้วยกระสุนจริง จนเสียชีวิต 99 ศพ เมื่อพฤษภาคม 2553

จึงไม่แปลกที่ฝ่ายทหารจะอยู่นิ่งต่อสถานการณ์การเมือง ที่มีม็อบต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แบบสุดซอย กันทั่วกรุงและหลายแห่งในประเทศ

เพราะเชื่อกันว่า ถ้าทหารไม่ปฏิวัติรัฐประหาร ก็จะไม่มีทางที่จะล้มขั้นตอนของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือล้มรัฐบาลนี้ได้ ยกเว้นมีอุบัติเหตุที่เกิดจากองค์กรอิสระต่างๆ

การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทย เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะมีความมั่นใจว่า ทหารจะไม่ปฏิวัติแน่นอน

และนั่นย่อมหมายถึงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เคลียร์กับทั้งกองทัพและอำมาตย์ เรียบร้อยแล้ว จึงได้มั่นใจเช่นนี้



หากย้อนกลับไปดู เนื้อหา บทสนทนาในคลิป ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ บิ๊กอ๊อด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา แล้ว จะต่อจิ๊กซอว์ได้ว่า มีการพูดคุยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับฝ่ายอำมาตย์ และผู้นำกองทัพแล้ว ในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

เพียงแต่วิธีการที่จะใช้กองทัพ พา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน ด้วยการนำ กม.นิรโทษกรรม เข้าสภากลาโหม และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อให้ออกเป็นพระราชกำหนดนิรโทษกรรม นั้น ไม่สามารถทำได้แล้ว หลังจากที่คลิปสนทนานี้ถูกปล่อยออกมาสู่สาธารณะ

โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า มีผู้นำทหารบางคน บอกกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า "ผมจะเอาท่านกลับบ้าน"

แต่สิ่งที่สะท้อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะปฏิบัติการ เคลียร์ได้ทุกด่านแล้ว ก็คือ ประโยคที่เขาแจ้งให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เสนอกับ ป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บิ๊กอ๊อดอาสาจะไปพบเพื่อเจรจาให้นั้น ว่า ให้เสนอเขาเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

รวมถึงประโยคที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ระบุว่า บุคคลสำคัญ เรียกเขาและ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ไปพบ แล้วบอกว่า ให้รักกัน ที่ทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เอ่ยปากว่า ทำให้ไม่มีปัญหา คุยกันได้ เข้าใจกันมากขึ้น รวมทั้งบิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. อีกด้วย

แต่ทั้งหมด พอจะทำให้เห็นได้ว่า ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมั่นใจที่จะให้เดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แบบสุดซอย ในวาระ 2 และ วาระ 3 ทั้งๆ ที่เดิมจะยึดร่างของ นายวรชัย เหมะ เท่านั้น

จนมีการพูดกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ปฏิบัติการ Mega Deal หรือ Super Deal สำเร็จแล้ว นั่นเอง

ทั้งโดยตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เอง และตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี น้องสาว รวมถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า และคนใกล้ตัว ที่มีสายสัมพันธ์กับแกนนำอำมาตย์

จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตไปที่ท่าทีที่เปลี่ยนไปของ พล.อ.เปรม ตลอดจน บิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่ดูอ่อนนุ่มลง โดยเฉพาะ พล.อ.สุรยุทธ์ ที่ต้องการเห็นความปรองดอง และให้อภัยกัน รวมทั้งเปรยว่า "หากมีโอกาส ก็อยากที่จะคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ" เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้มีอะไรแค้นเคืองกัน เพราะถือว่าเป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร

ที่สำคัญคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เคยมีการหารือนอกรอบกับ ทั้งปลัดกลาโหม ผบ.สส. และ ผบ.เหล่าทัพ เป็นการส่วนตัวก่อนหน้านี้แล้ว ก็ไม่มีใครคัดค้าน เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางในการปรองดอง หรือ Set Zero



ที่ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองมั่นใจว่าทหารจะไม่อาศัยสถานการณ์ม็อบ และความวุ่นวาย มาก่อการรัฐประหาร

โดยเฉพาะการหยั่งท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นคนคุมกำลังรบสำคัญ และเป็นคีย์แมน ในการปฏิวัติรัฐประหาร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะว่าไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น มีความสนิทสนมกัน และมีการพูดคุยปรึกษาหารือกันทุกเรื่องอยู่แล้ว จนรู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ นั้นเป็นเสมือนที่ปรึกษาส่วนตัว ด้านความมั่นคงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือบ้างก็ว่า เป็น รมว.กลาโหม เงา เลยทีเดียว

อีกทั้งก่อนหน้านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำตามคำท้วงติงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะไม่ให้ รมว.ต่างประเทศ ลงนามเป็นภาคีสมาชิก ศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อไม่ให้มีการนำคดีปราบเสื้อแดง เข้าสู่การพิจารณาในระดับโลก

ประการสำคัญก็คือ ที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย หรือฝ่ายตำรวจ เองก็พยายามพูดจาโน้มน้าวให้ทหารให้ปากคำ หรือให้การที่จะซัดทอด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในคดีปราบเสื้อแดง เมื่อครั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยทหารจะรอดคดี

แต่ในเวลานั้น ทหารก็ยังลังเล ที่จะให้การยอมรับเรื่องการใช้กระสุนจริงปราบปรามคนเสื้อแดง เพราะเกรงจะเป็นแผนลวงให้ยอมสารภาพ

ทว่า การเร่งรัดของ DSI ในการพิจารณาคดีและส่งศาล หลายคดีที่ชี้ออกมาว่า เป็นกระสุนของทหาร ที่ทำให้คนเสื้อแดงรายต่างๆ เสียชีวิต นั้น ก็เป็นการบีบให้ทหารยอมรับนิรโทษกรรม ในวันนี้ด้วยนั่นเอง



แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะปากแข็งว่า ทหารไม่ต้องการให้นิรโทษกรรมให้ เพราะทหารไม่ใช่ผู้ร้าย ไม่ใช่นักโทษ ไม่ได้ใช้อาวุธปราบปรามคนเสื้อแดง และพร้อมต่อสู้คดีจนครบ 3 ศาล ก็ตาม แต่ก็ถูกมองว่า จำเป็นต้องพูดและแสดงออกมาเช่นนั้น

เพราะการนิรโทษกรรม นั้น ฝ่ายทหารได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะจะล้างผิดกรณีปราบเสื้อแดง ที่จะทำให้บิ๊กทหารที่สั่งการในเวลานั้น รอดพ้นคดีทั้งหมด

แม้ว่าในเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น รอง ผบ.ทบ. แต่ทว่า เขาก็เป็นคีย์แมนหลัก ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในขณะนั้น แถมทั้ง ผบ.ทบ. ก็คือ บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม ที่ล้วนเป็นพี่เลิฟในสายบูรพาพยัคฆ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น

แถมทั้งยังมี บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รอง ผบ.ทบ. เพื่อนรัก ตท.12 ของเขา ที่แม้ตอนนั้นจะเป็น รอง เสธ.ทบ. แต่ก็รู้กันดีว่า เป็นมันสมองสำคัญในการวางแผนกระชับพื้นที่คนเสื้อแดง

รวมทั้งนายทหารทั้งระดับ ผบ.หน่วย ทุกระดับ ทั้งสัญญาบัตรและประทวน ที่ทำหน้าที่ในเวลานั้น ที่ต้องขึ้นศาลและให้ปากคำมากันคนละหลายรอบในเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ที่อาจจะต้องรับผิดอาญา เมื่อศาลตัดสินในที่สุด ว่า แม้จะมี อาจ ตามกฎหมาย แต่ทว่า อาจมีคำว่า "รุนแรง เกินกว่าเหตุ" ต่อท้ายได้เสมอ ที่จะทำให้ทหารต้องรับโทษ ที่ทำให้ทหารในกองทัพหวั่นไหว

เนื่องจากพวกเขายังคงเหลืออายุราชการกันอีกยาวนาน และมีอนาคตที่สดใสในกองทัพบก พวกเขาจึงต้องการให้นิรโทษกรรม แต่ก็ได้แต่พูดเบาๆ ไม่กล้าที่จะพูดออกมาดังๆ เพราะอาจถูกกล่าวหาว่าเอาตัวรอด แต่ลึกๆ แล้ว พวกเขาต่างหวั่นไหว ไม่มั่นใจทั้งสิ้น

แล้วเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เกษียณราชการไปแล้ว ใครจะดูแลพวกเขา ผบ.ทบ.คนใหม่ จะดูแลได้เต็มที่หรือไม่



เหล่านี้จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้นำกองทัพ ผบ.เหล่าทัพ โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จำต้องไม่คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนี้

เพราะหากสำรวจท่าทีของ ผบ.เหล่าทัพ ด้วยการถามตรง เรื่องโอกาสที่จะปฏิวัติรัฐประหาร จากความวุ่นวายจากการต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แล้ว จะพบว่ามีท่าทีคล้ายๆ กัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตัดบทว่า "ไม่ต้องไปพูดตรงนั้น ไม่มี ยังไม่มี อะไรที่เกิดขึ้นแล้วและแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทุกคนรักชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น แต่ถ้าจะสู้กันอย่างนี้จะจบอย่างไร ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เหมือนรบ มันก็จะรบกันอยู่อย่างนั้น ต้องไปหาทางออกกัน แต่อย่ามาบอกว่าผมไม่รักชาติ ข้างโน้น ข้างนี้ ผมต้องอดทนมาก เพราะผมโดนด่าทุกวัน"

"ผมอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหารือกันหาทางออก เพราะไม่อยากให้ขัดแย้งวุ่นวาย แล้วต้องมาเรียกร้องให้ทหารออกมา เพราะถ้ารัฐบาลสั่งให้ออกมาช่วยคุมม็อบ ก็ต้องออก รัฐบาลสั่ง ทหารไม่ออกมาได้หรือ เขาสั่งตามกฎหมาย ก็เหมือนรัฐบาลก่อน สั่งทหารก็ต้องออกมา แต่ถามว่า ทหารออกมาแล้ว แก้ปัญหาได้หรือเล่า ก็แก้ไม่ได้ แล้วจะให้ทหารออกมาทำไม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

บิ๊กเข้ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. บอกว่า "ไม่คิดใครจะเรียกร้องให้ทหารปฏิวัติ เพราะทหารได้รับบทเรียนจากประวัติศาสตร์มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งในตอนแรกทุกคนก็ชื่นชมยินดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนกลับมาถล่มทหาร จึงคิดว่าทหารเองน่าจะได้รับบทเรียนตรงนี้ ดังนั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง"

ส่วน บิ๊กจิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ระบุว่า "ผมรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์อยู่ หากได้พูดคุยกันและไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งจนถึงขั้นก้าวต่อไปไม่ได้ ก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น"

"แต่ยืนยันว่า ไม่เคยคิดเรื่องปฏิวัติรัฐประหาร" ผบ.ทอ. กล่าว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 04:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แม้แต่กองทัพยังประมาณสถานการณ์ไม่ถูกว่า คำพิพากษาของศาลโลก ในคดีตีความพื้นที่โดยรอบปราสาทเขาพระวิหาร 11 พฤศจิกายน นั้น จะออกมาเช่นไร แต่ต่างเชื่อว่า จะออกมาในหนทางที่ไทยเสียเปรียบ ซึ่งจะยิ่งโหมไฟการเมือง

แม้ว่าปัญหาของเรื่องนี้จะเกิดในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่มีการสู้รบกันที่ชายแดนเขาพระวิหารของทหารไทยและกัมพูชา เมื่อปี 2553-2554 ก็ตาม แต่ก็มีความพยายามที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะมองที่ความสนิทสนมของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสายสัมพันธ์เครือญาติของตระกูลชินวัตร กับเขมร ที่ทำให้ไทยยอมเสียเปรียบ

เพราะถึงศาลจะตัดสินในวันที่ 11 พฤศจิกายน แล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรืออาจเป็นปี ในการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลกก็ตาม โดยเฉพาะหากต้องเสียพื้นที่เพิ่ม และต้องถอนทหารไทยออกมา ก็ตาม แต่ก็จะถูกปลุกกระแสว่า เสียดินแดน และต้องถอนทหารเลย

แต่ที่รัฐบาลกลัวก็คือ อาจมีการสร้างสถานการณ์จากทหารสายอำมาตย์ ที่อาจทำให้เกิดเหตุ "น้ำผึ้งหยดเดียว" ที่ชายแดน จนทำให้เกิดการสู้รบกัน

จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเดินทางลงพื้นที่เพื่อกำชับให้ทุกคนยึดคำสั่ง รัฐบาล รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ.

"กองทัพมีกฎกติกาอยู่แล้ว ถามแบบนี้ เหมือนทหารไม่มีวินัย เหมือนว่าทหารมีสีโน้น สีนี้ ทหารมีการบังคับบัญชาชัดเจน ใครไม่ทำตามคำสั่ง ขัดคำสั่งก็ปลด นั่นคือระเบียบวินัยทหาร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จึงระบุว่า ผมสั่งการให้ระมัดระวัง แต่ไม่ใช่กลัว และให้ระมัดระวังความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่เราทำคือการป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในทุกมิติ ทั้งประชาชน การติดต่อประสานงานกับทหารกัมพูชา รวมถึงการให้ติดลำโพงที่แนวชายแดน เพื่อไว้ติดต่อสื่อสารกับทหารเขมร ในกรณีที่ใช้โทรศัพท์หรือวิทยุสื่อสารกันไม่ได้



ข้อสันนิษฐานในแนวทางที่เลวร้ายที่สุด จึงทำให้เกิดข่าวลือว่า กองทัพอาจจะปฏิวัติ หากว่ารัฐบาลสั่งให้ถอนทหาร แล้วทหารไม่ถอน แต่จะสู้รบกับเขมร เพราะไม่ยอมเสียดินแดน โดยมีมวลชนหลายกลุ่มรวมทั้งม็อบต้านนิรโทษกรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเอาเรื่องเขาพระวิหาร มาผสมโรง โจมตีรัฐบาลด้วย

"ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทีเกิดขึ้น การตัดสินใจการสั่งการขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่สั่งอย่างไรค่อยว่ากันอีกที อย่าไปประเมิน ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูด ถ้าเราไม่ปฏิบัติ เขาก็ปลดผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

แล้วถ้าปลด ผบ.ทบ. จะปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ อึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตอบว่า "ไม่มี"

แต่ทว่า ทุกวันนี้ ต้องนอนก่ายหน้าผาก หรือไม่นั้น "ทหารสอนไว้ว่า ถ้าเครียด สถานการณ์ไม่ดี ก็ตั้งสติให้มั่น ใจเย็นๆ ถ้าโมโหโทโส ก็จะทำให้การตัดสินใจพลาด การจะสู้รบต้องใจเย็น" บิ๊กตู่ กล่าวพร้อมหัวเราะ

มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีที่อ่อนนุ่มลง ไม่ได้รุกรบ เพราะแม้จะระบุว่า จำเป็นต้องรบหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ตาม แต่เขาก็พยายามชี้ให้เห็นว่า ผลพวงของสงครามที่จะทำให้เกิดความสูญเสีย และต้องรบกันตลอดแนวชายแดน ไม่ใช่แค่ที่เขาพระวิหาร โดยประชาชนต้องเตรียมใจพร้อมรับทุกสถานการณ์

ที่สำคัญคือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปร่วมการประชุม ผบ.ทบ.อาเซียน และการแข่งขันยิงปืน ทบ.อาเซียน ที่พม่า 7-10 พฤศจิกายน นั้นก็เป็นการสะท้อนว่า ไม่ได้ห่วงในสถานการณ์การชุมนุม หรือแม้แต่สถานการณ์ที่ชายแดนเท่าใดนัก เพราะจะรอลุ้นผลการตัดสินของศาลโลก 11 พฤศจิกายน เสียก่อน



ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นก็มั่นใจว่า กองทัพจะไม่กลายเป็น "กล้ามเนื้อนอกบังคับ" กรณีเขาพระวิหาร เพราะมีการหารือกับ ผบ.เหล่าทัพ เป็นการส่วนตัว และประชุมร่วมกันถึง 3 ครั้ง ที่ทำให้มีความมั่นใจในตัว ผู้นำทหารว่าจะทำตามคำสั่งรัฐบาล และไม่หาเหตุในการสู้รบ

ด้วยเพราะลึกๆ แล้ว กองทัพก็ภาวนาว่า ศาลโลกจะพิพากษาให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม เพราะรัฐบาลไทยได้เคยเฉือนพื้นที่ให้เขมร แถมติดไปกับปราสาทพระวิหาร เมื่อปี 2505 ไปแล้ว โดยหวังว่า ความสัมพันธ์ที่ดีของรัฐบาลเพื่อไทยกับ ผู้นำกัมพูชา จะทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายจะไม่อุบัติขึ้น แต่จะตกลงกันในการเปิดเขาพระวิหาร ให้ท่องเที่ยว และพัฒนาเป็นพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน

แต่ที่เป็นดัชนีชี้วัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไว้ใจกองทัพ ก็เมื่อหนีม็อบต้านนิรโทษร้อนๆ ไปซบอกทหารเรือ ด้วยการไปราชการด้านตะวันออก ทั้งชลบุรี ระยอง จันทบุรี 5-7 พฤศจิกายน โดยเลือกที่จะนอนค้างแรม 2 คืน ที่บ้านพักรับรอง ผบ.ทร. บนเขา ริมทะเลสัตหีบ ในหน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) หลังจากที่แถลงข่าวเดินหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อความปรองดอง ไปแล้ว

แล้วในฐานะที่ควบ รมว.กลาโหม น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงถือโอกาสเยี่ยม ทร. ที่สัตหีบ ไปด้วยในตัว ทั้งการไปวัดสัตหีบ ขึ้นไปสักการะเสด็จเตี่ยของทหารเรือ กรมหลวงชุมพรฯ บนเขา ที่ทหารเรือนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ และลงเรือหลวงอ่างทอง เรือยกพลขึ้นบก ลำใหญ่ที่สุดของ ทร. ที่ รล.ปิ่นเกล้า ทำการยิงสลุต 19 นัด เป็นเกียรติให้ด้วย แม้ว่า รล.อ่างทอง จะจอดเทียบท่า ก็ตามที

แล้วใช้ชีวิตตลอดทั้งวันที่ 7 พฤศจิกายน กับทหารเรือ ทั้งการชมการปฏิบัติการทางทหารของหน่วยรบพิเศษของ ทร. และไปชมการต่อเรือ ที่อู่ราชนาวีมหิดล และไปเยี่ยมชมสนามบินอู่ตะเภา และให้รีแลกซ์ ด้วยการให้นายกฯ ปู ปล่อยเต่าทะเล

น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองก็ระมัดระวังประเด็นที่จะทำให้ถูกโยงกับกัมพูชา ด้วยการยกเลิกกำหนดการที่จะเปิดจุดผ่านแดนถาวร ที่ จ.ตราด เพิ่มเติมด้วย

โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ ผบ.ทร. ให้การต้อนรับดูแลตลอดทริป เพราะ ผบ.ทร. ได้ไปเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ด้วยเลย ทั้งกองกำลังป้องกันชายแดน จันทบุรี-ตราด เพื่อตรวจความพร้อมของนาวิกโยธิน พร้อมรับสถานการณ์เขาพระวิหาร ที่จะส่งผลต่อเขตแดนด้านตะวันออก นี่ด้วย

ดังนั้น ในภาพรวมแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดูจะมั่นใจในกองทัพ ใน ผบ.เหล่าทัพแบบเต็มกระเป๋า และเชื่อว่า จะไม่มีการปฏิวัติ เช่นเดียวกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั่นเอง

ยกเว้นว่าจะถูกผู้นำกองทัพ และแกนนำอำมาตย์ ลับลวงพราง หรือดราม่าให้ตายใจ หรือเกิดอุบัติเหตุ เรื่องคาดไม่ถึง อุบัติขึ้นเท่านั้นเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 07:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

1. สมมติว่า.....ถ้ากฎหมายนิรโทษกรรมตกไป มันจะแปลว่าอย่างไรหนอ...
แปลว่าผิดถูกให้ไปว่ากันที่ศาล มาตราฐานเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้นค่ะ
* คนทำผิด ต้องรับโทษ
ค่ะ ใช่
* คนทำผิดแบบมาตรฐานเดียว ??
ก็ลงโทษมาตราฐานเดียว
* คนทำผิดแบบสองมาตรฐาน ??
ก็ลงโทษแบบสองมาตราฐาน
* คนทำผิด ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิด
ถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะตัดสินได้ว่าถูกหรือผิด
* ผู้ออกคำสั่งให้ทหารไปยิงม็อบ หรือจะบอกว่าทำไปตาม พรก.ถือว่าไม่ผิด ถามต่อว่า พรก.นั้นเป็น พรก.ผิดหลักมนุษยธรรมหรือไม่
พรก.ไม่ผิด เพราะเป็นกระดาษ คนสั่งผิดเพราะใช้กระดาษผิดหลักมนุษยธรรม
* ทหารที่ยิงม็อบ ผิดด้วยหรือไม่
ผิด เพราะคำสั่งให้ออกมายิงใต้เข่าแต่ดันไปยิงศรีษะ
* คดีเหล่านี้จะมีการวิ่งเต้นใช้กำลังภายในให้ตัวเองรอดหรือผ่อนหนักเป็นเบากันหรือไม่ จะมีการอวยกันหรือไม่
แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น คดีพันธมิตร ตั้งแต่ปี2551 5ปี ศาลสั่งเลื่อน18ครั้ง นัดอีกครั้ง 2 ธ.คนี้ ซึ่งคิดว่าคงเลื่อนอีก
* ถ้ารัฐบาล ลงนามยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ใครบ้างจะได้รับผลกระทบ
ไม่ทราบค่ะ และไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมลงนาม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 พ.ย. 13, 07:19 น โดย pimpilalai2010 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 07:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

2. สมมติว่า.....ถ้าม็อบ ปชป. ไล่รัฐบาลได้ หรือรัฐบาลเกิดอุบัติเหตุเพราะข้อกฎหมายจากองค์กรอิสระ หรือรัฐบาลพ้นไปด้วยเหตุใดๆ โดยไม่ยุบสภา

* ปชป.เสียงส่วนน้อย จะตั้งรัฐบาล โดยอาศัยช่องทางใด
จัดตั้งสภาประชาชนค่ะ
* ปชช.ส่วนใหญ่ที่เขาเลือกรัฐบาลมา เขาจะยอมหรือไม่
ไม่ยอมค่ะ
* รัฐบาลแห่งชาติ คงเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐบาลปกติก็ทำได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นยังตั้งง่ายกว่าเลย พับผ่า..
ตอนนี้คุณจำลองไปยื่นฎีกาขอสภาประชาชนอยู่ค่ะ
* นายกฯ พระราชทานก็คงเป็นไปได้ยาก
ค่ะ ใช่ ท่านได้ตรัสไว้แล้วว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยค่ะ
* หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ของไทยๆ มันมีได้หลายแบบ เป็นแบบไหนก็ได้หากใจฉันต้องการ ??? สามารถอ้างไปได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
ค่ะ ใช่ เห็นได้จากการที่ม๊อบออกมาเสนอการปกครองหลากหลายรูปแบบ แม้แต่การแช่แข็งประเทศก็ยังมี

3. สมมติว่า.....ปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ต่อไป ประเทศไทย จะเป็นยังไง.....ในขณะที่โลกต้องเดินหน้าต่อไป โลกต้องมุนรอบแกนต่อไป ในระบบสุริยจักรวาล
ประเทศไทยคงยังอยู่เหมือนเดิม แต่คนไทยอาจจะไม่ใช่ มันเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยค่ะ ยามศึกเรารบ ยามสงบเราก็รบกันเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 14 พ.ย. 13, 12:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071หือ..!!!!! q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071q*071

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 15 พ.ย. 13, 02:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณพิม
ท่านทองผา
เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง
แต่บางอย่าง พูดไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ เพราะเมืองไทย
ไม่เสรีภาพเหมือนอังกฤษ อเมกา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม