หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไม่ยึด ก็ไม่ติด... คำสอนสุดท้าย“พระมิตซูโอะ คเวสโก“  (อ่าน 150 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ไม่ยึด ก็ไม่ติด... คำสอนสุดท้าย“พระมิตซูโอะ คเวสโก“



ไม่ยึด ก็ไม่ติด... คำสอนสุดท้าย"พระมิตซูโอะ คเวสโก"
โดย ศุภกาญจน์ เรืองเดช



" เป็นเรื่องจริงหรือฝันร้ายเจ้าคะที่ข่าวท่านลาสิกขา เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพระป่า "

" มีคนมาบอกว่า หลวงพ่อมิตซูโอะสึกแล้ว และไปอยู่ต่างประเทศแล้ว เท็จจริงแค่ไหนคะ "

" ท่านลาสิกขาไปไหน "

" ขอให้กลับมานะครับผมจะรอ "

" วันนี้ร้องไห้ เสียใจที่หลวงพ่อท่านตัดสินใจแบบนี้... สมัยตอนบวชกับท่าน ถึงแม้นจะทำได้ไม่ดีแต่ก็ได้คำสอนส่วนตัว ที่หลวงพ่อท่านให้ไว้ใช้ มาใช้ประโยชน์ได้เสมอ ผมรักและเคารพหลวงพ่อท่านเหลือเกิน "

ถ้อยความเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนที่โพสต์ไว้บนหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊กของพระอาจารย์มิตซูโอะ ที่มีผู้กดไลค์เกือบ 9 หมื่นคน ทั้งจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหา รวมถึงผู้ที่มีจิตใจศรัทธาในตัวพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี หลังทราบข่าวว่าการลาสิกขาแบบกะทันหันและเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่มีกำหนดกลับ

แม้ข้อเท็จจริงยังไม่กระจ่างนักในช่วงแรก จนมีข่าวลือถึงสาเหตุการลาสิกขาต่างๆ นานา เช่น ปัญหาสุขภาพ ความอึดอัดใจกับพุทธพาณิชย์ เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นต้น

ทว่า การสึกของอดีตภิกษุชาวญี่ปุ่นรูปนี้ ยังคงสะเทือนสะท้อนก้องอยู่ในใจเหล่าลูกศิษย์ไม่น้อย

ภาพติดตาของพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่มีต่อพระอาจารย์มิตซูโอะ คือ การเป็นพระนักแสวงหาและเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร หรือหลวงพ่อชา สุภทฺโท พระป่าสายปฏิบัติผู้ก่อตั้งวัดหนองป่าพง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

หลังจากมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ เรียนจบไฮสคูลจากโรงเรียนในจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเป็นบ้านเกิดแล้วจึงทำงานเก็บเงิน กระทั่งอายุ 20 ปีจึงท่องโลกเพื่อหาความหมายของชีวิต ทั้งอินเดีย เนปาล อิหร่าน ยุโรป กระทั่งเดินทางมายังประเทศไทยและบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ได้นาน 3 เดือนจึงไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺโท ตามที่มีคนแนะนำ ในที่สุดจึงอุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2518 มีฉายาว่า "คเวสโก" หมายถึง "ผู้แสวงหาซึ่งฝั่ง"



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นอกจากนี้ พระอาจารย์มิตซูโอะยังเป็นผู้บุกเบิกวัดป่านานาชาติ ชื่อว่า "วัดป่าสุนันทวนาราม" อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งชาวพุทธนิยมเดินทางไปทำบุญและเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมจำนวนมาก และริเริ่มมูลนิธิมายา โคตมี ที่ให้การช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในอุบลราชธานี กระทั่งลาสิกขาในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา

แม้หลายคนเสียใจต่อเหตุการณ์นี้ แต่ยังมีอีกหลายคนที่มองว่าเป็นการสอนหลักธรรมะอย่างหนึ่ง

"ถึงพระอาจารย์จะลาสิกขา แต่สำหรับผม พระอาจารย์ก็ยังคงเป็นพระอาจารย์เหมือนเดิมครับ ธรรมะอยู่ที่ใจครับ ไม่ใช่การแต่งตัวครับ"

" ไม่รู้นะ เราไม่มีความคิดว่าท่านจะลาจากพระพุทธศาสนา แต่เชื่อว่าท่านลาสิกขาเพื่อเข้าถึงคนบางกลุ่มได้ง่ายขึ้น เมืองไทยมีพระดี มีที่พึ่งทางใจมากมายแล้ว ท่านคงอยากไปเผยแพร่การปฏิบัติให้คนญี่ปุ่น ที่ที่สังคมยังต้องการการเยียวยาและที่พึ่งทางจิตใจมากๆ คนญี่ปุ่นไม่ค่อยเข้าวัด จะเข้าก็ต่อเมื่อทำพิธีกรรมต่างๆ และเมื่อตาย ซึ่งคงช้าไปหากจะปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์อย่างแท้จริง การที่ท่านเลือกวิธีเข้าถึงคนญี่ปุ่นลักษณะนี้ อาจเจออุปสรรคและต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้างรากฐานการปฏิบัติให้เหมือนในเมืองไทย แต่เชื่อว่าสิ่งที่ท่านจะทำต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อมวลมนุษย์ ขออนุโมทนา และเป็นกำลังใจให้ท่านให้ประสบความสำเร็จด้วยใจจริงค่ะ "

" แด่พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก หนูศรัทธาในความดีงามที่พระอาจารย์ได้เมตตาชาวไทย ชาวพุทธมาโดยตลอด คุณความดีของพระอาจารย์ และธรรมะที่ถ่ายทอดจากองค์พระศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ว่าจะโดยวัตรปฏิบัติที่งดงาม และทางวัตถุธรรมที่เผยแผ่ออกมา เพื่อให้ชาวพุทธทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข "สุขภาพใจดี" จะคงอยู่ในความทรงจำของหนูตลอดไป เชื่อเหลือเกินว่า ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาท หรือสถานภาพใดๆ พระอาจารย์คือผู้ที่ช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป... ด้วยความศรัทธาไม่เสื่อมคลาย "

จากความหลากหลายทางความคิดเห็นทั้งจากสื่อออฟไลน์และสื่อออนไลน์ จึงถามไถ่ไปยัง *อาจารย์สุรพศ ทวีศักดิ์* รองผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์หัวหิน ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา ว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกรณีนี้

อ.สุรพศ ทวีศักดิ์ แสดงความเห็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องปกติ แต่การที่พระผู้มีชื่อเสียงโด่งดังสึกออกไปอาจเป็นเรื่องที่น่าตกใจ หรืออาจมีคนกังวลว่าศาสนาพุทธในไทยจะเสื่อมและอื่นๆ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 4 เป็นภิกษุผนวช ซึ่งพระองค์เป็นภิกษุชื่อดังกว่าพระอาจารย์มิตซูโอะเสียอีก พระองค์ท่านบวชนานถึง 27 พรรษาและเป็นผู้ปฏิรูปพุทธศาสนา ตั้งนิกายธรรมยุต กระทั่งลาสิกขาเพื่อขึ้นครองราชย์ สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนากล่าวต่อไปว่า อยากให้มองว่าพุทธศาสนาจะเจริญนั้นไม่ได้อยู่ที่พระดังหรืออยู่ที่สถาบันสงฆ์ แต่อยู่ในวิถีชีวิตของชาวพุทธ พระพุทธศาสนาอยู่ที่ความเข้าใจของเรา อยู่ในการศึกษาและการปฏิบัติ ไม่อยากให้ยึดติดกับพระหรือสถาบันสงฆ์ แต่เนื่องจากชาวพุทธในไทยคิดแบบนี้กันมานาน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกอยากพึ่งพาพระมากขึ้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

"ผมเข้าใจว่าที่ศรัทธา คนที่ใกล้ชิด เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็เป็นเรื่องปกติที่จะเสียดายและเสียใจ แต่ผมคิดว่าเมื่อเราเคารพท่าน ก็ควรนำคำสอนของท่านมาปฏิบัติ นำมาอยู่กับเราดีกว่า เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังเคยกล่าวไว้ว่า "แม้แต่คนที่อยู่กับพระองค์เอง ถ้าไม่ทำตามคำสอนพระองค์ก็ไม่มีความหมาย" นั่นเพราะท่านสอนให้คนเราใช้สติปัญญาของตัวเอง พึ่งตัวเอง เพื่อให้ชีวิตตัวเองดีงาม" อ.สุรพศกล่าว

และว่า การสึกของพระอาจารย์มิตซูโอะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ เพราะทางวินัยไม่ได้ห้าม การเป็นฆราวาสก็สามารถปฏิบัติธรรมและศึกษาธรรมะได้เหมือนกัน เมื่อท่านมิตซูโอะสึกไปอาจไปเปิดสำนักปฏิบัติธรรม สอนกรรมฐานเอง และอาจทำได้ดีกว่าการเป็นพระที่มีวินัยสงฆ์เป็นข้อจำกัด การเป็นฆราวาสอาจได้ใกล้ชิดปัญหาและเข้าใจปัญหาของคนทางโลกได้มากกว่าการเป็นพระก็ได้

ไม่ว่าอดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนารามจะตัดสินใจลาสิกขาด้วยเหตุผลใดก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ย่อมเกิดจากการคิดและตรึกตรองดีแล้วด้วยดุลพินิจของท่านเอง เราในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ต้องเคารพในการตัดสินใจของท่าน

สำหรับคนที่ยังรู้สึกเสียดายหรือเสียใจ ลองมองอีกมุมหนึ่งคงไม่เสียหาย ว่าการลาสิกขาของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ครั้งนี้ถือเป็นคำสอนสุดท้ายในฐานะภิกษุ ที่ย้ำเตือนให้เราชาวพุทธตระหนักว่า ทุกอย่างบนโลกใบนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรเที่ยงแท้และคงสภาพเดิมอยู่ตลอดกาล เว้นแต่ความดีที่ได้สร้างไว้

เฉกเช่นความดีและคำสอนของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ที่จะอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาตลอดไป



ขอบคุณภาพจาก Facebook พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

hello 01


การปล่อยวาง..
ปล่อยวางเป็นอย่างไร อย่างไร ที่เรียกว่า ปล่อยวาง..
ปล่อยวาง เป็นสมมุติขึ้นครับ..เป็นคำกิริยา
ความรู้สึกต่างๆเช่นรัก ไม่รัก อยากได้ไม่อยากได้..ร้อน หนาว..เราเอาใจไปจับที่ความรู้สึก ความรู้สึกนั้นๆก็จะเพิ่มกำลังขึ้น
ทีนี้..หากไม่รู้ตัวว่า..ใจได้เอ็นเอียงไปทางความรู้สึกนั้น..ก็จะหลงไปกับใจที่ไปร่วมกับความอยาก ความรู้สึกนั้น..
ใจก็จะพากายไปร่วมชุลมุนในความรู้สึกต่างๆ เช่น ใช้ปากพูด ใช้มือทำ ใช้เท้าเดินทาง..ถูกกิเลสเข้าครอบงำ ปล่อยให้กิเลสบังคับบัญชา
จึงจัดในหมู่พวกที่ไม่รู้จักการปล่อยวาง
ในหมู่ที่รู้ถึงการปล่อยวาง
คือหมู่ที่รู้ทันความรู้สึผม้ทันความคิดของตนเอง ไม่ปล่อยให้ความอยาก ความหลงต่างๆเข้าครอบงำ..คือรู้เท่าทันกิเลสของตน..เข้าใจความเป็นมา และความเป็นไป..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความหลงครอบงำ การปล่อยวางจึงไม่มี..
คนทำบุญด้วยข้าว สิ่งของ ทรัพย์สิน เงินและทอง..เพื่อให้ได้บุญ
บุญมีลักษณะอย่างไร มีกลิ่น มีสี มีรสอย่างไร..จ้างก็ไม่รู้หรอก..
ไปวัดก็แค่ใส่บาตร รับพร..
บางคน ไปแค่เป็นประธานจุดเทียน ธูป เท่านั้น พอพระจะเทศ รีบๆกราบนมัสการลา มีธุจะรีบไป..
พระเทศ ก็ไม่อยากฟัง..
ไปวัด ก็ต้องฟังพระเทศด้วย ฟังแล้วก็จำมาพิจารณา ทำความเข้าใจ..
ความเข้าใจในวิธีที่จะปล่อยวาง ไม่หลงไปกับใจที่เต็มไปด้วยความอยาก..ความต้องการต่างๆ ความไม่ต้องการต่างๆ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจในบทธรรมะ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ ขอให้ท่านผู้อ่านศึกษากันและหากท่านใด้อยากจะเสนอบทความหรือความคิดเห็นก็เชิญได้ครับ กระทู้นี้เป็นของท่านผู้อ่านทุกๆคนครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มิ.ย. 13, 16:39 น โดย destinygoal » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 19 มิ.ย. 13, 13:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจในบทธรรมะ ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ ขอให้ท่านผู้อ่านศึกษากันและหากท่านใด้อยากจะเสนอบทความหรือความคิดเห็นก็เชิญได้ครับ กระทู้นี้เป็นของท่านผู้อ่านทุกๆคนครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

hello 01

ศาสนาอื่นๆสอนให้มนุษย์ มีความอดทนและต่อสู่กับอุปสรรคต่างๆ สอนให้มีความรัก มีความเมตตาต่อกัน ให้อภัยต่อกัน สอนให้คนมีความสัคคีต่อกัน มีความจงรักภักดีต่อกัน แต่ไม่ได้สอนให้ผู้คนรู้เท่าทันความคิดของตนเองครับ..สาวกจึงไม่ล่วงรู้ถึงกิเลสของตนเอง.. จึงไม่ล่วงรู้เหตุแห่งทุกข์ครับ. ศาสนาอื่นไม่รูู้ถึงขันธ์ทั้ง5 วํฏสงสารจึงไม่รู้ด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 มิ.ย. 13, 18:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ได้สอนว่าเกี่ยวกับธรรมะว่า

พระ พุทธเจ้าพระองค์ท่านเดินทางสายกลาง ให้มองดูความเป็นไปที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงได้ตรัสรู้โดยธรรมชาติ พระองค์ท่านมองการณ์ไกล จึงได้มีพระพุทธศาสนาแบ่งเป็น 2 สาย สายหนึ่ง เรียกว่า หินยาน คือ ปัจเจกบุคคล บุคคลนั้นผู้นั้นเมื่อนั่งสมาธิแล้วจะเกิดญาณสามารถรู้ความเป็นไป เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ยึดติดและผู้นั้นจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต่อไป และจะไม่เวียนว่ายตายเกิดต่อไป เช่น เบญจวัคคีย์ทั้ง 5 พระองค์ ที่อยู่รอบข้างองค์พระพุทธเจ้าและต้องโกนผมสายพระสงฆ์

ส่วนสายของมหายาน ก็เป็นสายหนึ่งของพุทธศาสนาเช่นกัน บางคนบอกว่ามาจากลัทธิเต๋า หรือขงจื้อบ้าง ซึ่งก็ถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนาด้วยเช่นกัน สายนี้เรียกว่า สายประชาชน ซึ่งไม่ต้องโกนผม ทุกท่านสามารถที่จะบรรลุเป็นพระโพธิสัตว์หรืออรหันต์ได้ เมื่อสำเร็จแล้วก็จะไปสู่แดนสุขาวดี (พุทธเกษตร) ต่อไป สายนี้จะมีพระโพธิสัตว์ 7 พระองค์ อยู่รอบข้างองค์พระพุทธเจ้า และพระองค์ได้มีคำบัญชาให้พระสารีบุตรหรือพระอวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิม) และพระโมคคัลลานะ หรือ พระสถามปราต์โพธิสัตว์ (องค์จี้กง) มายังโลกมนุษย์ เพื่ออบรมสั่งสอนและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

เป็นการเผยแพร่พระธรรมคำ สอนของพุทธองค์ให้สายมวลชน เมื่อสำเร็จได้ ก็จะเป็นพระโพธิสัตว์ หรือเป็นอรหันต์ ไปยังแดนสวรรค์ได้เป็นจำนวนมาก มิใช่เพียงผู้เดียว หรือ ปัจเจกบุคคล

สายอรหันต์ คือ ปัจเจกบุคคล (คนเดียว) เมื่อเรานั่งสมาธิและหยุดนิ่งทุกสิ่งแล้ว ให้เหลือ “จิตและวิญญาณ” ปฏิบัติให้จิตว่างจิตสงบให้เป็น “สุญญตา” หรือ ยอมตาย เพื่อให้ได้ทางสายเอกแล้วผู้นั้นก็จะไปสู่ “นิพพาน” ได้
สายพระมหาโพธิสัตว์ คือ เราจะต้องทำงานเป็นทีมเพื่อส่วนรวม งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ สามารถทำให้เราเป็นสุขและมีความทุกข์ที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่เราต้องถือคติว่า “เราจะยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อความสุขส่วนใหญ่ของทุก ๆ คน เพื่อให้บรรลุสู่ความเป็นมหาโพธิสัตว์ได้ทุก ๆ คนไม่ใช่เพียงคน ๆ เดียว ขอให้ท่านมีศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งท่านจะสามารถเข้าใจธรรมะขึ้นมาได้เอง จงช่วยกันรักษาธรรมของพระองค์ไว้้ตลอดไป และขยายกว้างออกไปให้เป็นวงกว้างยิ่งขึ้นจาก 1 เป็น 2 จากหมื่นเป็นแสน และจากแสนเป็นล้าน ๆ คน ให้เข้าใจธรรมเป็นไปทางเดียวกัน จะได้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง และทุกคนก็จะบรรลุเป็นพระมหาโพธิสัตว์ไปสู่แดนสวรรค์ได้เป็นจำนวนล้านๆ คน แม้แต่พระพุทธองค์ก่อนจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ต้องเกิดเป็นชาติมนุษย์บำเพ็ญเพียรมากหลายชาติ จึงจะสามารถสำเร็จเป็นพระมหาโพธิสัตว์หรือเป็นอรหันต์ได้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการปฏิบัติ จะสำเร็จได้ทุกคน ในสายของประชาชน

ทุก ท่านไม่สามารถบวชเป็นพระได้ สามารถนำธรรมะในสายของมหายานมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ แล้วท่านจะพบว่าชีวิตของท่านดีและคนรอบข้างของท่านก็ดีเช่นกันนั้นทำให้มี ความสุขเพียงใด หากลองคิดดูว่า การที่ท่านมีบ้านเรือนสะอาดสวยงามนั้น ท่านมีความสุขเพียงใด เปรียบเหมือนกับการที่ท่านมีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์หรือมีพุทธะอยู่ภายใน แต่เมื่อถ้าท่านออกมานอกบ้านแล้วพบว่า ข้างนอกบ้านนั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกรงรุงรังเต็มไปหมด เปรียบเหมือนการที่คนข้างนอกบ้าน มีแต่กิเลศตัณหา ขาดศิลธรรมจรรยา กระทำแต่ความชั่ว ทำให้ท่านก็คงต้องระมัดระวังตัว และไม่ได้รับความสุขเท่าที่ควร ที่เปรียบเทียบนี้ก็อยากให้ี้ทุกคนในสังคมช่วยกันรักษาคุณงามความดีของตนเอง และช่วยกันเผยแพร่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ทราบโดยทั่วถึงกัน เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 21 มิ.ย. 13, 15:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขออนุโมสาธุ ขอให้ได้รับส่วนบุญส่วนกุศลร่วมกันครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คำสอน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม