หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Loksopha โลกโสภา พาเที่ยว คอสตาริกา : คน กล้วย ป่า จระเข้ ปลาฉลาม  (อ่าน 1210 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 13:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งโลกบนบก โลกใต้น้ำ ซึ่งมีแนวความคิดที่ไม่ธรรมดามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ แชร์ประสบการณ์ความแปลกและน่าพิศวงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ร่วมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวบนโลกใบนี้ไปกับพวกเรากลุ่ม”โลกโสภา”
Facebook/Loksopha

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 13:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเทศคอสตาริกา อยู่ในทวีปอเมริกากลาง มีอาณาเขตจรดประเทศนิการากัว ทางทิศเหนือ จรดประเทศปานามาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จรดมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกและทิศใต้ และจรดทะเลแคริบเบียนทางทิศตะวันออก ประเทศนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของภูมิภาคในเรื่องการมีเสถียรภาพทางการเมือง และบางครั้งได้ชื่อว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์ของอเมริกากลาง คอสตาริกามีจังหวัดของประเทศทั้งหมดเพียงแค่ 7 จังหวัด "มีพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของประเทศไทย เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ทำให้มีพืชพันธุ์ไม้อุดมสมบูรณ์ที่ไม่สามารถพบได้ในประเทศอื่น มีพื้นที่เป็นเขตป่าสงวนมากถึง 25% ของประเทศ เพราะเข้มวงดเรื่องการห้ามทำลายป่าเป็นอย่างมาก นี่เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทางเราได้รับทราบมาและเราก็ได้นัดกับเพื่อนร่วมทริปที่จะไปกันหลายทีม เรื่องการเดินทางเราได้รับการสนับสนุนและวางแผนงานการเดินทางโดย elegance travel ไว้อย่างดี เราใช้เวลาเดินทางถึง 20 ชั่วโมงหลับๆตื่นๆอยู่บนเครื่องตลอด แต่ก็ยังไม่เท่ากับปัญหาที่เราเจอที่สหรัฐอเมริกาตอนเปลี่ยนเครื่องคือ ทาง ตม.ของอเมริกาตรวจค้นกระเป๋าทุกใบอย่างละเอียดยิบ ซึ่งเราจะต้องเปิดกระเป๋าให้ดูทุกใบ ถึงแม้นว่าเราจะแค่แวะเปลี่ยนเครื่องเท่านั้น นึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกาที่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีและแล้วเราก็ได้มาถึงจุดหมายแรกของเรา เมืองแห่ง “Rich Coast” - Costa Rica



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2 พ.ค. 13, 14:24 น โดย loksopha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 13:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

“Pura Vida”เป็นคำทักทายภาษาสเปน แปลว่า “ชีวิตอันบริสุทธิ์” ชาวคอสตาริกาจะใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลักเพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของสเปนมาก่อน “Pura Vida” คำแรกเราได้ยินจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของคอสตาริกา พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้ามันทำให้เราหายเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางที่ผ่านมาได้ ทีมเราเลยส่งยิ้มสยามกลับ เจ้าหน้าที่รู้สึกแปลกใจกับคนไทยและดูจะออกอาการตื่นเต้นที่ได้เจอคนไทยเพราะไม่ค่อยได้เจอคนไทยมาที่นี้นัก (แอบดีใจนิดๆ) จนทำให้เราอยากจะคุยกับเจ้าหน้าที่ถึงประเทศไทยของเราแต่ด้วยภาษาสเปนเป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย เราก็เลยให้เค้ารู้จักแค่ยิ้มสยามอย่างเดียวไปก่อน แหะๆ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2 พ.ค. 13, 14:25 น โดย loksopha » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คอสตาริกามีภูมิประเทศทอดยาวสองฝั่งขนาบด้วยทะเลคือ มหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกและทิศใต้ และทะเลแคริบเบียนทางทิศตะวันออก จึงมีอีกชื่อเรียกคือ “ริช โคสต์” อันหมายถึงประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยชายฝั่งทะเล ขณะที่ชายแดนทางเหนือติดประเทศนิการากัว ส่วนด้านใต้ติดกับประเทศปานามา และถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดับต้นๆ ของโลก เพราะพื้นที่ราวหนึ่งในสี่ของประเทศนั้นเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่คุ้มครอง จึงทำให้มีโอกาสพบกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้ไม่ยากนัก



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะที่ผู้คนชาวคอสตาริกานั้น จัดว่าเป็นมิตรมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก สามารถพบเห็นรอบยิ้มและมิตรภาพได้อยู่แทบจะตลอดเวลา รวมทั้งยังเป็นประเทศที่มีสถิติอาชญากรรมต่ำมาก และยังเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีกองทัพทหาร ดังนั้นการเดินทางท่องเที่ยวในคอสตาริกา จึงมีความปลอดภัยสูงมาก
ปัญหาหลักดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการสื่อสารเสียมากกว่า เพราะรอยยิ้มที่ตามมาด้วยภาษาสเปนนั้นทำเอาทีมงานโลกโสภา ไปกันแทบไม่เป็นเลยทีเดียว ล่ามจึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเดินทางในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ
เมื่อถึงซานโฮเซ่ เมืองหลวงของคอสตาริกา ทีมงานโลกโสภา ก็ได้พบกับแขกพิเศษร่วมทริปอีกกลุ่ม และนักดำน้ำอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราได้นัดหมายกันเอาไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานานหลายเดือนก่อนการเดินทาง
หลังจากพักความเหนื่อยล้าของร่างกายชั่วคืน พวกเราทั้งหมดจึงได้เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติตอร์ตัวกีโร (Tortuguero) พื้นที่ป่าชุ่มน้ำซึ่งมีความสำคัญระดับโลก เพราะมีระบบนิเวศวิทยาที่มีความหลายหลายทางชีวภาพอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดกับทะเลแคริบเบียน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอร์ตัวกีโร เป็นทั้งแหล่งเก็บกักน้ำฝนและน้ำท่า เป็นแหล่งทรัพยากรและผลผลิตธรรมชาติ ที่ชาวคอสตาริกาสามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์ และมีความสำคัญต่อการคมนาคมในท้องถิ่น รวมถึงการเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์ อันมีความสำคัญทางนิเวศวิทยา และการอนุรักษ์ธรรมชาติ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าแห่งนี้มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางธรรมชาติวิทยาอีกด้วย เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์จำนวนมาก อาทิ เต่าหลายสายพันธุ์ จระเข้ ลิง กิ้งก่า นกน้ำหลายชนิด รวมถึงนกทูแคน สัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติของคอสตาริกา และสิ่งมีชีวิตอีกจำนวนมาก
ทว่าในระหว่างทางก่อนที่จะเดินทางไปถึงตอร์ตัวกีวโร พวกเราได้เดินทางผ่านสวนกล้วยขนาดใหญ่จำนวนมาก นั่นเพราะกล้วยถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศคอสตาริกา ซึ่งถือเป็นผู้ส่งออกลำดับต้นๆ ของโลก จนได้รับการขนานนามอีกนัยหนึ่งประเทศแห่งกล้วยหอม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คณะของเราได้เห็นอุตสาหกรรมกล้วยที่ดูแล้วไม่กล้วยเลย มีการนำเทคโนโลยีในลักษณะที่เรียกว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาช่วยในการขนกล้วยจากสวนเข้าสู่โรงคัดแยกกล้วย โดยการใช้สายพานลำเลียงเครือกล้วยขนาดใหญ่จากสวนที่อยู่ห่างจากโรงคัดแยกตั้งหลักสิบจนถึงหลักร้อยเมตรอย่างเป็นระบบ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แม้ว่าสวนที่พวกเราผ่านจะเป็นสวนของเอกชน แต่ความมีน้ำใจของคนงานและเจ้าของสวน ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นกระบวนการเก็บกล้วยจนถึงขั้นตอนการบรรจุเพื่อส่งออก ซึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทำให้พวกเราได้เห็นถึงการจัดการที่ดูมีความเป็นมืออาชีพ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างดี เพราะในสวนกล้วยแทบจะไม่พบขยะแปลกปลอมเลย





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังชื่นชมกับกล้วยและธรรมชาติสองข้างทางที่เขียวขจีสบายตาไม่นานนัก พวกเราก็เดินทางถึงแม่น้ำสาขาของตอร์ตัวกีโร ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่จะเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติพื้นที่ชุ่มน้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกรายล้อมด้วยป่าดงดิบที่รกทึบ เต็มไปด้วยสัตว์ที่อันตรายอาทิ เสือจากัวร์ จระเข้ งู และสัตว์มีพิษอีกหลายชนิด ดังนั้นการเดินทางโดยเรือจึงเป็นเส้นทางที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทั้งนี้นอกจากเรือแล้วเครื่องบิน ถือเป็นอีกเส้นทางที่จะเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ แต่เนื่องจากเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก และมีตารางการบินที่ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่พวกเราเดินทาง พวกเราจึงเลือกใช้บริการเรือโดยสาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากลงเรือพวกเราไม่ได้มุ่งหน้าสู่ที่พักทันที แต่กับตันเรือได้พาพวกเราไปยังเขตที่เป็นน้ำกร่อย บริเวณรอยต่อของปากแม่น้ำกับทะเลแคริบเบียน ซึ่งในระหว่างทางนกน้ำจำนวนมากต่างทยอยกันออกมาอวดโฉมให้พวกเราได้ยลกับเป็นระยะ ขณะที่ลิงชนิดต่างๆ ก็ส่งเสียงแสดงความเป็นเจ้าถิ่นอยู่ตลอดเวลา สะท้อนให้เห็นว่าป่าแห่งนี้มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนจะถึงรอยต่อปากแม่น้ำหลายคนในคณะของพวกเรามีการพูดถึงการลงเล่นน้ำในแม่น้ำ รวมถึงมีบางคนพยายามจะทดลองนิสัยคนไทยคือการเอาเท้าราน้ำระหว่างนั่งเรือ ขณะที่ไกด์ได้เตือนว่าแหล่งน้ำแห่งนี้ชุกชุมด้วยจระเข้ แต่หลายคนก็ยังไม่เชื่อสนิทใจนัก เพราะยังไม่เห็นด้วยตาว่ามีจริง แต่พลันที่เดินทางถึงรอยต่อกับทะเลแคริบเบียน ทำหลายคนถึงกับอึ้งเงียบลงทันที เนื่องจากมีจระเข้ ราว 2-3 ตัว ที่นอนผึ่งแดดรอคอยการเดินทางมาถึงของเหยื่ออย่างใจเย็น
เมื่อเรือเข้าใกล้พวกมันก็รีบทะยานพุงลงสู่สายน้ำ ไกด์นำทางจึงบอกพวกเราอีกว่าที่เห็นเป็นเพียงส่วนน้อย เพราะในน้ำยังมีอีกจำนวนมาก ทำเอาหลายคนต้องดึงมือที่เกาะริมกาบเรือเข้ามากระชับกับลำตัวโดยอัตโนมัติเลยทีเดียว
หลังจากนั้นพวกเราจึงมุ่งหน้าสู่ Mawamba Lodge ที่พักซึ่งเป็นรีสอร์ท เอกชนในเมืองตอร์ตัวกีโร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดเขตป่าอุทยานแห่งชาติ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 14:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากจะบอกว่าตอร์ตัวกีโร เป็นเมืองก็คงไม่ชัดเจนนัก เพราะมีลักษณะคล้ายกับหมู่บ้านมากกว่ามีประชากรอาศัยอยู่ราวกว่าพันคนนิดหน่อย ประชากรส่วนใหญ่ก็เป็นลุกผสมมีทั้งผู้คนเชื้อสายสเปน ละตินอเมริกาหรืออเมริกาใต้ และกลุ่มคนผิวสี
ขณะที่ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น มีฝนตกแทบจะทุกวัน โดยเวลาที่ฝนตกนั้นค่อนข้างแน่นอนและตรงกันทุกวันนั่นคือเวลาราวบ่ายสามโมง ดังนั้นการวางแผนต่างๆ จึงสามารถกำหนดให้ฝนเป็นส่วนหนึ่งของแผนการได้ด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชื่อของตอร์ตัวกีโร นั้นมีความหมายว่าเต่า เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของเต่าหลายสายพันธ์แล้ว ที่บริเวณชายหาดฝั่งแคริบเบี้ยนของเมืองแห่งนี้ คือจุดที่มีเต่าขึ้นมาวางไข่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะปรากฏการณ์อริบาดา “Arribada” ปรากฏการณ์ธรรมชาติในการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเลพันธุ์ Olive ridley และ Kemp’s ridley ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพวกเราในการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การจะชมปรากฏการณ์อริบาดา ได้ต้องเป็นช่วงเวลากลางคืน ดังนั้นพวกเราจึงนัดหมายกันในราวเที่ยวคืน เพื่อลักเลาะไปตามชายฝั่งทะเลแคริบเบียน โดยมีไกด์ท้องถิ่นเป็นผู้นำทาง ข้อแม้ของการเดินคือห้ามเปิดไฟให้อาศัยแสงของพระจันทร์นำทาง เนื่องจากการใช้ไฟจะทำลายสมาธิของเต่า พวกเราจึงต้องเดินกันท่ามกลางเสียงคลื่นลมของทะเลแคริบเบียนที่โถมเข้าไปใส่อย่างต่อเนื่อง




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังจากเดินกันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรจนหลายคนเริ่มบ่นว่าเหนื่อยและอ่อนล้า อีกทั้งยังไม่เจอเต่าเสียที เนื่องจากช่วงที่พวกเราไปเป็นช่วงต้นของฤดูกาล จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่พบเหตุการณ์ดังกล่าวได้ จนหลายคนเริ่มท้อ และอยากกลับไปนอน เนื่องจากลมทะเลอันเหนอะหนะ
ในที่สุดโชคก็เข้าข้างพวกเราจนได้เมื่อเห็นสัญลักษณ์การส่องไฟจากเจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งคอยตระเวนตรวจตราอยู่ชายฝั่งบ่งบอกว่ามีการพบการวางไข่ของเต่า พวกเราจึงไม่รอช้ารีบมุ่งไปยังสัญลักษณ์แสงไฟที่ปรากฏทันที



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อพวกเราไปถึงก็พบเต่าทะเล green turtle กำลังพยายามกลบฝังไข่ที่เพิ่งวางไปเมื่อก่อนหน้าพวกเรามาถึงไม่นานนัก โดยแม่เต่าตะเกียกตะกายเดินห่างจากทะเลลึกเข้ามาในเขตชายฝั่งถึงราวห้าสิบเมตรเลยทีเดียว ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ปรากฏการณ์อริบาดา ตามที่พวกเราตั้งใจ แต่นั่นก็ถือเป็นสิ่งพิเศษที่ไม่อาจพบเห็นได้บ่อยนัก พวกเราเฝ้าดูพฤติกรรมของแม่เต่า จนกระทั่งมันกลบดินฝังไข่เสร็จ จากนั้นมันจึงค่อยทะยานตัวตะเกียตะกายกลับสู่ท้องทะเลท่ามกลางสายตามหลายสิบคู่ที่คอยลุ้นและให้กำลังใจ และเมื่อแม่เต่ากลับลงสู่ทะเล เจ้าหน้าที่จึงทำสัญลักษณ์ว่าจุดนี้เป็นจุดที่วางไข่ของเต่า เพื่อจะได้คอยตรวจสอบตลอดเวลา และเพื่อป้องกันไม่เกิดการขโมยไข่เต่า เนื่องจากยังความเชื่อในเรื่องสรรพคุณการเพิ่มพลังทางเพศอยู่ เป็นระยะเวลาราว 2 เดือน จนกว่าไข่เต่าจะฟักออกมาเป็นตัว และกลับลงสู่ทะเล
จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทำให้เราทราบว่าเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของเต่ามีน้อยมากแค่ราว 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบและการดูแลที่ดี เพื่อรักษาสมดุลของประชากรเต่าทะเล
สิ่งที่หนึ่งที่พวกเรารู้สึกดีกับการเดินสำรวจเต่าในครั้งนี้คือความสะอาดของพื้นที่โดยรอบ แม้ว่าจะมีถังขยะน้อยมาก แต่กลับไม่มากทิ้งขยะอย่างเกลื่อนกลาด ขณะที่ถังขยะก็มีการแบ่งประเภทอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงวินัยในการรักษาความสะอาดของคนที่นี่เป็นอย่างดี แม้จะเหนื่อยล้าและเหนียวตัวเหนอะหนะกับลมทะเลบ้าง แต่พวกเราก็สามารถนอนหลับกันได้อย่างมีความสุข


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังผ่านพ้นค่ำคืนอันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เช้าวันต่อมาพวกเราก็ได้มีโอกาสล่องเรือท่องป่าชุ่มน้ำ ซึ่งพวกเราได้พบเห็นนกหลายหลายสายพันธุ์ จระเข้ รวมทั้งสัตว์สายพันธุ์เดียวกับจระเข้แต่มีขนาดเล็กกว่าคือเคย์แมน นอกจากนี้ยังมีสลอต และลิงต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี
โดยไม่มีการโค่นต้นไม่ขนาดใหญ่เนื่องจากพวกเขาทราบดีว่ามันคือแหล่งทรัพยากรอันสำคัญของชาติ และเป็นสิ่งสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ชุมชน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตลอดระยะเวลาร่วมสามวันที่ทีมงานโลกโสภา และผู้ร่วมทริป ใช้ในการสำรวจอุทยานแห่งชาติตอร์ตัวกีโร หมดไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอากาศร้อนที่เหนอะหนะเหนียวตัวในแบบของทะเลแคริบเบียน ที่มาบรรจบกับอากาศเย็นชื้นปนฝนของป่าชุ่มน้ำ โดยเฉพาะฝนที่มาตรงเวลาเสมอในยามบ่ายสามโมง แต่อุปสรรคทางด้านภูมิอากาศก็มิได้ทำให้พวกเรารู้สึกว่าคุณค่าของป่าตอร์ตัวกีโร ลดลงไปเลย
การจากลาป่าชุ่มน้ำแห่งแคริบเบียน จึงเป็นสิ่งที่อาลัยอาวรพอควร เพราะยังมีอีกหลายสิ่งที่พวกเรายังไม่ได้พบ โดยเฉพาะเสือจาร์กัวร์ และเต่าสายพันธุ์ Olive ridley และ Kemp’s rley ดังนั้นป่าแห่งนี้จึงเป็นอีกสถานที่ซึ่งพวกเราบันทึกเอาไว้ว่าอาจจะต้องกลับมาอีกครั้งในอนาคต
หลังออกจากตัวร์ตัวกีโร ทีมงานและคณะได้มุ่งหน้าขึ้นสู่เขตทางตอนเหนือของประเทศคอสตาริกา โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่ภูเขาไฟอารีนอล Arenal Volcano ในเขตจังหวัด Alajuela จัดเป็นภูเขาไฟที่สวยงามและทรงพลังที่สุดในประเทศคอสตาริกา อยู่ห่างจากซานโฮเซ่ เมืองหลวงของประเทศราว 90 km. ทั้งนี้ภูเขาไฟอารีนอล มีความสูง 1,657 m. เหนือระดับน้ำทะเล
สำหรับลักษณะทางธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญ ถือว่าอารีนอล เป็นภูเขาไฟที่ยังอายุไม่มากไม่น่าจะเกิน 7,000 ปี โดยการปะทุใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1968 การระเบิดของภูเขาไฟได้เกิดเถ้าถ่านตะกอนและลาวาทำลายเมือง Tabacn เมืองเล็กๆ ในเขตภูเขาไฟมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่เกินร้อยคน จนราบพนาสูญ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกทั้งจากการระเบิดในครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดปล่องภูเขาไฟใหม่เกิดขึ้นอีก 3 ปล่อง ทางด้านข้างทิศตะวันตก โดยหนึ่งในปล่องภูเขาไฟก็ยังคงมีการปะทุเล็กน้อยอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
แต่ภายใต้ความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะโดยรอบเขตภูเขาไฟกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เพราะมีทั้งป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยสัตว์ป่าจำนวนมาก รวมถึงแหล่งน้ำแร่จำนวนมากจนส่งผลให้กลายเป็นแหล่งอาบน้ำแร่ชื่อดังระดับโลก
ต้องขอบคุณ Elegance Travel ผู้อุปถัมภ์เรื่องการเดินทางอย่างยิ่ง เพราะเมื่อพวกเราเดินทางไปถึงอารีนอล ผู้ร่วมทางทุกคนต่างยิ้มแก้มแทบปริเพราะภูเขาไฟตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าที่พักของพวกเรานั่นเอง แม้จะเป็นค่ำคืนที่มีฝนโปรย แต่เมื่อฟ้าแลบคราใดก็จะเห็นรูปทรงของภูเขาไฟอย่างชัดเจน เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและแปลกตาไปอีกแบบ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แม้ว่าจะไม่เห็นการปะทุของลาวา แต่เราก็สามารถเห็นกลุ่มก๊าซที่ค่อยๆ ลอยละล่องออกมาปกคลุมที่บริเวณปากปล่องของภูเขาไฟ ขณะเดียวกับที่พวกเรากำลังจับจ้องยังปลายยอดของอารีนอล เวลาเดียวกันนั้นเองก็มีข่าวการปะทุของภูเขาไฟอีกลูกในคอสตาริกา แม้จะอยู่ห่างกันหลักร้อยกิโลเมตร แต่ทำเอาหลายคนคาดหวังว่าน่าจะกระตุ้นให้อารีนอล จะพ่นลาวาออกมาให้เราชมเป็นขวัญตาบ้าง
พวกเราเริ่มต้นกิจกรรมที่อารีนอล ด้วยการเดินป่าซึ่งเป็นป่าที่ผสมผสานกันระหว่างป่าฝน Rain forest และป่าเมฆ cloud forest เพื่อชื่นชมกับธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ รวมถึงทะเลสาบอารีนอล ซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์และเป็นแหล่งน้ำรวมถึงแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคอสตาริกา




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในช่วงระหว่างการเดินป่านั้นพวกเราพบเห็นกับนกทูแคน Tucan นกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของคอสตาริกา โดยทูแคน เป็นนกที่ลักษณะใกล้เคียงกับนกเงือก ชอบอยู่สันโดษ แต่การพบครั้งนี้อาจจะเป็นภาพที่น่ากลัวไปนักสักนิดสำหรับหลายคน เพราะทูแคนตัวที่เราพบนั้นกำลังกินอาหารคือลูกนกขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ซึ่งแม่ของของมันยังบินวนเวียนอยู่ไม่ไกล แม้มีความพยายามจะช่วยลูกน้อย แต่ด้วยขนาดของร่างกายที่แตกต่างกันมาก มันจึงทำได้เพียงดูลูกของตัวเองถูกกินต่อหน้าต่อตา แม้ว่าภาพที่พวกเราพบเห็นอาจจะเป็นเรื่องโหดร้าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นวงจรวิถีชีวิตปกติของธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งการควบคุมและจัดการกันเอง




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พวกเราเดินป่าอย่างเพลิดเพลินได้เรียนรู้จักกับพืชพันธุ์แปลกใหม่หลายชนิด รวมถึงสามารถมองเห็นป่าเมฆ monteverde cloud forest ผืนป่าเขียวขจีที่ปกคลุมด้วยเมฆที่ปลายยอดไม้ ถือเป็นระบบนิเวศที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก และที่สำคัญป่าลักษณะดังกล่าวกำลังจะหมดไปจากโลกในอีกไม่เกินห้าสิบปีข้างหน้า เพราะอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เมฆลอยสูงจากป่าขึ้นเรื่อยๆ และจะหายไปในที่สุด หลังจากนั้นพวกเราจึงกลับมายังที่ทำการอุทยานเพื่อเตรียมตัวทำกิจกรรม zip line หรือ การโหนเชือกสลิง เพื่อชมความงามของธรรมชาติในมุมสูง ซึ่งซิบไลน์ของอารีนอล ถือเป็นหนึ่งในสลิงที่สูงที่สุดในโลกโดยสูงจากพื้นดินตั้งแต่ระดับ 30 – 200 m. และมีความยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกว่า 3 km. โดยแบ่งเป็นสถานีย่อย 8 สถานี แต่ละช่วงมีความยาวระหว่าง 200 – 750 m





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีความสูงของต้นไม้หลายระดับส่งผลให้แต่ละสถานีมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกันออกไป พวกเราจึงได้เห็นทั้งภูเขาไฟ ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และป่าไม้ แม้ว่าจะน่าหวาดเสียวและสามารถเรียกเสียงกรี๊ดจากคณะได้ทุกสถานี แต่ก็จัดได้ว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อีกกิจกรรมที่ดูจะเป็นที่ประทับใจของหลายคนในคณะคือการขี่ม้าเที่ยวชมน้ำตก เพราะสามารถเห็นวิวของภูเขาไฟ และทุ่งหญ้าที่มีความกว้างไกลสุดสายตา แม้ว่าจะเหนื่อยและเจ็บก้นแต่ทัศนียภาพอันงดงามแล้วถือเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าอย่างมาก




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กลุ่มควันบนปากป่องภูเขาไฟอารีนอล พัดเอื่อยๆ ไหวไปตามกระแสลม ราวกับโบกมืออำลาในช่วงที่รถบัสของคณะเราเคลื่อนตัวออกจากเมืองกลับสู่ซานโฮเซ่

ยอดของภูเขาไฟค่อยๆ ลางเลือนและหายไปกับทิวเขาทีละนิดจนลับสายตา ตึกสูง อาคารบ้านเรือนร่วมสมัยเริ่มปรากฏตัวขึ้นมาแทน เป็นสัญญาณที่สื่อสารว่าพวกเรากลับสู่เมืองหลวงของคอสตาริกา อีกครั้ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในระหว่างทางพวกเราได้แวะเข้าศูนย์การค้าเพื่อเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมถึงขนมและอาหารแห้งสำหรับการดำรงชีวิตติดไม้ติดมือกันพอประมาณ เพราะเป้าหมายต่อไปของพวกเรานั้นไม่มีร้านค้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอีกแล้ว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โคโคสไอร์แลนด์ Cocos Island หมู่เกาะมรดกโลกกลางมหาสมุทรแปซิฟิก อีกหนึ่งแหล่งดำน้ำในฝันของนักดำน้ำทุกคน คือเป้าหมายต่อไปของทีมงานโลกโสภา และคณะ พวกเราไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่ที่เบื้องหน้าบ้าง แต่ความไม่รู้นี่เองคือสิ่งที่ท้าทายและน่าค้นหาอย่างยิ่ง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พาหนะในครั้งนี้ มีชื่อว่า Okeanos Aggressor เราต้องการเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อจะพาคณะของเราไปสู่จุดหมายปลายทาง ช่วงเวลาที่อยู่บนเรือเรียกได้ว่าเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่จัดเตรียมต้อนรับ ทั้งบริการอาหารและเครื่องดื่ม เรียกได้ว่าหายเหนื่อยหายเมื่อยล้าจากการเดินป่า ขี่ม้า กันมาเลยทีเดียว แต่ความสบายก็อยู่กับคณะของเราได้ไม่นาน พอเมื่อถึงที่หมายของเรา เกาะโคโคส เราได้เห็นทีมลูกเรือ Okeanos นำเรือเล็กลงนั้นก็เป็นสัญญาณว่าได้เวลาที่เราจะได้ลงไปสนุกกันใต้ผืนน้ำที่เกาะแห่งนี้ และก็อดชื่นชมความเป็นมืออาชีพของลูกเรือที่ใช้เวลาเคลียร์ดาดฟ้าเรือที่เป็นที่จอดเรือเล็กให้กลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับเรา ได้เพียงในเวลาไม่ถึง ห้านาที แต่ทางคณะของเราก็ชุลมุนวุ่นวายไม่แพ้กัน กับการเตรียมตัวเช็คอุปกรณ์สำหรับดำน้ำกันเป็นชั่วโมง(อายเค้ามั้ยนั่น)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชื่นชมในความสามารถของลูกเรือจริงๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อได้ดำดิ่งลงสู่ใต้ผืนน้ำแห่งนี้ ภาพที่ปรากฏทำให้เรายอมรับคำว่า เป็นมรดกโลก ได้โดยเต็มใจ เพราะหนาแน่ไปด้วยปลาน้อยใหญ่มากมายจริงๆ มีตั้งแต่ปลาที่หาพบได้ยากจากที่อื่น แต่เราพบได้ที่นี่อย่างง่ายดาย ทั้งปลาขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่ว่ายอยู่รอบๆตัวเรา เต็มท้องน้ำไปหมด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปริมาณของสัตว์น้ำที่นี้เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้ได้ตลอดเวลาทุกวินาที ไม่ว่าเราเหลียวไปมองทางไหนเราได้พบเห็นสิ่งมีชีวิตอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนแน่ขนัดจริงๆ ดูอย่างฝูงกุ้งมังกรที่อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ขนาดนี้ ซึ่งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอยู่รวมกันเยอะมากมายเป็นกลุ่มขนาดนี้(นอกเหนือจากร้านขายอาหารซีฟู๊ด) ทำให้นึกถึงรังมดแดงขึ้นมาในบัดดล และทำให้นึกอยากจะชวนไปเที่ยวบนเรือสักตัวสองตัวท่าจะดี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นอกจากฝูงสัตว์น้ำต่างๆที่เราพบเห็นแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่แวะมาเยี่ยมเยียนเรา ตลอดเวลาคือ เจ้าปลาฉลามหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเจ้าฉลามหัวค้อน ฉลามครีบขาว รวมไปถึงเจ้าถิ่นอย่าง Galapagos shark ปลาฉลามนับเป็นปลาชนิดหนึ่งที่นักดำน้ำอย่างเราชื่นชอบ และหวังที่จะได้เจออยู่เสมอ ซึ่งจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้แปลกใจที่จะเจอเจ้าปลาฉลามที่นี่นัก มเพราะได้รับการ บรีฟก่อนดำน้ำที่นี้แล้วว่า ฉลามที่นี่ชุกชุมมาก เราจึงไม่แปลกใจที่เห็นเจ้าฉลามแวะเวียนมาทักทางพวกเรา ทีละตัวสองตัวสามตัว



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่แล้วสักพักเราก็ได้พบความตื่นเต้นอีกจนได้เมื่อได้เจอฝูงเจ้าฉลามครีบขาว อยู่รวมกันเป็นฝูง หลายสิบตัว(เท่าที่มองเห็นบริเวณนั้น แต่คาดว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่าที่เห็นอีกมาก) นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเล ฉลามครีบขาวเป็นปลาฉลามที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันมันจะนอนอยู่นิ่งๆ หรือว่ายน้ำช้าๆเสียมากกว่า เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน จากภาพที่เห็นทำให้ในหัวของเราดังก้องซ้ำๆว่า So many sharks, So many sharks, So many sharks



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขณะที่เราก้มหน้าก้มตาเฝ้าดูพฤติกรรมของเจ้าฉลามครีบขาว ที่นอนสงบนิ่งอยู่บริเวณพื้นทรายหรือตามซอกหินด้วยความเพลิดเพลินอยู่นั้น จู่ๆก็รู้สึกว่าอยากมองขึ้นไปบนผิวน้ำขึ้นมา แล้วสิ่งที่ได้พบก็คือเจ้าฝูงฉลามหัวค้อน ว่ายผ่านเหนือหัวเราไป เท่าที่คาดคะเนจากสายตาของเราน่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 30 ถึง 40 ตัวหรือมากกว่านั้น ภาพฝูงฉลามมากมายที่ว่ายผ่านเราไปทำให้อะดรีนาลีนเราหลั่งออกมาจะเรารู้สึกได้ถึงความตื่นเต้น และในหัวของเราตอนนี้มีแต่คำว่า So many sharks, So many sharks, So many sharks, So many Sharks, So many Sharks



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 15:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Night dive หลายคนอาจสงสัยว่า ดำน้ำตอนกลางคืนดำไปทำไม จะมีอะไรให้ดู? จริงๆแล้วมีให้ดูเยอะครับ พฤติกรรมของสัตว์ใต้ท้องทะเลเวลากลางคืน จะแตกต่างจากกลางวัน สัตว์ที่เราเห็นตอนกลางวันอาจจะหาที่หลบซ่อนและนอนหลับ หรือมีวิธีกำบังตัวเองจากศัตรูด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป และก็มีสัตว์บางประเภทที่จะออกหากินในตอนกลางคืน ดังนั้น Night dive
จึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่นักดำน้ำนิยมกัน โดยเฉพาะ dive นี้ ความพิเศษอยู่ตรงเจ้าปลาฉลามครีบขาว ซึ่งตอนกลางวันเราจะเห็นมันนอนสงบนิ่งอยู่ผืนทรายใต้ท้องทะเล เราจะมาตามดูพฤติกรรมของมันยามที่มันล่าเหยื่อ และมีสัญชาติญาณของนักล่าอย่างเต็มตัวกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 16:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภาพสัตว์ยามกลางคืน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 16:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากเมื่อตอนกลางวันที่เราเห็นมันนอนกันอยู่กลุ่มละ สามสี่ตัวบ้าง ห้าหกตัวบ้างกระจายกันออกไป แต่หลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เจ้าฉลามครีบขาวที่นอนนิ่งๆ ตอนนี้ไม่มีตัวไหนอยู่นิ่งๆเลย จากเจ้าปลาขี้เกียจที่เอาแต่นอนเฉยๆหรือว่ายน้ำช้าๆแบบหมดแรง มันช่างแตกต่างกันกับที่เราเห็นเมื่อตอนกลางวัน และที่น่าตกใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราพบเจอปลาฉลามครีบขาวมากกว่าที่เราเฝ้าสังเกตเมื่อตอนกลางวันอย่างน่าตกใจ ตอนนี้พวกมันว่องไวขึ้นมีสัญชาตญาณของนักล่าเต็มตัว และมีจำนวนมากเป็นสองเท่าจากที่เราเห็น เท่าที่เราสักเกตดูจะเห็นมันล่า เจ้าปลาที่โชคร้ายที่ว่ายผ่านมา ก็จะถูกปลาฉลามตัวใดตัวหนึ่งเข้าจู่โจม แล้วตัวอื่นๆก็จะรุ่มเข้ามา เพียงไม่กี่วินาที เราก็ไม่เห็นเจ้าปลาโชคร้ายตัวนั้นอีกต่อไป



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 2 พ.ค. 13, 16:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คอสตาริกา : คน กล้วย ป่า จระเข้ ปลาฉลาม
ถ้าจะพูดถึงคนที่นี่ เราเห็นไมตรีจิต ที่คนเหล่านั้นหยิบยื่นให้กับเรา รอยยิ้ม คำทักทาย ที่ถึงแม้นว่าเราจะฟังไม่ออกและก็ไม่รู้ความหมายของมัน แต่สิ่งที่เรารับรู้ได้ก็คือรอยยิ้มของผู้คนที่นี่จนทำให้เรานึกย้อนกลับมามองตัวเอง ผู้ที่ได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม หรือว่า ยิ้มสยาม ก็ตาม ว่าทุกวันนี้เรายังหลงเหลืออยู่หรือเปล่าสำหรับชีวิตสังคมเมืองในปัจจุบันของเราซึ่งจะหารอยยิ้มให้แก่กันนั้นเริ่มจะหายากขึ้นทุกวัน แต่ในความรู้สึกและก็เป็นความหวังของเราผมยังเชื่อว่าประเทศของเราก็ยังคงมียิ้มสยามที่มอบให้แก่กันอยู่เสมอ และที่คอสตาริกานี้ทำให้เรารับรู้แง่มุมที่ว่า ประเทศที่ปลอดภัย ไม่ใช่ประเทศที่มีกองกำลังทหารมากมาย แล้วผู้คนจะอยู่อย่างปลอดภัย ที่นี่ไม่มีทหารแม้นแต่คนเดียว แต่กลับมีอาชญากรรมต่ำมากที่สุด มันย่อมสะท้อนถึงความเป็นจริงบางอย่างออกมาให้เห็นถึงผู้คนของที่นี่ นอกจากรอยยิ้มแล้วความรู้สึกปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญและเรารับรู้และสัมผัสได้จากคนที่นี้ ถ้าพูดถึงกล้วยผมชาตินิยม ชอบกล้วยไทยมากกว่า แต่ยอมรับว่าของเค้าเยอะจริงๆ อันนี้ต้องยอมรับ ถ้าพูดถึงป่า สิ่งเดียวที่อยู่ในความคิด อยากให้ประเทศของเรามีพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มขึ้น ผู้คนเข้าใจและรักทรัพยากรธรรมชาติของเราให้มากกว่านี้ เหมือนกับประเทศเล็กๆนี้ พูดถึงจระเข้ และปลาฉลาม มันเป็นความพิเศษสุดสำหรับนักดำน้ำอย่างเรา เรียกได้ว่าอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา ถ้ามีไว้สำหรับใช้ใน 1 ปี เราคงใช้หมดไปในวันเดียว ขอบคุณโคโคส ไอซ์แลนด์เกาะมรดกโลก เราชาวโลกโสภาจะกลับมาเยือนอีกแน่นอน.
เรื่องโดย ธนกร ไวยานิกรณ์
ภาพโดย โลกโสภา Loksopha



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Natalia
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 2 มิ.ย. 13, 23:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

A few years ago I'd have to pay somoene for this information.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Makoto
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 3 มิ.ย. 13, 02:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

If your articles are alawys this helpful, "I'll be back."

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Luckas
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 3 มิ.ย. 13, 02:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Articles like this make life so much smpeilr.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Guilherme
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 3 มิ.ย. 13, 02:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Great insight! That's the answer we've been looikng for.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เที่ยวต่างประเทศ ดำน้ำ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม