หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นเค้าท้องแล้วค่ะ  (อ่าน 14514 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 ส.ค. 12, 13:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สากลับมาเล่าเรื่องราวให้ฟังค่ะ ที่เคยลงไปในกระทู้ว่าสามีไปจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่น สาจะย้อนเรื่องราวให้ฟังคร่าว ๆ นะคะ
สาแต่งงานปี 49 โดยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเพราะเห็นว่าสามีและตัวสาเองไม่ได้ทำงานรับราชการอะไร สามีสาไปจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นที่เป็นนางพยาบาล ตลอดระยะเวลาที่อุ้มท้องจนถึง 7 เดือน สาก็คิดว่าสามีำไปทำงานที่อื่น เพราะสามีติดต่อกับสาทาง e-mail บอกว่าจะกลับมาดูแลลูกดูแลเมีย แต่แล้วสามีก็ทำให้สาเสียใจซ้ำซาก โกหกสารพัด สาร้องไห้จนไม่มีน้ำตา สงสารทั้งตัวเองแล้วก็สงสารลูกในท้อง เค้าสร้างปมด้อยให้ลูกตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องเลย ทั้งสองคนสามีและนางพยาบาลก็รู้ทั้งรู้ว่าสาตั้งท้องอยู่ ทั้งสองคนเค้ารู้ตั้งแต่สาตั้งท้องได้ 2 เดือน แต่ก็เห็นเงียบกันไปแล้วสาก็คิดว่าเค้าเลิกกันไป แต่ที่ไหนได้ถึงขนาดจดทะเบียนสมรสกัน เสียใจค่ะ เสียใจที่สุด ทำอะไรก็ไม่ได้ เค้าปกป้องตัวเองเพื่อไม่ให้สาไปร้องเรียนทางโรงพยาบาล เค้ามีเพื่อนเป็นทนายความ คงได้รับคำแนะนำมาว่าถ้าจดทะเบียนแล้วทางเราก็จะไม่สามารถทำอะไรเค้าได้
สาคลอดแล้วค่ะ คลอดก่อนกำหนดตอน 7 เดือน ลูกต้องอยู่ห้อง ICU 2 เดือนกว่า ใส่เครื่องช่วยหายใจ เข้าตู้อบ สารพัดเลยค่ะ โดนโกนผมเพื่อที่จะหาเส้นเลือด สงสารลูกมาก สาไปโรงพยาบาลไปยืนร้องไห้หน้าตู้อบของลูก ใจจะขาดเลยค่ะ สงสารเค้ามาก ๆ ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้จนทำให้ลูกได้รับผลกระทบเลย น้ำหนักแรกคลอด 1,500 กรัมเองค่ะ คิดดูนะคะสามีสายังไม่เคยมาเยี่ยมมาดูเลยไม่ว่าจะตอนที่สาเข้า รพ. ไม่ว่าจะตอนที่ลูกอยู่ ICU จนถึงวันนี้ก้อยังไม่เคย จิตใจทำไมแย่ขนาดนี้ ไม่ควรเป็นคนเลย ตอนนี้สามีสาก็อยู่ที่บ้านอยู่กับพยาบาลคนนี้แหละ เห็นว่าท้องอยู่ด้วยมั้งคะ มีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น สาไม่ได้ต้องการจะเอาสามีกลับมา ตอนนี้มันเป็นความเกลียดไปแล้ว แต่ต้องการความยุติธรรม ในโลกนี้มันไม่มีเลย... สาไม่รู้จะใช้คำไหนเปรียบสามีเลยว่าเลวเหลือเกิน หัวใจทำด้วยอะไร บ้านอยู่ห่างกัน 16 กิโล แต่ก็ไม่เคยแม่แต่จะมาดู
ปัจจุบันลูกสา 7 เดือนแล้วค่ะ ก้อยังคงต้องไป รพ.ตามที่หมอนัด การเลี้ยงดูการดูแลค่าใช้จ่ายสาไม่เคยได้รับไม่เคยเลยซักครั้งซักบาท สาไม่มีนมให้ลูกกินเพราะลูกไม่ได้กระตุ้นโดยการดูดจากเต้าทำให้ไม่มีน้ำนม สาต้องซื้อนมกระป๋อง ซึ่งแพงเหมือนกันค่ะ (รายได้สาไม่มี) แต่ก็เพื่อลูกยังไงก็ต้องมี สาไม่มีเพื่อน เพราะว่าอยู่บ้าน เลี้ยงลูก ถ้าเค้าดีขึ้น สมบูรณ์ แข็งแรง สาก้อจะทำงาน ยิ่งโตค่าใช้จ่ายก็ยิ่งต้องเพิ่มขึ้น สาอยู่กับลูกเห็นหน้าลูกสามีความสุขมาก ๆ จะเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุด ขอบคุณกำลังใจที่มีให้สาทุกกำลังใจนะคะ ทุกกำลังใจที่ผ่านมา ทุกข้อความ สาขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณจากใจจริง ๆ ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นิน่า
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 ส.ค. 12, 10:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอให้คุณสาต่อสู้ไปให้ได้ อาจจะรับแม่ของคุณสามาที่บ้านให้มาช่วยเลี้ยงลูก แล้วคุณสาก็ออกไปทำงาน ได้ไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่ไม่ควรจ้างพี่เลี้ยงหรอก เพราะว่าเขาอาจจะดูแลได้ไม่ดี แล้วคุณสาจะเสียค่าใช้จ่ายตรงส่วนนนั้นไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น้ำน้ำ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ส.ค. 12, 09:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เค้าก็สมควรที่จะรับผิดชอบด้วยถึงแม้ว่าเค้าไปจดทะเบียนกับคนอื่น
แต่ว่าทางครอบครัวคุณรับรู้ด้วยหรือเปล่าว่าคุณและเค้าแต่งานกันแล้วเค้าไปมีคนอื่นขอแนะนำเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้น้องนะว่าให้เค้ามาจดทะเบียนรับรองว่าน้องเป็นบุตรของเค้าดีกว่าเพื่อสิทธิต่างๆของน้องในอนาคตและก็มีผลตามกฎหมายด้วยถึงแม้ว่าเค้าจะไปจดทะเบียนกับหญิงอื่นด้วยแล้วก็ตามแต่คุณก็มีลูกกับเค้าก่อนที่เค้าจะไปอีกไม่ไช่หรอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลูกผู้หญิง
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ส.ค. 12, 11:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้เพื่อลูกนะคะ อย่าทิ้งเค้าไปอีกคนนะคะสงสารเด็ก ผู้ชายดีดี เดี่ยวนี้หายากค่ะ มีแต่เห็นแก่ตัว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โดนกระทำมาเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 12:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้ๆคะ สามีของฉันก็ไปมีเมียน้อยเหมือนกันตอนนี้ไม่สนใจใยดีลูกกับเมียเลย ฉันรักสามีของฉันมากเมียน้อยมันก็เหมือนกันทุกคนหน้าด้านไม่มียางอายรู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายมีครอบครัวมีลูกแล้วแต่ก็ยังทำได้ลง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พึ่งโดนมา
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 12:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้ๆคะ สามีของฉันก็ไปมีเมียน้อยเหมือนกันตอนนี้ไม่สนใจใยดีลูกกับเมียเลย ฉันรักสามีของฉันมากเมียน้อยมันก็เหมือนกันทุกคนหน้าด้านไม่มียางอายรู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายมีครอบครัวมีลูกแล้วแต่ก็ยังทำได้ลง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลก
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณพูดถึงแต่ด้านแย่ๆ ของสามีและหญิงอื่น ก่อนอื่นต้อง ท้าวความก่อนว่า 1.คุณคบแฟนคุณนานแค่ไหน (นานพอที่จะรู้ได้มั๊ยว่า เค้าเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดนี้)2.ตอนแต่งงานเค้าทำเซอไพร เค้าดูชื่นชมยินดีที่ได้คุณมาเคียงข้าง เค้าหลั่งน้ำตาแห่งความปราบปลื้มในงาน มงคลของตัวเองหรือไม่ 3.ความสัมพันก่อนแต่งเป็นอย่างไร ทะเลาะกันตลอดหรือ รักกันมาก จนรู้สึกได้ว่า วันไหนไม่เจอหน้า เหมือนขาดอะไรไป 4.การตัดสินใจแต่งงานเป็นของคุณทั้งคู่ หรือ ของคุณคนเดียว (ต้องจับปฎิกิริยาให้ได้ ว่าออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หรือ หลอกลวง 5.เค้าเคยทำอะไร ที่แสดงออกถึงการที่คิอว่าคุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเค้ารึเปล่า เช่น สมมุติจะซื้อรถซักคัน เค้าถามคุณว่า เอาสีอะไรดี
ถ้าทั้งหมด คกตอบคือ ไม่ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกัน บทสรุปมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ
ดิฉันเป็นนักจิตวิทยา เจอปัญหานี้มามาก มีคนเข้ามาปรึกษา แฟนเป็นแบบนั้นแบบนี้ เค้าไม่เหมือนเดิม ฯลฯ ดิฉันแนะนำแค่ว่า คุณอยู่กับเค้า ณ ตอนนี้มีความสุขมั๊ย หากว่า ไม่ ก็จบทุกอย่างซะ หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี สวย ทำตัวเองให้มีค่าแล้ววันนึงคุณจะพบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณจริงๆ

ข้อสุดท้ายฝากถึงผุ้หญิงทุกคน คุณรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้าเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้รักคุณแล้ว ถึงเค้าจะโกหก แล้วมาแก้ตัวทีหลัง ไม่ต้องไปหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แค่คุณ "ไม่หลอกตัวเอง" คุณก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้ ขอโทษนะคะ ไม่ได้ซ้ำเติมเจ้าของกระทู้แต่ ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็น...โชคดี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jpk
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 14:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณพูดถึงแต่ด้านแย่ๆ ของสามีและหญิงอื่น ก่อนอื่นต้อง ท้าวความก่อนว่า 1.คุณคบแฟนคุณนานแค่ไหน (นานพอที่จะรู้ได้มั๊ยว่า เค้าเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดนี้)2.ตอนแต่งงานเค้าทำเซอไพร เค้าดูชื่นชมยินดีที่ได้คุณมาเคียงข้าง เค้าหลั่งน้ำตาแห่งความปราบปลื้มในงาน มงคลของตัวเองหรือไม่ 3.ความสัมพันก่อนแต่งเป็นอย่างไร ทะเลาะกันตลอดหรือ รักกันมาก จนรู้สึกได้ว่า วันไหนไม่เจอหน้า เหมือนขาดอะไรไป 4.การตัดสินใจแต่งงานเป็นของคุณทั้งคู่ หรือ ของคุณคนเดียว (ต้องจับปฎิกิริยาให้ได้ ว่าออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หรือ หลอกลวง 5.เค้าเคยทำอะไร ที่แสดงออกถึงการที่คิอว่าคุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเค้ารึเปล่า เช่น สมมุติจะซื้อรถซักคัน เค้าถามคุณว่า เอาสีอะไรดี
ถ้าทั้งหมด คกตอบคือ ไม่ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกัน บทสรุปมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ
ดิฉันเป็นนักจิตวิทยา เจอปัญหานี้มามาก มีคนเข้ามาปรึกษา แฟนเป็นแบบนั้นแบบนี้ เค้าไม่เหมือนเดิม ฯลฯ ดิฉันแนะนำแค่ว่า คุณอยู่กับเค้า ณ ตอนนี้มีความสุขมั๊ย หากว่า ไม่ ก็จบทุกอย่างซะ หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี สวย ทำตัวเองให้มีค่าแล้ววันนึงคุณจะพบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณจริงๆ

ข้อสุดท้ายฝากถึงผุ้หญิงทุกคน คุณรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้าเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้รักคุณแล้ว ถึงเค้าจะโกหก แล้วมาแก้ตัวทีหลัง ไม่ต้องไปหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แค่คุณ "ไม่หลอกตัวเอง" คุณก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้ ขอโทษนะคะ ไม่ได้ซ้ำเติมเจ้าของกระทู้แต่ ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็น...โชคดี



เสียงของคุณดังมากภายในใจของใครหลายคน อาจเป็นเพราะประโยคเดียวที่ว่าเป็นจิตแพทย์ เราเองยังต้องอ่านข้อความคุณถึง 2 รอบ ขอบคุณนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หวังดี
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 15:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้ๆ นะคะ คุณสาเป็นผู้หญิงที่เก่งที่สุด คนหนึ่งเลยค่ะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พพ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 15:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกำลังใจให้คุณสา สู้ๆ นะคะ
รักตัวเอง และลูกดีกว่าค่ะ
ผู้ชายมันไม่เคยจริงใจหรอกค่ะ
สักวันนึงเวรกรรมก็จะตามทัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มาลี
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 15:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณพูดถึงแต่ด้านแย่ๆ ของสามีและหญิงอื่น ก่อนอื่นต้อง ท้าวความก่อนว่า 1.คุณคบแฟนคุณนานแค่ไหน (นานพอที่จะรู้ได้มั๊ยว่า เค้าเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดนี้)2.ตอนแต่งงานเค้าทำเซอไพร เค้าดูชื่นชมยินดีที่ได้คุณมาเคียงข้าง เค้าหลั่งน้ำตาแห่งความปราบปลื้มในงาน มงคลของตัวเองหรือไม่ 3.ความสัมพันก่อนแต่งเป็นอย่างไร ทะเลาะกันตลอดหรือ รักกันมาก จนรู้สึกได้ว่า วันไหนไม่เจอหน้า เหมือนขาดอะไรไป 4.การตัดสินใจแต่งงานเป็นของคุณทั้งคู่ หรือ ของคุณคนเดียว (ต้องจับปฎิกิริยาให้ได้ ว่าออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หรือ หลอกลวง 5.เค้าเคยทำอะไร ที่แสดงออกถึงการที่คิอว่าคุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเค้ารึเปล่า เช่น สมมุติจะซื้อรถซักคัน เค้าถามคุณว่า เอาสีอะไรดี
ถ้าทั้งหมด คกตอบคือ ไม่ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกัน บทสรุปมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ
ดิฉันเป็นนักจิตวิทยา เจอปัญหานี้มามาก มีคนเข้ามาปรึกษา แฟนเป็นแบบนั้นแบบนี้ เค้าไม่เหมือนเดิม ฯลฯ ดิฉันแนะนำแค่ว่า คุณอยู่กับเค้า ณ ตอนนี้มีความสุขมั๊ย หากว่า ไม่ ก็จบทุกอย่างซะ หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี สวย ทำตัวเองให้มีค่าแล้ววันนึงคุณจะพบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณจริงๆ

ข้อสุดท้ายฝากถึงผุ้หญิงทุกคน คุณรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้าเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้รักคุณแล้ว ถึงเค้าจะโกหก แล้วมาแก้ตัวทีหลัง ไม่ต้องไปหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แค่คุณ "ไม่หลอกตัวเอง" คุณก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้ ขอโทษนะคะ ไม่ได้ซ้ำเติมเจ้าของกระทู้แต่ ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็น...โชคดี
q*062q*026q*062q*062q*062q*062 เราชอบความคิดเหนของคุณมากคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 15:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้ผู้หญิงลุกขึ้นมารับผิดชอบซีวิตตัวเองเลิกโทษสิ่งอื่นได้แล้ว รักตัวเองให้มากๆๆไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นรักตัวเองค่ะ คนอื่นไม่เห็นค่าแต่เราเห็นค่าของตัวเราเองเป็นพอค่ะ รักตัวเองน๊ะค่ะและลูกค่ะสู้ๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเหนื่อย
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 16:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนใจคุณสานะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ยังไงชีวิตก็ต้องสู้ต่อไป พยายามมองหน้าลูกไว้แล้วเราจะมีกำลังใจทำมาหากินค่ะ ถ้าเราไม่งอมืองอเท้ายังไงก็ไม่อดตายหรอกค่ะ ดูอย่างชีวิตพี่สิ ทำงานหาเงินคนเดียวส่งบ้านที่กำลังจะถูกขายทอดตลาด ส่งลูกเรียนหนังสือ ใช้หนีั้้ที่เป็นมานานกว่า 10 ปีแล้ว ค่้่ากินค่าอยู่อีก แถมเป็นคนสารพัดโรค พี่ยังทำได้ ทำงานประจำแล้วยังต้องทำอาชีพเสริมให้มีรายได้พอ ซึ่งก็ไม่พอหรอก แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเค้าไม่มาดูแลเรา เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ซักวันนึงเมื่อลูกเรียนจบรับปริญญา เราจะเป็นคนที่ภูมิใจที่สุด สู้ ๆ นะคะ อย่ายอมแพ้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้หญิงลูกสอง
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 16:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจ็บให้ถึงที่สุดแล้วจบให้ได้หันกลับมามองคนรักคุณและเจ้าตัวน้อยนะคะปัญหามีไว้แก้ไขและทดสอบใจเรานะคะ สู้คะฉันผ่านมันมาได้แล้วมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
7922
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 16:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ว่าเป็นลูกของสามีคุณจริงถึงไม่ได้จดทะเบียนเขาก็ต้องรับผิดชอบนิครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อดทนเพื่่อลูก
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 17:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073 คุณแปลกพูดเหมือนเป็นคนที่ยืนข้างนางพยาบาลและผู้ชายที่ขาดความรับผิดชอบถ้าเป็นคนจริงไม่ว่าจะอะไรยังไงก็ควรรับผิดชอบเด็กที่เขาไม่ได้ทำผิดด้วยกรรมที่คุณผู้ชายจะได้รับก็คือถ้านางพยาบาลมีลูกเป็นผู้หญิงก็เตรียมตัวรับกรรมนั้นไว้กรรมใดใครก่อกรรมนั้นสนอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 20:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่งใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ๋ง
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 20:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าไปขอความเป็นธรรมกับคุณปวีณาครับให้ปรึกษาว่ามีช่องกฏหมายใดบ้างที่จะฟ้องค่าเลี้ยงดูจากสามีคุณและอีกอย่างส่งฟ้องให้เรื่องถึงศาลและขอตรวจดีเอ็นเอครับ เอาใบรับรองการตรวจเทียบกับสามีคุณแล้วเอาไปเป็นน้ำหนักในการฟ้องศาลเพื่อขอค่าเลี้ยงดูแลความรับผิดชอบจากสามีคุณครับ ยังไงผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆให้เขาเกิดมาเป็นคนดีอย่าเลวเหมือนพ่อเขานะครับ สู้ๆนะคุณ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ความจริง
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 21:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันเป็นจริงโดยพื้นฐานทางชีววิทยาของสัตว์โลก แต่มนุษย์มีความเจริญ มีสังคมก็ได้สร้างเงื่อนไขทางสังคมขึ้นมา เมื่อคนเราวัยยังไม่ถึงจุดนี้ จะไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึนได้อย่างไร แต่เมื่อมันเกิด เราไม่รู้ความจริงทางธรรมชาติ เรารู้แต่ทางสังคมเพราะถูกสอนมาแต่ทางสังคม เรื่องจึงเกิด

ถ้าเราไม่มองแต่ตัวเราที่เป็นมนุษย์แล้วดูสัญชาตญานดิบของสัตว์ซึ่งชีวธรรมชาติไม่มีการปนเปื้อน ก็จะเห็นเอง การเจริญในกรอบสังคมเป็นสิ่งดีแน่นอน แต่โลกยิ่งเจริญทางวัตถุ สัญชาตญานดิบก็ยิ่งกลับคืนมามากขึ้นเรื่อยๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 21:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จริงๆน่าจะมีองค์กรที่ดูแลให้พ่อยอมรับรองบุตรและรับผิดชอบ
เมื่อพิสูจน์DNAได้แล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ิิbb
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 21:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่งใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย ก็สมควร เวรกรรมตามทัน คุณรู้ว่าเขามีลูกมีเมียไปยุ่งไรกับเขา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เนน
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 21:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะสู้ต่อไปเพื่อลูกนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ห้าห้า
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 01:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอตอบคุณที่ใช้ชื่อว่า..สงสัย ค่ะ .ที่บอกว่าสามีมีครอบครัวอยู่แล้วตัวเองเป็นสาเหตุให้เขาเลิกกันแล้วมาอยู่กับคุณแล้วคุณบอกว่าเมียหลวงไม่ดี ดิฉันว่าสมควรที่คุณโดนแบบนั้นแล้ว รู้อยู่ว่าเขามีครอบครัวแต่ยังไปเอามาเป็นของตัวแถมทำใไห้พ่อตัวเองลำบากต้องเลี้ยงลูกคนอืนอีก ดิฉันว่ายังน้อยไปโดนแค่นี้เพราะทำให้ครองบครัวคนอื่นแตกแยก ทั้งเด็กต้องมีปัญหาทุกอย่าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณทำตัวเองสมน้ำหน้า แทนที่จะอายยังมีหน้ามาเล่าให้คนอื่นฟังอีก ถ้าไม่ไปเอาผัวเขามาจะมีปัญหาอย่างนี้ไหม เมียหลวงเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อหาผัวฝรั่งเพื่อหวังเลี้ยงดูตัวเขาเองไหม และถ้าเด็กเกิดโดนผัวฝรั่งทำไม่ดีก็เพราะคุณนั้นละ ถ้าคุณไม่ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกจะเกิดเหตุการอย่างนี้ไหม ทุกอย่างเกิดที่ตัวคุณเอง ลองใช้สมองคิดดูสิว่าจริงไหมเวรกรรมของคุณเองแล้วคงคิดว่าตัวเองมีความสุขไหมที่เอาของเขามาเป็นของตัวเวรกรรมมีจริงและจะตามตัวคุณไปตลอด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เข้าใจยัง
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 03:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จากประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่งใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย
มันก็อยู่ที่ว่าตอนนั้นผู้ชายมีอิสระหรือไม่ ถ้าหย่าแล้วคุณก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้ายังไม่หย่าก็สมควรโดนด่าเหมือนกัน ต่อให้คุณดีแค่ไหนแต่ถ้าไปเอาของคนอื่นมาก็เหมือนขโมยของอยู่ดี เพราะถึงเมียหลวงจะเลวแค่ไหน แต่ผู้ชายยังได้ชื่อว่าเป็นสามีอยู่ เค้าเลือกของเค้าเองตั้งแต่แรก ไม่เอาแล้วก็เคลียร์ให้จบๆ ไปก่อนสิ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอบอก
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 08:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


เรทกระทู้
สามีจดทะเบียนสมรสกับหญิงอื่นเค้าท้องแล้วค่ะ
ตอบ #20 เมื่อ: 6 ก.ย. 12, 21:20 น


จาก ประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่ง ใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย


ขอตอบค้าสมควรอย่างมากที่คุณโดน..ไปเอาผัวคนอืนมานี่คร้าน่าจะโดนตบสักหลายๆฉาดจะได้สำนึกว่าตัวเองผิด...แสดงว่าไม่รู้ตัวเองเลยน่ะเนี่ยว่าตัวเองเป็นสาเหตุของเรื่องทุกอย่าง อยากเอาผัวเขาก็ต้องลำบากอย่างนี้ล่ะเวรกรรม..ยังเอาหน้าด้านๆมาเล่าความเ..ี้ยให้คนอื่นเขาฟังอีกว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้เขาหย่ากัน แสดงว่าคุณคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่ผิดงั้นสิ จิตใจอยากได้ผัวเขามันทำได้ทุกอย่างจริๆๆเลยสิท่าขอบอกว่าเลวมาก...เวรกรรมมันกำลังตามคุณอยู่กับสิ่งที่คุณทำลงไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 08:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณพูดถึงแต่ด้านแย่ๆ ของสามีและหญิงอื่น ก่อนอื่นต้อง ท้าวความก่อนว่า 1.คุณคบแฟนคุณนานแค่ไหน (นานพอที่จะรู้ได้มั๊ยว่า เค้าเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดนี้)2.ตอนแต่งงานเค้าทำเซอไพร เค้าดูชื่นชมยินดีที่ได้คุณมาเคียงข้าง เค้าหลั่งน้ำตาแห่งความปราบปลื้มในงาน มงคลของตัวเองหรือไม่ 3.ความสัมพันก่อนแต่งเป็นอย่างไร ทะเลาะกันตลอดหรือ รักกันมาก จนรู้สึกได้ว่า วันไหนไม่เจอหน้า เหมือนขาดอะไรไป 4.การตัดสินใจแต่งงานเป็นของคุณทั้งคู่ หรือ ของคุณคนเดียว (ต้องจับปฎิกิริยาให้ได้ ว่าออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หรือ หลอกลวง 5.เค้าเคยทำอะไร ที่แสดงออกถึงการที่คิอว่าคุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเค้ารึเปล่า เช่น สมมุติจะซื้อรถซักคัน เค้าถามคุณว่า เอาสีอะไรดี
ถ้าทั้งหมด คกตอบคือ ไม่ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกัน บทสรุปมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ
ดิฉันเป็นนักจิตวิทยา เจอปัญหานี้มามาก มีคนเข้ามาปรึกษา แฟนเป็นแบบนั้นแบบนี้ เค้าไม่เหมือนเดิม ฯลฯ ดิฉันแนะนำแค่ว่า คุณอยู่กับเค้า ณ ตอนนี้มีความสุขมั๊ย หากว่า ไม่ ก็จบทุกอย่างซะ หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี สวย ทำตัวเองให้มีค่าแล้ววันนึงคุณจะพบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณจริงๆ

ข้อสุดท้ายฝากถึงผุ้หญิงทุกคน คุณรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้าเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้รักคุณแล้ว ถึงเค้าจะโกหก แล้วมาแก้ตัวทีหลัง ไม่ต้องไปหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แค่คุณ "ไม่หลอกตัวเอง" คุณก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้ ขอโทษนะคะ ไม่ได้ซ้ำเติมเจ้าของกระทู้แต่ ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็น...โชคดี
เห็นด้วยค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากเล่า
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ฉันมีลูกสองคนถูกสามีทอดทิ้งไปมีเมียใหม่เป็นนักศึกษามหาลัยแห่งหนึ่งมาห้าปีแล้วเราอยู่กันสามคนแม่ลูกจนไมรู้สึกว่าขาดอะไร แล้ววันหนึ่งสามีไม่สะบายกลับมาหวังจะให้พวกเราดูแลแต่ฉันและลูกไม่ได้ใส่ใจเหมือนกับที่เขาไม่ใส่ใจเรามาห้าปีแล้ว ฉันแค่อยากบอกว่าคุณอายุ 50 แล้วคุณยังอยากมีใครมาดูแลเอาใจใส่ แล้วลูกล่ะเขายังเล็กนักเขาต้องการมากกว่าคุณกี่เท่า ใขขณะที่ลูกต้องการคุณคุณหายไปไหน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลก
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 12:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*073 คุณแปลกพูดเหมือนเป็นคนที่ยืนข้างนางพยาบาลและผู้ชายที่ขาดความรับผิดชอบถ้าเป็นคนจริงไม่ว่าจะอะไรยังไงก็ควรรับผิดชอบเด็กที่เขาไม่ได้ทำผิดด้วยกรรมที่คุณผู้ชายจะได้รับก็คือถ้านางพยาบาลมีลูกเป็นผู้หญิงก็เตรียมตัวรับกรรมนั้นไว้กรรมใดใครก่อกรรมนั้นสนอง


ที่ดิฉันใช้ชื่อนี้ จริงๆอยากจะพิมพ์ว่า "แปลก ทำไมถึงรู้ไม่ทัน" แต่ระบบไม่ยอมค่ะ บอกว่าชื่อยาวไป
ไม่ได้เข้าข้างใครค่ะ ไม่รู้จักกับใครส่วนตัวกับคู่กรณีในเรื่องทั้ง 3 คน และที่ดิฉันออกความเห็นก็เพราะว่าเจอปัญหานี้มาเยอะ ทั้งที่เรื่องทั้งหมด มันมาจากที่คนเราไม่รู้จักรักตัวเอง คิดว่า เขาจะเป็นคนดีได้ เขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้...เพื่อคุณและลูก ในกระทู้ คุณสาบอกว่า เคยระแคะระคายเรื่องเค้ากะพยาบาล คนนี้มาก่อน แต่ฝ่ายชายบอกว่าได้เลิกร้างกันไปแล้ว คุณคิดดูนะ ผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้ว แต่ยังไปสนใจผู้หญิงอีกคน ต่อมาเขาบอกว่า เลิกติดต่อกัน คุณเชื่ออย่างนั้นหรือเปล่า หรือคุณแค่ "ปลอบใจตัวเอง" ไปวันๆ ทั้งที่ในใจระแวงมาตลอด เป็นดิฉันเลิกตั้งแต่รับรู้เรื่องแล้วค่ะ ไม่ว่าคุณจะเลิกกันหรือไม่เลิก มองในอนาคตยาวๆ ขนาดเป็นแฟนยังขนาดนี้ แล้วถ้าแต่งงานกันไป มีลูกกันไป จะเป็นยังไง เยอะค่ะ เคยคิดว่าจะเขียนหนังสื้อสอนหญิง ฉบับใหม่อยู่เหมือนกันแต่ไม่เคยว่างซักที แนะนำได้แค่นี้ค่ะ โชคดี
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผู้หญิงเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 13:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณพูดถึงแต่ด้านแย่ๆ ของสามีและหญิงอื่น ก่อนอื่นต้อง ท้าวความก่อนว่า 1.คุณคบแฟนคุณนานแค่ไหน (นานพอที่จะรู้ได้มั๊ยว่า เค้าเป็นผู้ชายที่แย่ขนาดนี้)2.ตอนแต่งงานเค้าทำเซอไพร เค้าดูชื่นชมยินดีที่ได้คุณมาเคียงข้าง เค้าหลั่งน้ำตาแห่งความปราบปลื้มในงาน มงคลของตัวเองหรือไม่ 3.ความสัมพันก่อนแต่งเป็นอย่างไร ทะเลาะกันตลอดหรือ รักกันมาก จนรู้สึกได้ว่า วันไหนไม่เจอหน้า เหมือนขาดอะไรไป 4.การตัดสินใจแต่งงานเป็นของคุณทั้งคู่ หรือ ของคุณคนเดียว (ต้องจับปฎิกิริยาให้ได้ ว่าออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง หรือ หลอกลวง 5.เค้าเคยทำอะไร ที่แสดงออกถึงการที่คิอว่าคุณคือส่วนหนึ่งของชีวิตเค้ารึเปล่า เช่น สมมุติจะซื้อรถซักคัน เค้าถามคุณว่า เอาสีอะไรดี
ถ้าทั้งหมด คกตอบคือ ไม่ แต่คุณก็ยังคงแต่งงานกัน บทสรุปมันก็ต้องเป็นแบบนี้ล่ะ
ดิฉันเป็นนักจิตวิทยา เจอปัญหานี้มามาก มีคนเข้ามาปรึกษา แฟนเป็นแบบนั้นแบบนี้ เค้าไม่เหมือนเดิม ฯลฯ ดิฉันแนะนำแค่ว่า คุณอยู่กับเค้า ณ ตอนนี้มีความสุขมั๊ย หากว่า ไม่ ก็จบทุกอย่างซะ หันมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดูดี สวย ทำตัวเองให้มีค่าแล้ววันนึงคุณจะพบกับคนที่เห็นคุณค่าในตัวคุณจริงๆ

ข้อสุดท้ายฝากถึงผุ้หญิงทุกคน คุณรู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้าเปลี่ยนไป เค้าไม่ได้รักคุณแล้ว ถึงเค้าจะโกหก แล้วมาแก้ตัวทีหลัง ไม่ต้องไปหาเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงทำแบบนั้น แค่คุณ "ไม่หลอกตัวเอง" คุณก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตแบบนี้ ขอโทษนะคะ ไม่ได้ซ้ำเติมเจ้าของกระทู้แต่ ยกเป็นกรณีตัวอย่างให้เห็น...โชคดี
q*069



ทราบคะว่าคุณหวังดี แต่ถ้าถามว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดได้ไหมคะ ใครก็ทราบคะว่าแฟนของเราเปลี่ยนแต่ในเมื่อเขาเป็นแม่คน เขาต้องคิดเยอะคะ เท่าที่อ่านตัวคุณสาเองไม่ได้คิดเรียกร้องอะไรเลยแม้ว่าตัวคุณสาจะไม่มีงานทำด้วยซ้ำแต่ด้วยความเป็นแม่อ่ะคะเขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกคะ มีใครที่จะเลวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอบ้างไหมคะไม่มีหรอกคะ ถึงคุณจะเป็นนักจิตวิทยาแต่คุณเองก็คงไม่ทราบว่าใครดีใครเลวตั้งแต่แรกเห็นใช่ไหมคะ คนเราก็ต้องรู้จักกันไปสักพักถึงจะรู้ว่าใครดีไม่ดี การที่คุณสาพูดถึงแต่สิ่งไม่ดีของผู้ชายไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาประจานคะแต่ที่เขาพูดคงอยากให้รู้ว่าคนเป็นแม่และเป็นผู้หญิงต้องมีความอดทนแค่ไหน ยิ่งมีลูกความอดทนยิ่งต้องมีมากคะ และอีกอย่างถึงเวลาคนเราไม่สามารถมานั่งคิดได้เป็นข้อๆหรอกคะว่าเขาดียังไงไม่ดียังไง ผู้ชายอาจดีแต่เสแสร้งก็ได้คะ ผู้ชายมันใช้สมองที่จะรักคะคำสั่งจากสมองยังไงก็ทำอย่างนั้น แต่ผู้ชายส่วนน้อยก็ใช้ใจคะ แต่ผิดกับผู้หญิงที่ส่วนใหญ่ใช้ใจคะแล้วสมองก็ตามมาว่ามันดีไม่ดียังไง สุดท้ายที่เขียนมาไม่ได้ว่าจะว่าอะไรนะคะ เพียงแค่ให้คุณรู้ว่าถ้าไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นใครก็พูดได้คิดได้คะ เอาไว้คุณได้อยู่จุดนั้นแล้วคุณจะรู้ว่าที่คุณอธิบายมาทั้งหมดใช้ไม่ได้หรอกคะกับความเป็นจริง

เป็นกำลังใจให้นะคะคุณสา คนเป็นแม่ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกอยู่แล้วคะสู้ๆนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นานาจิต
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 13:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณค่ะคุณ ป เจอปัญหามาเยอะแล้วเจอมากี่สิบล้านค่ะครบทุกคนแล้วหรือยังครบทุกภาคหรือยังเพราะคนอย่างฉันอยู่มา 2 ปีตั้งท้องได้6 เดือนพอรู้ว่าผัวเราที่แท้เราเขามีเมียและลูกแล้วฉันอุ้มท้องกลับบ้านเลยลูกฉันเลี้ยงได้ฉันจะไม่ให้ลูกกลายเป็นลูกเมียน้อยหรอกฉันมีศักดิ์ศรีพอ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฝ้าย
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 15:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จงตั้งใจเลี้ยงลูกต่อไปเพราะถึงยังไงลูกก็มีเราคนเดียวอยู่แล้ว ลองปรึกษาทนายดูสิจะฟ้องเขาได้มั้ยที่ทำให้ครอบครัวเราแตกแยกเหมือนหรั่งงัยฟ้องทั้งผัวทั้งชู้ แต่ยังไงวันข้างหน้าพวกเขาคงได้รับกรรมไปเองแหละคงหาความสุขในชีวิตไม่ได้หรอกเราสิมีความสุขที่ได้เห็นความเจริญเติบโตของลูก ที่พูดเพราะว่าตอนนี้ก็ใกล้คลอดเหมือนกัน อะไรๆก็คิดถึงแต่ลูกไว้ก่อน คิดซะว่าปลดภาระไม่ต้องดูแลไปอีกคน แข็งแรงเมื่อไหร่ก็ไปหางานทำเลี้ยงลูกให้พอกินพออยู่ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ต้องเข้มแข็งไว้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 15:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

there are always two side of the story.....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เป็นกำลังใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 16:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ให้คิดว่าเรามีลูก ลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวต แม้เราจะเคยผ่านอะไรมาก็ให้มองหน้าลูกแล้วฮึดสู้ใหม่ ลูกเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด ลูกคือทุกอย่างของเรา อดทนเพื่อลูกนะค่ะ อย่าทิ้งลูกเหมือนที่เขาทำกับคุณนะค่ะ เลี้ยงเขาให้เป็นคนดีให้ได้อย่างให้เขาเหมือนพ่อเขาแล้วคุณจะภูมิใจที่เลี้ยงได้ดี เอาใจช่วยนะค่ะ สู้สู้ค่ะ q*062q*062q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สมควร
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 17:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่ง ใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย


55555สมควรโดนแล้วเวรกรรม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสัย
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 20:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอเล่าต่อนะค่ะ
ปัจจุบันก้อยู่กับสามีคนนี้มาก้อจะ 4 ปีแล้ว เมื่อช่วงต้นปีอดีตเมียเค้ามารับลูกสองคนที่บ้านอดีตสามี โดยมากับสามีฝรั่ง มารับวันเสาร์ แล้ววันอาทิตย์เค้าก็ไปส่งสามีฝรั่งเค้าที่สนามบิน พอเช้าวันจันทร์เด็กต้องกลับมาบ้านพ่อ อดีตเมียก็ให้เด็กมาพูดว่า แม่ยังรักพ่ออยู่ แม่อยากมาทำงานกับพ่อ แม่จะลาออกจากงาน หลังจากนั้นก็โทรมาทุกวันหากอดีตสามี แต่อดีตสามีรุทันว่าเค้าเห็นว่าหมุ่บ้านที่อยู่มันดีกว่าของเค้า อดีตสามีก็เลยเฉยๆ (ตอนนี้อดีตเมีย ก็ทำตัวเหมือนมีชู้ค่ะ) คือมาขอคืนดีกับอดึตสามี โดยที่สามีฝรั่งไม่ทราบ

อดีตเมียก็โทรมาทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ หลังจากนั้นพอเห็นว่าอดีตสามีไม่เล่นด้วย ก็เลิกโทรมาเลย ขนาดโทรหาลูกยังไม่โทรเลยค่ะ นี่ก็สองเดือนแล้วที่ไม่เคยโทรหาลูกเลย

ดิฉันก็ว่ามันเป็นเวรกรรมที่สมควรอย่างที่คุณๆ ว่ากัน แต่ดิฉันก็ดีใจที่ได้ทำให้เด็กสองคน ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น มีอยู่ มีกิน มีการศึกษาที่ดี มีอนาคตที่เค้าสามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องไปเป็นสาวโรงงาน ตอนนี้ลูกเลี้ยงก็ไม่ใช่เด็กมีปัญหา เข้ากันกับเราได้ทุกอย่าง เด็กก็เคารพเรา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลก
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 20:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*069



ทราบคะว่าคุณหวังดี แต่ถ้าถามว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดได้ไหมคะ ใครก็ทราบคะว่าแฟนของเราเปลี่ยนแต่ในเมื่อเขาเป็นแม่คน เขาต้องคิดเยอะคะ เท่าที่อ่านตัวคุณสาเองไม่ได้คิดเรียกร้องอะไรเลยแม้ว่าตัวคุณสาจะไม่มีงานทำด้วยซ้ำแต่ด้วยความเป็นแม่อ่ะคะเขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อลูกคะ มีใครที่จะเลวตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอบ้างไหมคะไม่มีหรอกคะ ถึงคุณจะเป็นนักจิตวิทยาแต่คุณเองก็คงไม่ทราบว่าใครดีใครเลวตั้งแต่แรกเห็นใช่ไหมคะ คนเราก็ต้องรู้จักกันไปสักพักถึงจะรู้ว่าใครดีไม่ดี การที่คุณสาพูดถึงแต่สิ่งไม่ดีของผู้ชายไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาประจานคะแต่ที่เขาพูดคงอยากให้รู้ว่าคนเป็นแม่และเป็นผู้หญิงต้องมีความอดทนแค่ไหน ยิ่งมีลูกความอดทนยิ่งต้องมีมากคะ และอีกอย่างถึงเวลาคนเราไม่สามารถมานั่งคิดได้เป็นข้อๆหรอกคะว่าเขาดียังไงไม่ดียังไง ผู้ชายอาจดีแต่เสแสร้งก็ได้คะ ผู้ชายมันใช้สมองที่จะรักคะคำสั่งจากสมองยังไงก็ทำอย่างนั้น แต่ผู้ชายส่วนน้อยก็ใช้ใจคะ แต่ผิดกับผู้หญิงที่ส่วนใหญ่ใช้ใจคะแล้วสมองก็ตามมาว่ามันดีไม่ดียังไง สุดท้ายที่เขียนมาไม่ได้ว่าจะว่าอะไรนะคะ เพียงแค่ให้คุณรู้ว่าถ้าไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นใครก็พูดได้คิดได้คะ เอาไว้คุณได้อยู่จุดนั้นแล้วคุณจะรู้ว่าที่คุณอธิบายมาทั้งหมดใช้ไม่ได้หรอกคะกับความเป็นจริง

เป็นกำลังใจให้นะคะคุณสา คนเป็นแม่ย่อมทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกอยู่แล้วคะสู้ๆนะคะ

ผู้ชายถ้าคุณรู้จักใส่ใจ สนใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ คุณก็จะรู้ได้ว่าอนาคตข้างหน้าคุณจะต้องเจออะไรบ้าง เมื่อรู้แล้ว คุณจะฝืนลองดูสักตั้ง หรือถอยดีกว่า อันนั้นก็แล้วแต่ ยิ่งถ้าได้ลองไปพบเจอที่บ้าน ได้เห็นบ้านช่องของเค้าแล้ว เห็นอากัปกิริยา การวางตัวของพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง อ่านออกทะลุปรุโปร่งเลยล่ะค่ะ ในเบื้องต้นดิฉันไม่ได้บอกว่าเราจะรู้ว่าใครดี หรือ เลว คุณรู้มั๊ยความเลวบางอย่างผู้หญิงเรากลับชอบนะ ให้สังเกตุดูปฏิกิริยาว่า เมื่อคบกับคน คนนี้แล้วคุณจะเจออะไรบ้าง แล้วเอา ตรงนั้นไปต่อยอด เช่น ให้แฟนคุณเลือก ว่า สีขาว สีแดง เค้าชอบสีไหน สมมุติเค้าชอบสีแดง แสดงถึงเป็นคน อารมร้อน หัวรุนแรง คุณก็เอาตรงนี้ที่ได้ไปคิดต่อ คนอารมร้อนเวลาโมโหเป็นยังไง เช่นถ้าหิว แล้วไม่ได้กินภายใน 5นาทีนี้ เดินเตะนู่นชนนี่ (คุณลองสังเกตุสิคะ ว่าแฟนคุณเป็นอย่างที่ ตำราบอกไว้หรือไม่)แค่นี้คุณก็น่าจะรู้ได้แล้วว่า วันข้างหน้าหากอยู่กันไปคุณจะเจออะไรบ้าง ทำกับข้าวให้เค้าไม่ทัน เค้าไม่เตะคุณเอาหรอคะ ใช้ได้ในชีวิตจริงรึเปล่าอันนี้ดิฉันก็ไม่รู้ แต่กว่าจะจบเป็น Dr. จิตวิทยามาได้ อ่าหนังสือไม่รู้กี่พันเล่ม อ่านวิจัยทั้งไทย-เทศ จบไม่รู้กี่หมื่นฉบับ อยู่ขึ้นคานมาได้จนป่านนี้ สาเหตุเพราะรู้ทันคนไปหมด โดยเฉพาะผู้ชาย อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วค่ะ บางทีดิฉันยังคิดเลยว่าไม่น่าจะป็นคนที่รู้มากอะไรอย่างนี้ คุยกับใครก็อ่านออกไปซะหมด ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย เซ็งค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
noo
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 7 ก.ย. 12, 23:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สู้นะค๊ะ คุณสา
ผู้ชายมันก็เหมือนหมา ไม่มีหางมันก็เอาไม่เลือก
ส่วนผู้หญิงที่มันทำได้ขนาดนี้ มันก็ต้องชั่วมากรู้ว่าเขามีครอบครัว
แล้วแต่ก็ยังหน้าด้านจะเอา เดี๋ยวลูกมันเกิดมาชาวบ้านก็ประนามลูกมันแหละค่ะ และพูดว่าแม่มันเลวชั่วช้าขนาดไหน อีพวกนี้ต้องเรียกว่า
อีกะXX ไม่มีสังกัด (หมาตัวผู้กับหมาตัวเมีย ที่ขี้เรื้อน มันมาเจอกัน)
แถวบ้านเรียกว่า สัตว์รักสัตว์
ใจเย็นๆ นะค๊ะ เพราะพวกเราเป็นคนถึงทำอย่างพวกมันไม่ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
vksd
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผู้ชายถ้าคุณรู้จักใส่ใจ สนใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ คุณก็จะรู้ได้ว่าอนาคตข้างหน้าคุณจะต้องเจออะไรบ้าง เมื่อรู้แล้ว คุณจะฝืนลองดูสักตั้ง หรือถอยดีกว่า อันนั้นก็แล้วแต่ ยิ่งถ้าได้ลองไปพบเจอที่บ้าน ได้เห็นบ้านช่องของเค้าแล้ว เห็นอากัปกิริยา การวางตัวของพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง อ่านออกทะลุปรุโปร่งเลยล่ะค่ะ ในเบื้องต้นดิฉันไม่ได้บอกว่าเราจะรู้ว่าใครดี หรือ เลว คุณรู้มั๊ยความเลวบางอย่างผู้หญิงเรากลับชอบนะ ให้สังเกตุดูปฏิกิริยาว่า เมื่อคบกับคน คนนี้แล้วคุณจะเจออะไรบ้าง แล้วเอา ตรงนั้นไปต่อยอด เช่น ให้แฟนคุณเลือก ว่า สีขาว สีแดง เค้าชอบสีไหน สมมุติเค้าชอบสีแดง แสดงถึงเป็นคน อารมร้อน หัวรุนแรง คุณก็เอาตรงนี้ที่ได้ไปคิดต่อ คนอารมร้อนเวลาโมโหเป็นยังไง เช่นถ้าหิว แล้วไม่ได้กินภายใน 5นาทีนี้ เดินเตะนู่นชนนี่ (คุณลองสังเกตุสิคะ ว่าแฟนคุณเป็นอย่างที่ ตำราบอกไว้หรือไม่)แค่นี้คุณก็น่าจะรู้ได้แล้วว่า วันข้างหน้าหากอยู่กันไปคุณจะเจออะไรบ้าง ทำกับข้าวให้เค้าไม่ทัน เค้าไม่เตะคุณเอาหรอคะ ใช้ได้ในชีวิตจริงรึเปล่าอันนี้ดิฉันก็ไม่รู้ แต่กว่าจะจบเป็น Dr. จิตวิทยามาได้ อ่าหนังสือไม่รู้กี่พันเล่ม อ่านวิจัยทั้งไทย-เทศ จบไม่รู้กี่หมื่นฉบับ อยู่ขึ้นคานมาได้จนป่านนี้ สาเหตุเพราะรู้ทันคนไปหมด โดยเฉพาะผู้ชาย อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วค่ะ บางทีดิฉันยังคิดเลยว่าไม่น่าจะป็นคนที่รู้มากอะไรอย่างนี้ คุยกับใครก็อ่านออกไปซะหมด ไม่ได้ลุ้นอะไรเลย เซ็งค่ะ

ชอบคำตอบมากค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
หัวอกเมียหลวง
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 10:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากประสบการณตัวเอง ตอนนั้นที่ได้รุจักกับผู้ชายคนนั้นเค้าก็มีเมียและลูกอยู่แล้ว เรามันไม่ดีที่เป็นเหตุให้เค้าต้องหย่าร้าง แต่พอหย่าแล้ว เค้าก็มาอยู่กับดิฉัน พร้อมลูกๆ สองคน หลังจากนั้น เมียหลวงเป็นยังไงรุมั้ยค่ะ ไม่เอาลูกเลย ตอนนี้ลูกอยู่กับพ่อและดิฉันเป็นคนดูแลให้หมดทุกอย่าง (ก็เต็มใจทำให้นะ) แล้วเมียหลวงก็เผอิญเป็นคนอีสานก็ใช้ความพยายามทั้งหมดที่เค้ามีหาสามีฝรั่ง ใหม่มาจนได้หลังจากหย่ากันไม่ถึงปี พาเข้ามานอนที่บ้านเค้า(ที่สามีเก่าเคยผ่อนให้ พอหย่าก็ยกให้ ให้เค้าไปผ่อนต่อที่เหลือ) ให้ลูกสาวตัวเองนอนห้องเดียวกันกับสามีฝรั่งด้วย เรายังโมโหแทนเพราะว่ากลัวผู้ชายคนใหม่ของแม่ จะมาทำไรลูกสาว (ห่วงทั้งๆที่แม่แท้ๆ ยังไม่ห่วง)
เมียหลวงคนนี้เอาบ้านไปรีไฟแนน เอาเงินส่วนต่างมาออกรถป้ายแดง ขับไปทำงานทั้งที่บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ 4 กม ก็ขอให้ได้ขับไปโก้ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็หงิกอยู่กับบ้าน ไม่กล้าพาลูกไปเที่ยวไหน เพราะเงินต้องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน แทบจะหมดตูด(คือเด็กต้องกลับไปอยู่กับแม่ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ) ตอนอยู่เป็นครอบครัวก่อนหย่ากับสามีเก่า ชอบว่าสามีเก่าว่า เอาเงินไปทำอะไรหมด (ทั้งๆที่เวลากลับบ้านนอก ไม่เคยควักสักบาท ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าเรียนลูก ค่าผ่อนบ้าน ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าพาไปกินข้าวข้างนอก) เงินเดือนของเมียหลวงเอง หามาได้ก็เก็บเป็นของตัวเอง ไม่เคยคิดเรื่องค่าใช้จ่ายครอบครัวเลย ตอนพ่อเมียหลวงเสียได้เงินประกันมาแสนกว่าบาท ก็เอาไปเสริมหน้าอก แล้วก็มาบอกสามีเก่า(ซึ่งตอนนี้เป็นสามีดิฉัน) ว่า ให้ทำประกันการศึกษาให้ลูกด้วยนะ คุณคิดว่ายังไงค่ะ ดิฉัน คนที่เคยถูกคนอื่นว่า ว่าเป็นเมียน้อย ว่าว่าเลวในสายตาของเมียหลวง เมียหลวงบางครั้งทำอะไรไว้บ้าง ไม่เคยเห็นตัวเอง โทษแต่ผู้ชาย โทษแต่เมียน้อย

ขอสมน้ำหน้าด้วยคนค่ะ เพราะถ้าคุณเป็นคนดีจริง คนดี ที่ไหนเค้าจะคิดแย่งสามีชาวบ้านแบบนี้ สมกันแล้วค่ะ "ผีเน่า กับ โลงผุเชิญรับกรรมต่อไป"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สู้ต่อไป
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 11:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณสำหรับบทเรียนราคาแพง ที่คุณโพสต์เพื่อเตือนใจผู้หญิงด้วยกันได้รู้ว่า
1.รักคนที่เขารักเรา เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้
2.ก่อนแต่งงานให้คิดให้รอบคอบ ถ้าเรารับเค้าในสิ่งที่เค้าเป็นไม่ได้ เราเองที่ต้องมานั่งเสียใจ
3.ปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ใช่มัวแต่โทษคนนั้นคนนี้
4.อย่าหวังอะไรจากผู้ชาย แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะได้ชื่อว่า สามีเรา
5.ปรับปรุงตัวให้ดีในทุกด้าน แล้วชีวิตคุณจะดีเอง
แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้เพื่อลูก ดูแลเค้าให้ดี การที่สามีไม่ได้อยู่กับเราแล้ว ก็อย่าทำให้รู้สึกว่าเป็นปมด้อย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
jjjj
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 13:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สามีทิ้งเหมือนกันค่ะลูกติดหนึ่ง เด็กดว้ยกันทงคู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิตค่ะตอนลูกได้สามขวบเขาก็มารับไปเข้ารรเพราะเขาสอบราชการได้ ผ่านไปยี่สิบปี เราต่อสู้ค่ะเข้มแข็งไม่เคยโทษใครปัจจุบัญเราประสบความสำเร็จรวยแล้วลูกมาอยู่ดว้ยค่ะคุยกันเป็นเพื่อนรู้สืกโชคดีที่วันนั้นโดนทิ้งแล้วทำให้เข้มแข็งจนมีวันนี้สู้นะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เวรกรรมมีจริงค่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 13:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากประสบการณ์จริง ดิฉันเคยมีแฟนคนนึงสมัยเรียนปี4 พอเรียนจบเราก็มีคำสัญญากันต่างๆ นา สุดท้ายเราทำงานที่กรุงเทพ ส่วนเค้าไปทำงานที่ต่างจังหวัดอาจจะเพราะความห่างไกล ทำให้เค้านอกใจไปมีสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ผู้หญิงคนนั้นเองตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเค้ามีแฟนแล้ว แต่สุดท้ายความก็แตก กลายเป็นว่าผู้หญิง 2 คนต้องมานั่งเครียด เพราะผู้ชายคนเดียว ซึ่งไม่คิดทำอะไรไม่แก้ปัญหา ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมเลิก คงเพราะคิดว่าใจเทไปทางเค้าเยอะแล้ว ในขณะที่ทางเราเราพยายามขอเลิกแต่ผู้ชายเองก็ไม่ยอมเลิก ยืดเยื้อกันมาหลายเดือน ผู้ชายคนนั้นบอกวิธีแก้ปัญหามาอย่างหนึ่งคือ "ออกจากงานสิ แล้วย้ายมาอยู่กับเค้า ผู้หญิงอีกคนจะได้รู้ว่าเค้ามีเจ้าของแล้ว" ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่คิดแก้ปัญหาอะไร แถมให้เราลดเกียรติลดศักดิ์ศรีตัวเอง ทำไม่ได้ค่ะ บอกเลิกอย่างเด็ดขาดเลยทีนี้ไม่มีใจอ่อนอีกแล้ว เจ็บปวดมาก สงสารแม่ที่ต้องเห็นเรานอนร้องไห้ ตอนนี้เวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว ผู้ชายคนนั้นสุดท้ายก็แต่งงานไปกับผู้หญิงคนนั้น แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อหลายเดือนก่อนเค้าโทรมา เราก็ถามว่ามีอะไร เค้าบอกว่าเค้ารู้สึกผิด อยากขอโทษ ให้อภัยเค้าได้มั้ย อยากได้ยินจากปากเรา เราก็ไม่พูดอะไร บอกว่ามันจบแล้ว ใ้ห้มันจบไปเถอะ อีกไม่นานเค้าก็โทรมาอีกพูดคำเดิมๆ ว่าขอโทษ เราก็ถามว่าเป็นอะไรมากรึป่าว ทำไมต้องคะยั้นคะยอกันขนาดนี้ ในที่สุด เค้าถามว่า เราเคยแช่งเค้ารึป่าว เราบอกว่า ฉันไม่ใช่นางเองหนิ ก็คงจะมีหลุดปากบ้างตอนที่โกรธที่โมโห แต่ต่อให้ฉันไม่แช่งเวรกรรมก็ตามทันเธออยู่แล้วหล่ะ เค้าบอกว่าสงสัยจะเป็นอย่างงั้น ตอนนี้ครอบครัวเค้าก็ไม่ได้ไม่ดี แต่จะมีเรื่องที่ทำงานกดดัน ตอนนี้ภรรยาเค้าท้องใกล้คลอด แล้วตอนตรวจครั้งล่าสุดเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปรกติ เราเลยถึงบางอ้อเลย
เฮ้อ!! ผู้ชายคนนี้ทำกรรมไว้เยอะค่ะ กับแฟนเก่าก่อนหน้าดิฉัน เค้าเคยพาไปทำแท้ง พอดิฉันทราบภายหลังดิฉันอึ้งไปเลย สงสารก็แต่เด็กที่เกิดมารับกรรม

ย้ำอีกทีดิฉันไม่ใช่นางเอง รู้แบบนั้น ใจนึงก็สงสาร อีกใจนึงก็รู้สึกสมน้ำหน้าหว่ะ โชคดีชะมัดที่หลุดพ้นมาได้ ดิฉันใจร้ายไปมั้ยคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ooo
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 15:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างงี้แหละ.....ดิฉันเห็นวัยรุ่นเดินห้างอายุน้อยๆ อุ้มลูก เด็กรักเด็ก....อยู่กันไม่ค่อยยืดหรอก.....น่าจะคุมมั่ง กรณีคุณสาก็ต้องทำใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กจิต
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 20:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนอื่นให้กำลังใจทุกคนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นใคร เรียนจบอะไร ขอให้ตั้งสติ ครับ ทุกปัญหาย่อมมีวิธีแก้ด้วยตัวปัญหาเองแต่ อาจจะใช่เวลาแตกต่างกันครับ ถ้าเราไม่สามารถแก้ไขได้ ลองปรึกษาคนที่รู้หรือมีประสบการณ์ครับ อย่างกรณณีของคุณสา ถ้าเด็กไม่แข็งแรงอาจจะลองปรึกษามูลนิธิที่รับดูแลเด็ก ก็ได้ครับ ฝากเลี้ยงเพื่อที่คุณสาจะได้หารายได้ เพราะการเลี้ยงดูโดยไม่มีรายได้อาจส่งผลต่อเด็กระยะยาว ครับ ยังไงลองติดต่อนักสังคมสงเคราะห์ในจังหวัดที่ท่านอยู่ก็ได้ครับ


*** ในความคิดผมว่าการที่เราเรียนจบอะไรมา ถ้าคิดจะช่วยดูแลเพื่อนมนุษย์ในสังคมให้อยู่อย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องกล่าวอ้างตำแหน่งทางวิชาการครับ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 8 ก.ย. 12, 23:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ ดิฉันก็เจอเรื่องคล้าย ๆ กับคุณ ถือว่าเป็นเวรกรรมของเราล่ะกานใช้กันให้หมดในชาตินี้ชาติหน้าจะได้ไม่พบเจอคนอย่างนั้นอีก การที่เราท้องแล้วเครียดลูกรับเต็ม ๆ ค่ะ ดิฉันก็สงสารลูกเหมือนกัน แต่เราต้องสู้เพื่อเค้าลูกของเรา เราไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกค่ะหมาหรือสัตว์ทุกชนิดบนโลกใบนี้มันก็รักลูกกันทั้งนั้น ผู้ชายคนนั้นคงยิ่งกว่าสัตว์ บนโลกใบนี้ค่ะปล่อยมันให้ไปรับเวรรับกรรมดีกว่านะค่ะเรามาสร้างชีวิตที่ดีและสดใสให้ลูกเราดีกว่า สู้ ๆ นะค่ะคุณสา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ท้อง หญิง จดทะเบียนสมรส 

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม