หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เพื่อไทย‘เอาจริงลุย’วอเตอร์ เอ็กซ์เพรสแก้วิกฤติน้ำ  (อ่าน 91 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ธ.ค. 11, 13:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลังจากวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เริ่มคลี่คลาย หลายหน่วย งานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพากันนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อรับมือมวลน้ำมหาศาลที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต

โดยเสนอแนวคิดการสร้างระบบต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำที่ไหลบ่าจากลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน มาสมทบกันที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วทะลักลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาจนล้นตลิ่งทั้งสองฝ่ายสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ

ก่อนหน้านี้สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้เสนอแนวคิดการสร้างระบบอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนด้วยการก่อสร้างระบบอุโมงค์ใต้ดิน ระยะทาง 100 กิโลเมตร รับน้ำจาก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา-จ.สมุทรปราการ โดยอุโมงค์ดังกล่าวจะมีเครือข่ายของน้ำตามคลองต่างๆ เช่น คลองรังสิต คลองระพีพัฒน์ ใช้ชื่อว่า MUSTS ย่อมาจาก Multi-Service Flood Tunnel System แปลว่า “ต้องทำเลย” ไม่ต้องเวนคืนพื้นที่ หรือเวนคืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินนี้มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท สามารถป้องกันเศรษฐกิจได้ 1.4 ล้านล้านบาท ถูกกว่า 7 เท่า ใช้งานได้นานกว่า 100 ปี การก่อสร้างหาก ระดมกำลังเต็มที่เฟสแรก 3 ปี จะแล้วเสร็จ แต่เสร็จสมบูรณ์ ทั้งโครงการจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี

อีกโครงการเป็นถนนวงแหวนรอบที่ 3 ระยะทางประมาณ 270-280 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้างรวมค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินประมาณ 100,000 ล้านบาท ขนาด 6 ช่อง จราจร มีแผนจะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนขุดคลองกว้างขนาด 200 เมตร และลึกประมาณ 5-8 เมตร เพื่อใช้คมนาคมและระบายน้ำ หรือฟลัดเวย์จากแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน ลงสู่ทะเล เชื่อว่าจะช่วยป้องกันน้ำท่วม พื้นที่รอบกรุงเทพฯ ได้ เพราะ
แนวมอเตอร์เวย์ดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการไม่ว่าการบริหารน้ำอย่างเป็นระบบทั้ง 25 ลุ่มน้ำ การเสนอวิธีก่อสร้างแก้มลิงรองรับน้ำในหลายๆ พื้นที่ การจัดเก็บภาษี เพิ่มเติมเพื่อใช้ป้องกันน้ำท่วม การขุดลอกคูคลองและปรับปรุงพนังกั้นน้ำที่มีอยู่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

ล่าสุด สภาวิศวกร ได้นำเสนอแนวทางโครงการระบบวิศวกรรมป้องกันมหาอุทกภัยทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาเหนือจดอ่าวไทย ครอบคลุม ทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม แหล่งท่องเที่ยว และตัวเมืองทุกจังหวัดตามแนวทางพระราชดำริขุดลอก คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำสาย ใหญ่จากชัยนาทลงใต้รวมแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย แม่น้ำ เจ้าพระยา แล้วเร่งผันออกผ่านคลองสายด่วนแนวตรงอย่างน้อยสองจุดคือป่าสัก-อ่าวไทย และแม่น้ำน้อย-อ่าวไทย ลดน้ำล้นตลิ่งทุกพื้นที่เกิดน้ำท่วม ไล่ตั้งแต่จังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรี อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพฯ และสมุทรสาคร

ทั้งนี้ สภาวิศวกรได้เสนอ 2 แนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างถาวร โดยวิธีแรกด้วยการขุดขยายคลองที่มีอยู่เดิมและเพิ่มเติมสายใหม่ ทั้งในฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตะวันตกและด้านตะวันออก ตั้งแต่ จ.ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงกรุงเทพมหานครจนมาบริเวณอ่าวไทย ทั้งที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ในฝั่งตะวันตก รวมไปถึง จ.สมุทรปราการ ในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก

ส่วนการแก้ปัญหาวิธีที่ 2 คือ การเสนอสร้างทางด่วนส่งน้ำ หรือ Water Express ที่มีขนาดความกว้างประมาณ 100 เมตร มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 260 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนคร ศรีอยุธยา เรื่อยมาจนออกสู่อ่าวไทยที่บริเวณ จ.สมุทรปราการ เพื่อทำการระบายน้ำที่ลงมาจากทางภาคเหนือ สู่ที่ราบลุ่มภาค กลาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอุทกภัยใหญ่ในพื้นที่อย่างที่เกิดขึ้น

นายเรืองศักดิ์ วัชรพงศ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า แนวคิดดังกล่าวได้รับความเห็นชอบข้อมูลทั้งหมดจากนาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแล้ว จากนั้นรัฐบาลจะเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ที่มีนายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นประธาน

สำหรับผลดีของการตัดคลองเป็นการดำเนินการได้ง่าย ถูก และรวดเร็ว และถูกกว่าการวางระบบอุโมงค์ถึง 4 เท่า อีกทั้งเงินลงทุนไม่รั่วไหลออกต่างประเทศ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการสามารถแบ่งงานออกเป็น 5 สัญญาแล้วแบ่งให้ หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ เช่น กองทัพบก กรมชล ประทานและผู้รับเหมา คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 2-3 ปี

ทั้ง 2 แนวทางถ้าให้เลือกแนวทางที่ง่ายและเป็นไปได้น่าจะเป็นการขุดคลองใหม่จากนครสวรรค์-ชัยนาท ระยะทาง 38 กิโลเมตร ขุดขยายคลองชัยนาท-ป่าสักเดิม ระยะทาง 132 กิโลเมตร และขุดคลองใหม่ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะทาง 90 กิโลเมตร

“การใช้ประโยชน์พื้นที่คลองจะมีการออกแบบเป็น พื้นที่ระบายน้ำช่วง 3 เดือนในฤดูน้ำหลาก และออก แบบสำหรับถนนที่เหลืออีก 9 เดือน”

ด้านนางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า สำหรับแหล่งเงินลงทุนที่ใช้ตัดคลองระบาย น้ำตนมองว่ายังมีสถาบันการเงินหลายแห่งยินดีสนับสนุน เช่น องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ส่วน พื้นที่ตัดคลองจากการลงพื้นที่พบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร กรรม ซึ่งการซื้อขายจะยึดราคาตามท้องตลาดหรือเวนคืน

“ถ้าทำโครงการนี้สำเร็จอย่างน้อย 12 จังหวัด จะได้รับผลพวงทางบวกในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ประชาชน เรือกสวนไร่นา โรงงานอุตสาหกรรม ศิลปวัตถุ โบราณสถาน สนามบินและแหล่งท่องเที่ยว”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เพื่อไทย 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม