หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การใช้รถไฟอย่างปลอดภัย จากกรณีน้องธันย์  (อ่าน 132 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 21:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ผมอยากบอกว่าเสียใจนะ แต่ระบบการป้องกันของสถานีถือว่าดีแล้วครับ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีราวกั้น ใช่ที่ว่าน้องธันย์ได้ยืนหลังเส้นเหลืองขณะรอรถไฟ และถูกดุนดันให้ตกไปในราง แต่ถ้าหนูรู้จักระวังตัวมากกว่านี้ มุมยืนของหนูต้องดูให้สมดุลย์กับความห่างของรางและความปลอดภัยของตัวเองนะครับ และหนูยังสามารถใช้เสียงร้องตะโกนบอกคนด้านหลังถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเองได้ครับ เพียงมีสติ และทำ Hazard และ Risk ล่วงหน้ากับตัวเองว่าอาจจะเกิดเหตุเช่นนี้ได้ครับ เพราะการอยู่ในสติ คิดสถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุกับตน เราก็จะได้หาหนทาง Solution กับสถานการณ์นั้นๆ ได้ครับ

เหตุนี้ไม่ใช่เหตุไม่คาดฝันครับ วิศวกรได้ออกแบบมาแล้วและคำนึงถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดได้ แต่มันมีโอกาสน้อยมากครับที่จะเกิดในแต่ละเคส และเราสามารถป้องกันได้ด้วยวินัยทั้งของตัวเราเองและสาธารณะชน ไม่เช่นนั้น ในต่างประเทศต้องมีคนถูกรถไฟทับทุกวันในเวลาเร่งด่วนครับ แน่นอนว่าผมก็คือคนหนึ่งที่มักใช้งานรถไฟในเวลาเร่งด่วนประจำ ในเมืองซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย

ผมไม่ได้ซ้ำเติมน้อง แต่ผมฝากถึงคนทั่วไปที่ต้องใช้งานรถไฟสาธารณะ ต้องคำนึงถึงตัวเองก่อนครับ แนวเส้นสีเหลือคือสิ่งสำคัญให้เราอยู่ห่างจากจุดนั้นมากที่สุดยิ่งดีครับ แล้วเหตุการณ์เศร้าก็จะไม่เกิดกับเราแน่นอน


ผมมีการ์ตูนความปลอดภัยการใช้รถไฟมาให้ชมกันครับ






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 21:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมขอแจมกระทู้เรื่องนี้ด้วยคน

ผมเคยตั้งกระทู้เรื่อง ทำไมสถานีรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ในโลกไม่มีรั้วกัน

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3490048


เพื่อชี้ให้เห็นว่า การไม่มีรั้วกั้นบนรถไฟฟ้าบนดิน คือเรื่องปกติทั่วไปในโลก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 22:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้อความนายเอกซิตี้
"น้องธันย์บาดเจ็บ ก็ไปฟ้องเขา แต่ผมยังไม่รู้ว่าไปฟ้องเขาในข้อกล่าวหาอะไร??"

ดูแล้วเป็นอันเข้าใจได้ว่า นายเอกยืนอยู่ข้างการรถไฟที่บอกไม่มีรั้วกั้น
เป็นเรื่องปกติในโลก
เพราะฉนั้น นายเอกคงไม่เห็นด้วยถึงการฟ้องร้องของน้องธันย์
มิเช่นนั้นคงไม่มีคำนี้มาจาก นายเอก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 22:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่ามั่วนายnut เพราะมันเป็นเรื่องปกติในโลกที่ไม่รั้วกัน

ผมสงสัยในรายละเอียดในการฟ้องว่า น้องธันย์ฟ้องในประเด็นไหน


หรือฟ้องว่า ระบบความปลอดภัยของรถไฟฟ้าสิงคโปร์ไม่มาตรฐาน?? หรือฟ้องว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หรือฟ้องว่าไม่มีรั้วกั้น

เพราะถ้าเรารู้รายละเอียดในการฟ้อง ก็จะเข้าใจรูปคดีมากขึ้น

นายnutตีความเองว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการฟ้องเองอีกแล้ว บิดเบือนเก่งมาก ๆ นะ นายnutจอมแถ!!

ที่ผมเอาเรื่องรั้วมาพูด เพราะถ้าน้องฟ้องร้องเรื่องรั้ว มันก็สู้คดีกันยากขึ้น

หายจั๊ดง่าวมั้ย นายnutจอมแถ!!!


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตถตา
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 22:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมขออนุญาตเล่าเรื่องแปลก(ผมเข้าใจเช่นนั้น)สักเรื่องนะครับ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐฯ มีชายคนหนึ่งซื้อกาแฟร้อนใส่แก้วเพื่อดื่มในระหว่างขับรถ ขณะขับรถชายคนดังกล่าวนำแก้วกาแฟวางไว้บนวัสดุตรงเบาะนั่งข้างขา ปรากฎว่ากาแฟแก้วดังกล่าวหกใส่ขาและกระเซ็นไปถูก(เจ้าน้องชาย)ของชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ เชื่อมั๊ยครับว่าชายคนดังกล่าวไปฟ้องศาลกล่าวโทษบริษัทกาแฟว่า น้ำในแก้วร้อนเกินไปเป็นเหตุให้น้ำร้อนลวกใส่ได้รับบาดเจ็บ และเชื่อมั๊ยครับว่าศาลตัดสินให้บริษัทดังกล่าวต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ชายคนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีหน้าที่ต้องระบุฉลากคำเตือนที่แก้วกาแฟว่าน้ำรัอนจัดอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
เรื่องนี้มีข้อน่าสนใจคือ
1.ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง
2.เพียงความประมาทของผู้บริโภคแต่ฝ่ายเดียวยังไม่ถือเป็นข้อยุติ
3.ผู้ให้บริการต้องแสดงให้เห็นถึงหรือเล็งเห็นถึงอันตรายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภคในทุกกรณี
4.ผมนำมาเป็นข้อคิดเท่านั้นครับไม่ได้หวังให้เปรียบเทียบกับคดีน้องธัน ...สู้ๆ ครับน้องธัน ชนะแน่นอน
ปล.ขออภัยที่ผมจำคดีนี้ไม่ได้ว่าเกิดที่มลรัฐใด/วัน/เวลาใด หากค้นหาพบจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 22:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณตถตาครับ ประเด็นอยู่ที่ว่า ที่ผ่านมากับรายอื่นๆ จนเสียชีวิต ญาติเขาฟ้องร้องแล้วชนะหรือไม่ครับ??

ผมน่ะอยากทราบประเด็นนี้

และอย่าลืมว่า ถ้า สมมุติ ว่ารถไฟฟ้าสิงคโปร์ เขาแพ้คดีก่อนๆมาแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ป้องกันเหตุอีก

หรือว่าที่ผ่านมาเขาชนะคดี??

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 19 ก.ย. 11, 23:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเอกครับ หากฟังจากคนที่เคยไปอยู่สิงคโปร์บอกกล่าว เขาบอกว่าทางรัฐออกกฏเกณฑ์กำหนดให้พลเมืองของเขาปฏิบัติตามมากมาย หากฝ่าฝืนเป็นผิด จนคนของเค้าชินกับหารปฏิิบัติตามกฏระเบียบที่ออกมา

กรณีรถไฟนี้ หากรัฐเห็นว่าการไม่มีรั้วอาจเป็นอันตราย รัฐก็คงจะบอกให้บริษัทรถไฟทำรั้วแล้ว แต่นี่รัฐอาจเห็นว่า การยืนรอรถไฟผู้โดยสารต้องยืนรอหลังเส้น แล้วคนของเค้าก็ชินกับการปฏิบัติในเรื่องการเข้าแถวรอคิวอยู่แล้ว เลยเห็นว่าอาจไม่จำเป็นต้องทำรั้ว อีกทั้งผู้โดยสารจะต้องยืนต่อคิว กรณีน้องธันย์ บ.รถไฟถึงไม่กลัวผิดก็ได้นะครับ

แต่ตอนทำงาน บริษัทเคยพาพนักงานไปเที่ยวสิงคโปร์ ถึงสนามบินก็ไปขึ้นรถทัวร์ที่บริษัททัวร์จัดรอไว้หลายคัน ตามนิสัยพี่ไทยก็พากันวิ่งกรูแย่งขึ้นถเพื่อจองที่นั่งริมหน้าต่างกัน พลันก็มีเสียงของบรรดาคนขับรถทัวร์ใกล้ๆ กัน พากันตะโกนออกมาดังๆ ว่า

"คิว คิว"

อายเค้าจัง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 00:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนใหญ่จะเดินเท้าเอาฮ้าฟฟฟ มะมีปัญญาขึ้นรถไฟด้วยตัวเอง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 00:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เส้นสีเหลืองทึบ ไม่ต่างกับรั้วกั้น

หากคนเรามีวินัย และนึกถึงความปลอดภัย

ของตนเอง ก็จะปฏิบัติตามกฎแต่โดยดี

อุบัติเหตุก็จะไม่ค่อยเกิด รึเปล่า?!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 07:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมขออนุญาตเล่าเรื่องแปลก(ผมเข้าใจเช่นนั้น)สักเรื่องนะครับ
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐฯ มีชายคนหนึ่งซื้อกาแฟร้อนใส่แก้วเพื่อดื่มในระหว่างขับรถ ขณะขับรถชายคนดังกล่าวนำแก้วกาแฟวางไว้บนวัสดุตรงเบาะนั่งข้างขา ปรากฎว่ากาแฟแก้วดังกล่าวหกใส่ขาและกระเซ็นไปถูก(เจ้าน้องชาย)ของชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ เชื่อมั๊ยครับว่าชายคนดังกล่าวไปฟ้องศาลกล่าวโทษบริษัทกาแฟว่า น้ำในแก้วร้อนเกินไปเป็นเหตุให้น้ำร้อนลวกใส่ได้รับบาดเจ็บ และเชื่อมั๊ยครับว่าศาลตัดสินให้บริษัทดังกล่าวต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ชายคนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าบริษัทมีหน้าที่ต้องระบุฉลากคำเตือนที่แก้วกาแฟว่าน้ำรัอนจัดอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
เรื่องนี้มีข้อน่าสนใจคือ
1.ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง
2.เพียงความประมาทของผู้บริโภคแต่ฝ่ายเดียวยังไม่ถือเป็นข้อยุติ
3.ผู้ให้บริการต้องแสดงให้เห็นถึงหรือเล็งเห็นถึงอันตรายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภคในทุกกรณี
4.ผมนำมาเป็นข้อคิดเท่านั้นครับไม่ได้หวังให้เปรียบเทียบกับคดีน้องธัน ...สู้ๆ ครับน้องธัน ชนะแน่นอน
ปล.ขออภัยที่ผมจำคดีนี้ไม่ได้ว่าเกิดที่มลรัฐใด/วัน/เวลาใด หากค้นหาพบจะนำมาเล่าสู่กันฟัง


คุณครับ กรณีแบบนี้เขาเรียกว่าหัวหมอ แต่ก็เป็นไปได้และเป็นไปแล้ว เช่นเดียวกับกรณีเมื่อยี่สิบปีก่อน ชายอเมริกันผู้เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ฟ้องบุหรี่ยี่ห้อมาโบโร่ ที่ไม่ติดฉลากเตือนให้เขาสำนึกถึงการก่อมะเร็งในปอดจากสารนิโคติน ซึ่งชนะคดีได้เงินไปมากกว่า สามพันล้านบาท ทั้งที่การศึกษาทั่วโลกให้ตระหนักถึงสารก่อมะเร็งจากบุหรี่อยู่แล้ว เช่นเดียวกับกรณีของคุณรู้ว่าน้ำร้อนแต่ยังไม่ระมัดระวัง ดันไปหัวหมอและชนะคดีอีก

แต่มาตระหนักถึงกรณีของการรถไฟทั่วโลก เป็นเส้นทางสัญจรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะครับ ห้ามสิ่งกีดขวางใดๆ อยู่บนพื้นผิวจราจรโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด มิให้ยานพาหนะใดๆ ใช้ร่วมทาง และ ไม่รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุจากการร่วมทางของวัตถุ หรือ ยานพาหะอื่นใดที่ต่างจากยานพาหนะชนิดเดียวกันเท่านั้น ที่การรถไฟจะรับผิดชอบครับ


วัวควายวิ่งข้ามราง รถไฟชนตายและรถไฟเสียหายส่วนใด ให้เรียกร้องทรัพย์สินกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ครับ นี่ืคือ่กฎ ระเบียบที่เขาใชักันเป็นสากล
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สงสาร
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 08:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอแจม ใช่ค่ะคุณคิม เส้นเหลืองเปรียบเหมือนรั้วกั้น มันห่างจากรางรถไฟไม่ใช่น้อย และที่ว่าหากน้องธัญยืนอยู่หลังเส้นเหลือง แล้วถูกดันจนตกลงไปในรางรถไฟ ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเท่าที่เคยไปสิงคโปร์มาแล้ว คนส่วนใหญ่ของเขาจะอยู่ในกฏระเบียบที่มี แค่แซงคิวขึ้นรถเมล์(มีเป็นส่วนน้อยยยยมาก)เขาจะช่วยกันโห่เสียงดังมาก
แต่ชาวสิงคโปร์เขาเริ่มชินชากับนิสัยคนไทยเราแล้ว คือมักง่าย เส้นเหลืองกากะบาทอยู่กลางถนนบ้านเรา มีสักกี่คนที่เว้นช่องไว้ให้รถผ่าน เห็นมั้ยว่าคนไทยเราไม่สนใจกับกฏระเบียบที่ตั้งกันขึ้นมา มนุษยธรรมไม่มีเหมือนบ้านเรา เพราะเขาถือกฏระเบียบเป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกใคร พ่อคุณก็ช่วยไม่ได้อย่างไทยเรา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 20 ก.ย. 11, 08:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกรณีศึกษาดีนะครับ... q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  น้องธันย์ การ รถไฟ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม